คลิปเต็มรายการ

ชายพิการนั่งตกปลา ถูกแก๊งชายกร่างหวงที่ เตะเสยปลายคาง อ้างปลาในบ่อมีเจ้าของทั้งหมด

3 ชั่วโมงที่แล้ว

21 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (18 มี.ค. 2569) พูดคุยกรณีผู้พิการรายหนึ่งถูกทำร้ายร่างกาย เหตุเพียงเพราะไปตกปลาที่หน้าศูนย์ฝึกผู้พิการ แต่ผู้ก่อเหตุและพวกอ้างว่า ปลาในน้ำนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของตน พวกตนได้ปล่อยปลาเอาไว้


พี่ไผ่ ซึ่งเป็นผู้พิการ เล่าว่า ตนได้ไปนั่งตกปลาเพื่อพักผ่อนหลังเลิกงาน พร้อมกับเพื่อนชื่อออย บริเวณบ่อด้านหลังศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน จ. นครปฐม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ที่มีโฉนดครอบคลุมทั้งส่วนบนบกและในน้ำ รวมกว่า 20 ไร่ และทางมูลนิธิได้อนุญาตให้พนักงานผู้พิการสามารถตกปลาเพื่อนำไปบริโภคได้


เหตุการณ์เริ่มต้นจากมีชาย 2 คน ขี่ จยย. เข้ามาหาพี่ไผ่ในรอบแรก โดยหนึ่งในนั้นคือ ‘นายกร’ เข้ามาต่อว่าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวและสั่งให้เลิกตกปลา โดยอ้างว่าปลาในบริเวณนี้มีเจ้าของเลี้ยงไว้ แม้พี่ไผ่จะพยายามอธิบายว่าตนเองเป็นพนักงานและได้รับอนุญาตจากทางศูนย์ฯ แล้ว แต่นายกรก็ไม่รับฟัง พี่ไผ่จึงยอมตกลงที่จะเลิกตกปลาเพื่อตัดปัญหา ทำให้นายกรยอมกลับออกไปในครั้งแรก


แต่หลังจากนั้นประมาณ 10-15 นาที นายกรได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับพรรคพวกรวม 4 คน ได้โต้เถียงกับพี่ไผ่ โดยอ้างว่าปลาที่อยู่ในน้ำเป็นปลาที่ตาหยัดนำมาปล่อยไว้เป็น และอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ของ อบต. และมีการโทรศัพท์ไปหานายก อบต. เพื่อกดดันพี่ไผ่ โดยอ้างถึงสัญญาที่เคยให้ไว้ เมื่อพี่ไผ่ได้คุยกับนายก อบต. ทางนายกฯ ได้ขอความร่วมมือให้พี่ไผ่หยุดตกปลา เพื่อเลี่ยงปัญหาซ้ำซาก ซึ่งพี่ไผ่ก็ยินดีปฏิบัติตาม แต่เมื่อพี่ไผ่กำลังก้มเก็บของเพื่อเตรียมตัวกลับ นายกรได้เดินเข้ามาเตะเสยปลายคางของพี่ไผ่จนหงายหลังล้มลง แรงกระแทกส่งผลให้พี่ไผ่กรามเคลื่อนและมีอากรมึนงงชั่วขณ


เรื่องสิทธิ์ในที่ดิน ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ยืนยันว่า พื้นที่ในบ่อน้ำดังกล่าวไม่ใช่ที่สาธารณะ แต่เป็นที่ดินตามโฉนดของมูลนิธิฯ ที่เกิดการพังทลายของหน้าดินลงไป เนื่องจากการขุดทรายของเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทางมูลนิธิฯ ได้สงวนสิทธิ์ด้วยการทำแพกั้นแนวเขตไว้ชัดเจน เพื่อแสดงเจตนาครอบคลุมพื้นที่ตามโฉนด และป้องกันการเสียสิทธิ์จากการถูกแย่งการครอบครอง ดังนั้น พนักงานของมูลนิธิฯ จึงมีสิทธิ์ตกปลาในพื้นที่ดังกล่าวได้ตามที่ได้รับอนุญาตจากทางศูนย์ฯ


ต่อมา ได้มีการต่อสายพูดคุยกับ ‘นายอาทร สูญจันทร์’ นายก อบต. วัดละมุด ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ นายอาทรได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของที่ดินดังกล่าว โดยระบุว่า ครอบครัวของตนมีความสนิทสนมกับครอบครัวของอาตจารย์วิริยะมานานกว่า 30 ปี เดิมทีที่ดินที่ตั้งมูลนิธิฯ และพื้นที่ในน้ำอีก 3 แปลง เป็นที่ดินของคุณแม่ตน ซึ่งได้ขายที่ดินบนบกและยกที่ดินในน้ำให้แก่มูลนิธิฯ ในช่วงปี พ.ศ. 2557-2559 ที่บริเวณบ่อน้ำมีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมกันประมาณ 6-7 ราย และมูลนิธิฯ คือหนึ่งในเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามโฉนดอย่างถูกต้อง ซึ่งปัญหาความขัดแย้งเรื่องการตกปลา เป็นเรื่องที่ยืดเยื้อมาหลายปี โดยตาหยัดมักจะขอให้ทาง อบต. ช่วยประสานไม่ให้คนของมูลนิธิฯ มาตกปลาบริเวณนั้น เพราะอ้างว่าตนเองได้ปล่อยปลาไว้เพื่อประกอบอาชีพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โหนกระแส ,รายการโหนกระแส

คุณอาจสนใจ

Related News