คลิปเต็มรายการ
รวมตัวแฉ! สาวโปรไฟล์ดีอ้างเป็นลูกตำรวจ หลอกลงทุนสูญกว่า 100 ล้าน ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แถมใช้ชีวิตอู้ฟู่
5 ชั่วโมงที่แล้ว
13 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) แคน อติรุจ กิตติพัฒนะ รับหน้าที่ดำเนินรายการแทน หนุ่ม กรรชัย นำเสนอประเด็นร้อนกรณีกลุ่มผู้เสียหายถูกหญิงสาวรายหนึ่ง หลอกให้ร่วมลงทุนโดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจปล่อยกู้ หรือที่เรียกว่า “วงเสือนอนกิน” เสนอผลตอบแทนสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ จนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท โดยในรายการมีผู้เสียหายมาร่วมพูดคุย พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ที่มาร่วมให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย
เริ่มต้นที่ คุณริ ผู้เสียหายท่านแรก เปิดเผยว่าตนเองเสียหายไปทั้งสิ้น 1,800,000 บาท โดยเป็นการทยอยลงทุนภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน ถัดมาคือคุณอ้อม เสียหายไป 700,000 บาท ต่อด้วยคุณโบ เสียหาย 900,000 บาท ส่วนคุณแพท เสียหายหนักถึง 2 ล้านบาท คุณฝนเสียหาย 200,000 บาท ทางด้านคุณกู๊ดเสียหาย 1,700,000 บาท และคุณเบลล์เสียหาย 1,010,000 บาท เมื่อรวมยอดความเสียหายเฉพาะกลุ่มที่มาในวันนี้ก็นับเป็นเงินหลายล้านบาท โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่แถบภาคกลาง
แคน อติรุจ ได้สอบถามถึงจุดเริ่มต้นว่าไปรู้จักการลงทุนนี้ได้อย่างไร คุณริเล่าว่าเป็นคนเห็นโพสต์โปรโมทผ่าน Facebook ส่วนตัวของหญิงสาวรายนี้ ซึ่งทางรายการขอใช้นามสมมติว่า "หญิงคนดังกล่าว" โดยในเฟซบุ๊กมีการโพสต์วิดีโอ สตอรี่ และข้อความชักชวนให้นำเงินมาลงทุนเพื่อรอรับปันผล มีการอัปเดตชีวิตประจำวันที่ดูน่าเชื่อถือทุกวัน คุณแพทเสริมว่าผู้ก่อเหตุมีการยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่โกง มีเช็คค้ำประกันให้ ทำให้เกิดความมั่นใจ คุณอ้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หญิงสาวรายนี้อ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนกับเจ้าของหมู่บ้าน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของโรงงาน โดยเสนอผลตอบแทนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เช่น หากลงทุน 100,000 บาท จะได้รับปันผลเดือนละ 10,000 บาท
ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน ปี 2567 เมื่อหญิงคนดังกล่าวเริ่มจ่ายเงินล่าช้า โดยอ้างเหตุผลว่า "บัญชีธนาคารโดนอายัด" มีเงินติดอยู่ในบัญชีถึง 16 ล้านบาท ไม่สามารถถอนออกมาได้ จากที่เคยจ่ายทุกวัน ก็เริ่มขอเลื่อนเป็น 3 วัน 5 วัน จนหนักสุดคือหายไปเป็นสัปดาห์ เมื่อมีผู้เสียหายทักท้วงถามในกลุ่มไลน์ ผู้ก่อเหตุกลับแสดงท่าทีไม่พอใจ เหวี่ยงวีน และท้าทายให้ไปฟ้องร้องเอาเอง โดยใช้คำพูดว่า "ชนสลิป" ซึ่งหมายถึงการไม่สนใจและให้ไปว่ากันที่กฎหมาย จนในที่สุดผู้เสียหายส่วนใหญ่ในกลุ่มกว่า 100 คนก็ไม่ได้รับเงินคืน แต่หลายคนยังไม่กล้าออกมาเรียกร้อง
ดร.ประยุทธ อธิบายว่า การกระทำของผู้ก่อเหตุตั้งแต่ต้นเข้าข่ายความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" และ "กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน" ตามพระราชกำหนดปี 2527 ซึ่งมีโทษหนักทางอาญา แต่การที่หลอกให้ผู้เสียหายมาทำสัญญาเงินกู้ภายหลังนั้น เป็นความพยายามในการ "แปลงหนี้" จากมูลหนี้ที่เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญา ให้กลายเป็น "หนี้ทางแพ่ง" เพื่อตัดตอนคดีอาญาออกไป และผลักภาระให้ผู้เสียหายต้องไปฟ้องร้องบังคับคดีเอาเองตามสัญญาเงินกู้ ส่วนการโอนเงินคืนวันละเล็กละน้อยแม้เพียง 2-9 บาท ก็เพื่อสร้างหลักฐานว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาบิดพลิ้วหรือหนีหนี้ แต่จ่ายตามกำลังทรัพย์ที่มี เพื่อใช้เป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลว่าเป็นเรื่องของการผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่การฉ้อโกง
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,รายการโหนกระแส