31 ส.ค. 2568
โฆษกอัยการสูงสุดแจงชัด ปมตีคืนสำนวนเด็ก 14 กราดยิงพารากอน แพทย์ยันเด็กไม่สามารถต่อสู้คดีได้
ผบก.น. 6 เผยเดินหน้าทำสำนวนคดีเด็ก วัย 14 ก่อเหตุกราดยิงในห้างพารากอน หลังอัยการตีกลับ อยู่ระหว่างรอผลแพทย์และสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนสรุปสำนวนส่งอีกครั้ง ด้านอัยการ แจงชัด ปมตีคืนสำนวน แพทย์ยันเด็กไม่สามารถต่อสู้คดีได้
หลังจากที่รองโฆษกอัยการสูงสุดเปิดเผยว่า สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 คืนสํานวนการสอบสวนคดีของ ด.ช.วัย 14 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าพารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจาก ด.ช.รายดังกล่าว ซึ่งอายุไม่เกิน 15 ปี ตกเป็นผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนจึงมีการส่งตัวผู้ต้องหาไปยังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อตรวจและบําบัดรักษา
ซึ่งจากการตรวจสํานวนการสอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และสอบสวนคําให้การของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็ก โดยไม่ได้รอผลการวินิจฉัยจากแพทย์ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ จึงมีการส่งสำนวนกลับมาให้ทางพนักงานสอบสวน
ความคืบหน้าวานนี้ (29 ธ.ค.) พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ รอง ผบก.น.6 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลวินิจฉัยจากแพทย์เพิ่มเติมว่าเด็กพร้อมจะต่อสู้คดีได้เมื่อไหร่จึงจะเริ่มมีการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง และสรุปสำนวนส่งอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกรณีนี้ก่อนหน้าพนักงานสอบสวนเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วนั้น แพทย์เจ้าของไข้มีการอนุญาตให้เข้าไปสอบปากคำ ด.ช.ผู้ก่อเหตุ ทีมพนักงานสอบสวนจึงเข้าไปสอบปากคำโดยไม่ได้เข้าไปแบบพลการ หรือผิดขั้นตอนแต่อย่างใด ซึ่งมีหนังสือแจ้งมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านนมา ว่าแพทย์อนุญาตให้ไปสอบปากคำและการสอบปากคำมีทั้งอัยการ 3 คน วิชาชีพและทนายความ ซึ่งเด็กสามารถตอบโต้ได้ทั้งหมด
พ.ต.อ.จิรพัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ด้านความเห็นแพทย์ก็จะไม่ขอก้าวล่วง แต่ตามความเห็นของพนักงานสอบสวนนั้นผู้ก่อเหตุสามารถต่อสู้คดีได้ จึงมีการสรุปสำนวนส่งไปให้อัยการ โดยตามข้อเท็จจริงผู้ที่อนุญาตในการให้ทีมพนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำคือแพทย์เจ้าของไข้ แต่นอกจากแพทย์แล้วก็จะมีทีมนักจิตวิทยามาร่วมประเมิน
ส่วนกรณีหากพนักงานสอบสวนยังสอบปากคำและไม่ส่งสำนวนให้อัยการแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ อาจจะต้องปล่อยตัวเด็กออกจากสถานที่รักษาตัวนั้น พ.ต.อ.จิรพัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นในวันนี้ให้ทางพนักงานสอบสวนร่างหนังสือถึงสถาบันกัลยาณ์ที่ตัวผู้ก่อเหตุรักษาตัวอยู่ โดยอาศัยอำนาจตามศูนย์รักษาสุขภาพจิต เพื่อขอให้สถาบันกัลยาณ์รักษาเด็กต่อไปได้ และอาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญามาตรา 14 และ พ.ร.บ.สุขภาพจิต มาตรา 36 เนื่องจากเห็นว่า ด.ช.ยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ พนักงานสอบสวนก็ขอให้ทางสถาบันกัลยาณ์ รับตัวเด็กไว้จนกว่าอาการจะทุเลา หรือจนกว่าจะต่อสู้คดีได้ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่รองรับ
ในส่วนของพยานหลักฐานนั้นพนักงานสอบสวนรวบรวมไว้ได้ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ส่วนสาเหตุที่ล่าช้าในช่วงแรกนั้นคือต้องรอรายงานจากสถานพินิจ ซึ่งการสอบปากคำนั้นครบถ้วนแล้วจึงได้มีการสรุปสำนวนส่งไปให้อัยการ โดยวิธีในการสอบปากคำนั้นพนักงานสอบสวนได้นำวิดีโอขณะมีการสอบปากคำ ด.ช.ให้กับแพทย์ดู ซึ่งหลังจากที่แพทย์รายงานมาว่าเด็กไม่สามารถต่อสู้คดีได้นั้น พนักงานสอบสวนจะนำวิดีโอขณะการสอบปากคำให้แพทย์ดูเพื่อให้เห็นว่า ด.ช.มีการตอบคำถามกับทางพนักงานสอบสวนได้เป็นอย่างดี แต่หากเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับคดี ด.ช.จะบอกว่า “จำไม่ได้” แต่สามารถตอบโต้ประเด็นอื่นได้ ซึ่งตรงนี้ทางแพทย์จึงนำไปประชุมร่วมกับคณะทำงานว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ
เบื้องต้นในวันที่ 11 ม.ค.67 ทีมแพทย์ที่รักษาตัวเด็กจะมีการประชุมเพิ่มเติมอีกครั้ง ทำให้ทางพนักงานสอบสวนต้องรอแพทย์สรุปความเห็นเพิ่มเติม จากนั้นหากแพทย์และทีมสหวิชาชีพสรุปมาว่าตัวของ ด.ช.สามารถต่อสู้คดีได้แล้วทางพนักงานสอบสวนจะเดินทางเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งต่อไป
ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อคืนสำนวนไปแล้ว พนักงานสอบสวนจะต้องงดการสอบสวนไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14 เนื่องจากกระบวนการใดๆ ที่พนักงานสอบสวนดำเนินการไปโดยไม่ยึดหลักกฎหมายดังกล่าว ก็ต้องถือว่าเป็นกระบวนการสอบสวนที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งคดีนี้เมื่อได้รับสำนวนจากพนักงานสอบสวน นางศจีมาศ บัวรอด อัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดี และคณะทำงานอัยการได้ตรวจสำนวนคดีนี้แล้ว
ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ต้องหาที่เป็นเด็กยังมีอาการป่วยอยู่ และเป็นคนไข้ของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์มาโดยตลอด โดยมีใบรับรองประเมินผลการตรวจรักษายืนยันว่า ผู้ต้องหายังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ เมื่อข้อเท็จจริงทางการแพทย์ยืนยันเช่นนี้ การพิจารณาของพนักงานอัยการไม่มีประเด็นอื่นนอกจากคืนสำนวนกลับไปให้พนักงานสอบสวนรอกระบวนการบำบัดรักษาจากคุณหมอที่ประเมิน ตรวจผู้ต้องหาว่าอยู่ในภาวะปกติ และสามารถต่อสู้คดีได้แล้ว ภายในอายุความ 20 ปี
เมื่อการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายและทำการสอบสวนเสร็จแล้วค่อยส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายอีกครั้ง จากการประสานกับคุณหมอทราบในเบื้องต้นว่าช่วงเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ คณะกรรมการตรวจรักษาจะมีการประชุมเพื่อประเมินอาการของผู้ต้องหาอีกครั้ง แต่การควบคุมตัวตามกฎหมายจะครบกำหนดระยะผัดฟ้องครั้งสุดท้ายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้
นายประยุทธกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม คุณหมอและคณะกรรมการตรวจรักษาผู้ต้องหาจะมีการเดินทางไปพบผู้ปกครองของผู้ต้องหา และจะมีการแจ้งว่าเด็กยังมีอาการป่วยอยู่ ทีมที่บำบัดรักษาจะขอรับตัวไปบำบัดรักษาต่อ หากผู้ปกครองเข้าใจและอนุญาต ถ้าคุณหมอก็จะรับตัวผู้ต้องหากลับไปเป็นคนไข้เพื่อรักษาต่อตามปกติ แต่สมมุติว่าผู้ปกครองไม่ยอมและไม่อนุญาต หากคณะกรรมการของแพทย์ประเมินแล้วว่าจำเป็นจะต้องดูแล ผู้ต้องหาเพื่อป้องกันอันตราย สำหรับตัวผู้ต้องหาเอง และสังคมอาจจะต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551 มาตรา 22 บังคับ ที่จะเอาตัวผู้ต้องหาไปรักษาตัวต่อ
รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/EOaZLotzhUc
30 ธ.ค. 2566
79 views
EP อื่นๆ
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
31 ส.ค. 2568
30 ส.ค. 2568
30 ส.ค. 2568
30 ส.ค. 2568
30 ส.ค. 2568
30 ส.ค. 2568
30 ส.ค. 2568
30 ส.ค. 2568
30 ส.ค. 2568