31 ก.ค. 2568
GDP จีน ไตรมาสแรกโตเกินคาด 5.4% ด้าน "ทรัมป์" จ่อออกภาษีใหม่ สั่งสอบนำเข้าแร่สำคัญ
การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกโตเกินคาดที่ 5.4 % เนื่องจากผู้ส่งออกต่างรีบเร่งการผลิตนำสินค้าออกจากโรงงานก่อนที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้า
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยวันนี้ว่า ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้เศรษฐกิจจีนขยายตัวในอัตรา 5.4% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 5.1 % อย่างไรก็ตามสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจจีนในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้รับผลกระทบแน่นอน
นายเซิง ไหลหยุน (Sheng Laiyun) รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า แม้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะสร้างแรงกดดันต่อการค้าและเศรษฐกิจต่างประเทศของจีน แต่จีนก็จะออกนโยบายมหภาคใหม่รับมือกับปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเชื่้อว่า จีนจะสามารถรับมือกับความยากลำบากครั้งนี้ได้
สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีแนวโน้มว่า รัฐบาลจีนจะถูกกดดันให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นและต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
มีรายงานว่า ภายในเดือนนี้ นายกรัฐมนตรีหลี่เฉียงจะเปิดตัวมาตรการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยจะให้ความสำคัญกับนโยบายกระตุ้นการบริโภค เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ คาดว่า ช่วงปลายเดือนนี้คณะกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือ โปลิตบูโร องค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจนโยบายต่างๆระดับสุงสุดของประเทศ จะจัดการประชุมเพื่อกำหนดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆออกมา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จีน ซึ่งมีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกจะชะลอตัวลงอย่างมากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากภาษีนำเข้าจากจีนของสหรัฐฯ สูงถึง 145% มีผลบังคับใช้แล้ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จ่อออกภาษีใหม่ หลังจากเมื่อวานนี้มีคำสั่งให้ตรวจสอบการนำเข้าแร่ธาตุสำคัญและโลหะหายาก นับเป็นการยกระดับข้อพิพาทล่าสุดกับพันธมิตรทางการค้าทั่วโลก โดยเฉพาะจีนที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้
ในคำสั่งตรวจสอบ ทรัมป์ระบุว่า ปัจจุบัน สหรัฐฯ กำลังพึ่งพาการนำเข้าสินค้าเหล่านี้จากต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดการหยุดชะงักอาจเป็นภัยต่อความมั่นคง การป้องกันประเทศ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
แร่ธาตุสำคัญที่เข้าข่ายถูกตรวจสอบมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น โคบอลต์ ลิเทียม และนิกเกิล ที่ใช้ในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมถึงแร่ธาตุหายาก หรือ แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ที่เป็นหัวใจของสมาร์ทโฟน ระบบนำวิถีของขีปนาวุธ เครื่องยนต์ไอพ่น และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ขั้นสูง หากมีการจัดเก็บภาษีจริง อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คำสั่งยังระบุว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีเวลาไม่เกิน 180 วันในการนำเสนอรายงานต่อทรัมป์และเสริมว่า ข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินการใด ๆ ควรพิจารณาถึงการบังคับใช้ภาษีศุลกากรด้วย
การสอบสวนนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ออกคำสั่งให้ตรวจสอบการเข้าเซมิคอนดักเตอร์และยา โดยอ้างเหตุผลความมั่นคงของชาติเหมือนกัน
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งให้มีการตรวจสอบนี้โดยใช้อำนาจตามมาตรา 232 ของกฎหมายขยายการค้า ปี พ.ศ. 2505 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ไม่ค่อยถูกนำมาใช้ แต่ทรัมป์เคยอ้างถึงกฎหมายนี้ระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยแรก เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการกำหนดภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม และทรัมป์ได้หันมาใช้กฎหมายนี้อีกครั้งเพื่อนำภาษีศุลกากร 25% กลับมาบังคับใช้ใหม่เมื่อกลางเดือนมีนาคมกับเหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์
แม้คำสั่งสอบสวนนี้จะไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดโดยตรง แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า "จีน" คือผู้กุมห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุหายากและโลหะสำคัญของโลก
โดยจีนเป็นผู้ผลิตแร่ธาตุ 30 ชนิดจากทั้งหมด 50 ชนิดที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ถือว่ามีความสำคัญอันดับต้น ๆ ของโลก และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ออกคำสั่งจำกัดการส่งออกแร่ธาตุหายากเพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์ทำให้ฝั่งสหรัฐฯ เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/m0CA88pDpSg
16 เม.ย. 2568
40 views
EP อื่นๆ
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
29 ก.ค. 2568
คลิปเต็มรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ 29 กรกฎาคม 2568
29 ก.ค. 2568
29 ก.ค. 2568
29 ก.ค. 2568