31 ก.ค. 2568
พ่อแม่สุดเศร้า ร้อง สธ. ลูก 9 ขวบ ท้องเสียเข้ารพ. ทำตาบอด-สมองพิการ เหตุหมอฉีดยาเกินขนาด
ทนายอนันต์ชัยนำครอบครัวน้องฟีฟ่าวัย 9 ขวบ ร้องกระทรวงสาธารณสุขขอความช่วยเหลือจากการรักษาผิดพลาดที่แพทย์ฉีดยาเกินขนาด จนลูกสาว มีความผิดปกติทางสมอง ตาบอด นอนติดเตียง
ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช พร้อมด้วยครอบครัวของน้องฟีฟ่า วัย9ขวบ เข้าร้องเรียน กับ นายกองตรี ดร. ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข จากกรณีลูกสาวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในสังกัดกรุงเทพมหานคร มีความผิดปกติ จากการได้รับยาเกินขนาด ทำให้น้องฟีฟ่า ตาบอด สมองพิการ นอนติดเตียง วันนี้ตนพาครอบครัวของน้อง ฟีฟ่า มาเพื่อขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขให้การช่วยเหลือด้านการรักษา
โดยเล่าว่าเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 68 น้องฟีฟ่า ได้เข้ารับการรักษาที่แห่งหนึ่งใน เขตหนองแขม ด้วยอาการท้องเสีย และอ่อนเพลีย
-ต่อมาตี 2 ของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ น้องมีอาการอาเจียน ชักเกร็ง ความดันลด หมอได้ให้ยาอะดรีนาลีน เพื่อเพิ่มความดัน
-ต่อมาเวลา 3.00 น. ความดันลดลง ไม่ได้สติแพทย์ได้ย้ายตัวน้องฟีฟ่าเข้ารับการรักษาที่ห้องไอซียู
-คุณหมอปรับยาอะดีนาลีน 100 cc ดริป1 ml ต่อชั่วโมง
-ต่อมาน้องฟีฟ่า ตาค้าง นิ่งไม่รู้สึกตัว อาการไม่ดีขึ้น แพทย์จึงส่งตัวต่อไปยัง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ด้วยภาวะวิกฤต ภายในปอดมีฝ้า หัวใจโต หัวใจเต้นผิดจังหวะ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ
-ต่อมาวันที่ 19 -20 กุมภาพันธ์ 68 อาการเริ่มหนักขึ้น ตาสองข้างบอด มองไม่เห็น พูดไม่ได้ แขนขาไม่มีแรง
ในตอนนั้นแพทย์ได้เรียกพ่อแม่ เข้ามาชี้แจงว่า อาการน้องเป็นแบบนี้เกิดจากสภาวะหัวใจหยุดเต้น ให้พ่อแม่ทำใจ น้องอาจจะกลับมาแต่ไม่เหมือนเดิม พูดแบบนี้พ่อแม่หัวใจสลาย แถมหมอยังพูดว่า รักษานี้เกินสิทธิ30 บาทแล้วจะเอาอะไรอีก และหมอแจ้งว่าเกิดจากการฉีดยาอะดรีนาลีน กระตุ้นควมดันที่ฉีดให้น้องตั้งแต่วันแรก ทำให้น้องช็อก หัวใจหยุดเต้น และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆอยู่ด้วย น่าจะมาจากผลข้างเคียงของฤทธิ์ยา
โดยในคลิปเป็นภาพที่น้องฟีฟ่า รับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ น้องยังไม่สามารถมองเห็นได้ เดินไม่ได้แขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถโต้ตอบ สื่อสารได้
พ่อและแม่ของน้องฟีฟ่า ยังยืนยันว่าทางครอบครัวไม่ได้ต้องการดำเนินคดีกับแพทย์ เพราะมีความเข้าใจว่าในกระบวนการรักษามีโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ แต่อยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด้านการรักษาให้ลูกสาวกลับมาเป็นปกติหรืออย่างน้อยสามารถดูแลตนเองได้ เนื่องจากขณะนี้ภรรยาต้องลาออกจากงานเพื่อมาเฝ้าอาการป่วยและดูแลลูกสาวที่ยังมองไม่เห็น ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเองและไม่สามารถกินอาหารเองได้
ขณะที่ทนายอนันต์ชัย ระบุว่าหลังได้รับเรื่องน้องฟีฟ่า และได้ไปเยี่ยมน้อง พบว่าตามองไม่เห็น สมองพิการ และได้นัดขอคุยกับ ผอ.รพ. ซึ่งได้ยอมรับว่ามีการฉีดอะดีนาลีน เกินขนาดจริง จนน้องถูกส่งตัวไปอีกรพ.
โดยพ่อแม่ของน้องฟีฟ่า มีลูกทั้งหมด 4 คน น้องฟีฟ่า 9 ขวบ เป็นลูกคนโต มีน้องอีก3 คน อายุ 4 ขวบ 3 ขวบ และ 2 ขวบ พ่อแม่มีอาชีพรับจ้าง แม่ต้องออกจากงานมาเลี้ยงลูกที่พิการทางสายตา ที่เกิดจากการฉีดยาผิดของแพทย์
ด้าน รศ.นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการแพทยสภา ได้เข้าร่วมรับเรื่องร้องเรียนครั้งนี้ระบว่า จากข้อมูลและหลักฐานในเบื้องต้นสรุปได้ว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติด้านสมองจริง หลังจากรับเรื่องจะนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมของแพทยสภา เพื่อรวมหาแนวทางช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้
สำหรับยาอะดรีนาลีน จัดเป็นยาอันตรายควบคุมพิเศษ เป็นกลุ่มยาที่ใช้กระตุ้นหัวใจและหลอดเลือดซึ่งจะใช้ในกรณีคนไข้ที่ต้องการเพิ่มความดัน หรือกลุ่มผู้ที่มีภาวะช็อค จากการแพ้ยาหรือการแพ้อาหาร แต่ในขั้นตอนการใช้ต้องมีแพทย์หรือพยาบาลเฝ้าเฝ้าระวังและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งโดยปกติในร่างกายมนุษย์ก็สามารถผลิตฮอร์โมนอะดรีนาลีนได้เช่นกัน
นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานกรมการแพทย์ในการร่วมพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือด้านการรักษาส่วนการดำเนินการตรวจสอบกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ทั้งนี้โรงพยาบาลที่เกิดเหตุเป็นโรงพยาบาลในสังกัด กรุงเทพมหานคร แต่จะให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพช่วยตรวจสอบรวมถึง การดำเนินการยื่นเรื่องขอค่าชดเชยเยียวยาต่างๆตามกฏหมาย
โดยการตรวจสอบหากเป็นความผิดพลาดในการรักษาจะมอบหมายให้ทางแพทยสภา และสภาการพยาบาลเข้าร่วมตรวจสอบจริยธรรมของแพทย์และพยาบาลที่ให้การรักษาในครั้งนั้น
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/ps-njKkJA30
10 เม.ย. 2568
376 views
EP อื่นๆ
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
30 ก.ค. 2568
29 ก.ค. 2568
คลิปเต็มรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ 29 กรกฎาคม 2568
29 ก.ค. 2568
29 ก.ค. 2568
29 ก.ค. 2568