กำนันให้ 1,000 แลกถอนแจ้งความ คดีจับลูกบ้านใส่กุญแจ-ปล่อยมดแดงกัด เจ้าตัวห่วงความปลอดภัยแม่จึงยอมเซ็น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงถึง ความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 69 นางสมทรง อายุ 49 ปี มารดา และนางอมรรัตน์ อายุ 36 ปี น้าสาว ของนายสุเทพ อายุ 28 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าว หลังกล่าวอ้างว่า นายอดิศักดิ์ กำนันตำบลแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เข้าไปควบคุมตัวนายสุเทพขณะนอนหลับอยู่ภายในบ้าน ซ้ำทำร้ายร่างกาย และใส่กุญแจมือไพล่หลัง ก่อนนำไปมัดกับต้นมะม่วงหน้าบ้าน ตบใบหน้า และปล่อยมดแดง 4 รังกัดตามร่างกาย โดยอ้างว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดว่านายสุเทพขโมยด้วงของชาวบ้าน นานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนที่ญาติจะไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ให้มาช่วยไขกุญแจมือ


ล่าสุด นางอมรรัตน์ อายุ 36 ปี น้าสาว นางสมทรง อายุ 49 ปี มารดา และนายสุเทพ หรือตึก อายุ 28 ปี ผู้เสียหาย ตกใจมาก หลังจากอัยการโทรมาสอบถามถึงคดีว่าทำไมคดีดังกล่าวที่แจ้งความ ญาติทราบหรือไม่ว่ามีการถอนแจ้งความแล้ว โดยน้าสาวและแม่ต่างงง เลยไปขอดูสำนวนจากพนักงานสอบสวน ที่ สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แต่ทางพนักงานสอบสวนบอกว่าไม่มีสิทธิ์ และดูสำนวนไม่ได้ เนื่องจากนายสุเทพเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว


โดยน้าสาวบอกว่านายสุเทพ อ่านหนังสือไม่ออก และเป็นผู้ป่วยทางสารเสพติด กลัวถูกหลอกล่อมาเซ็นคำให้การถอนแจ้งความดำเนินคดีกับกำนัน และสงสัยว่าทุกครั้งที่พนักงานสอบสวนเรียกนายสุเทพสอบปากคำจะไม่ให้ แม่หรือน้าสาวเข้าไปฟัง เลยทำให้เกิดก็สงสัย


อีกทั้งระยะหลังมีข้อสังเกตแปลก ๆ ของ ทาง สภ.ศรีนครินทร์ ได้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน จาก ร.ต.อ. มาเป็น รอง ผกก.สอบสวน ที่เป็นญาติของกำนันโดยตรง มาทำคดีแทนร้อยเวรคนเดิม ทั้งที่ไม่ได้ลาป่วย หรือลาไปไหน และมีการเรียกพยานที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำแก้ต่างให้กำนัน คนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงไม่เคยเรียกมาสอบ พร้อมกันนั้น ในการทำสำนวนคดี หลักฐานที่เกิดเหตุ ภาพถ่ายคลิปที่ถูกกำนัน ทารุณกรรม ที่มีการเผยแพร่ทางสื่อ ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งให้พร้อมสำนวนกับทางอัยการที่ดูแลคดี ทำให้ทางอัยการโทรสอบถามน้าสาว ยิ่งทำให้งงเข้าไปใหญ่ ยิ่งเข้าใจว่าตำรวจเริ่มสอบเข้าข้างและทำให้ให้สำนวนอ่อนจนไม่พอฟ้อง จึงได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมจากผู้สื่อข่าวอีกครั้ง


ด้านนายสุเทพ หรือนายตึก เปิดเผยถึงวันที่เดินทางไปถอนแจ้งความว่า วันนั้นมีทั้งหมด 3 คน คือ ตัวเอง กำนัน และภรรยาของกำนัน โดยภรรยาของกำนันเป็นผู้ขับรถไปส่งที่โรงพัก ก่อนเดินทางกลับตามที่กำนันสั่ง ส่วนกำนันพาตนขึ้นไปชั้นบนของโรงพัก เข้าห้องรองผู้กำกับ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ไปถึงโรงพักแล้วถูกให้เซ็นเอกสารเลยหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า รองผู้กำกับถามว่ามาทำอะไร ตนจึงตอบว่า มาถอนแจ้งความของกำนัน


จากนั้นรองผู้กำกับถามว่าเห็นอาวุธอะไรหรือไม่ ซึ่งตนตอบว่า ไม่ เพราะมีการพูดคุยกันไว้แล้วตั้งแต่อยู่บนรถก่อนมาถึง สภ.โดยมีการเตี๊ยมกันไว้ว่า กำนันบอกว่า มึงโกหกไปก็ได้ว่า มึงสะลึมสะลือ เพื่อให้ตนโกหกเรื่องที่เห็นอาวุธ ซึ่งตนยอมรับว่า ผมก็จำเป็นต้องโกหก


จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อไปถึงโรงพักแล้วเป็นอย่างไร นายสุเทพตอบว่า เมื่อไปถึงได้ขึ้นไปชั้นบน เข้าห้องรองผู้กำกับ โดยรองผู้กำกับถามว่ามาทำอะไร ตนจึงตอบว่า มาถอนแจ้งความของกำนัน


นายสุเทพ กล่าวว่า หลังจากนั้นรองผู้กำกับถามว่าเห็นอาวุธอะไรหรือไม่ ซึ่งตนตอบว่า ไม่ เพราะมีการพูดคุยกันไว้แล้วบนรถ และเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กำนันบอกอะไร นายสุเทพตอบว่า ผมก็โกหกเขาไปก่อน ผมว่าผมยังไม่เห็น ผมสะลึมสะลือ อะไรประมาณนี้ก็โกหกเขาไป


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างเดินทางกำนันพูดอะไรอีกหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า กำนันบอกว่า มึงถอนไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะถ้าแม่มึงไม่ถอน ยังไงแกก็ต้องเดินเรื่องอยู่ดี นายสุเทพกล่าวว่า ตนเข้าใจว่าตัวเองอาจต้องติดคุก เพราะเคยหนีการคุมประพฤติ จึงคิดว่าผมเข้าใจว่าผมจะติดคุก ก็เลยเออ ไปเซ็นให้แก ให้เสร็จ ๆ ไป เผื่อแม่ได้ปลอดภัย จะได้ไม่เป็นห่วงแม่เกิน


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่ยอมไปถอนแจ้งความ นายสุเทพตอบว่า ผมเป็นห่วงแม่ กลัวว่าถ้าผมไม่ถอน แล้วผมไปติดคุก กลัวว่าเขาจะมาทำแม่ ทำร้ายแม่ ผมเป็นห่วงแม่ อยากให้แม่ปลอดภัยก่อน ทำยังไงก็ได้ให้แม่ปลอดภัยก่อน ตัวผมติดคุกยังไงก็ไม่เป็นไร


ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กำนันให้เงินหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ให้เงิน 1,000 บาท แต่หลังรับเงินแล้วได้นำไปวางไว้บนรถ โดยกล่าวว่า ผมรับเสร็จผมก็วางไว้ที่รถ ผมลงจากรถผมก็วิ่งเข้าไปหลบในบ้านพี่เอก


นายสุเทพ กล่าวย้ำว่า สาเหตุที่ยอมถอนแจ้งความ เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ อยากให้แม่ปลอดภัยพร้อมระบุว่า ตนเข้าใจว่าตัวเองอาจต้องติดคุก เนื่องจากเคยหนีการคุมประพฤติ นายสุเทพกล่าวต่อว่า กำนันบอกกับตนว่า ไม่ต้องปรึกษาอะไร มันอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่ตัวพี่ผู้ช่วยนี่แหละ ถ้าจะถอนหรือไม่ถอน ไม่เกี่ยวกับแม่ ถ้าพี่ผู้ช่วยเซ็นให้ ก่อนที่ตนจะตัดสินใจยอมเซ็นถอนแจ้งความ เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ และเข้าใจว่าหากตนต้องถูกจำคุก แม่อาจได้รับอันตราย จึงยอมเซ็นให้เรื่องจบ โดยย้ำว่า ตัวผมติดคุกยังไงก็ไม่เป็นไร


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันยังต้องเข้ารับการตรวจปัสสาวะหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า เจ้าหน้าที่นัดตรวจทุก 7 วัน และผลตรวจไม่เคยพบสารเสพติด


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 25569 ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกำนัน โดยขอเวลา 30 วัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบผลการราย ผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือจากคณะกรรมการสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติ เข้าคุ้มครองสิทธิเพราะหวั่นคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอาผิดตำรวจ 4 นาย ที่เข้าเวร แต่ไม่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย แต่ทุกหน่วยงานที่ร้องไปยังไม่มีการตอบรับหรือเข้าช่วยเหลือ

2 ก.ค. 2569

179 views

EP อื่นๆ