11 เม.ย. 2569
ไทยหลุดโผ! ประเทศน่าลงทุน มาเลเซียผงาด อันดับ 23 โลก
มาเลเซียเบอร์ 1 อาเซียน อันดับที่ 23 ของโลก ประเทศน่าลงทุนที่สุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ปี 2569 ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้รับการจัดอันดับ เนื่องจากมีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างช้า เช่นเดียวกับเมียนมา
มาเลเซียได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่น่าดึงดูดที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ในรายงานดัชนีโอกาสด้านการลงทุนระดับโลก (Global Opportunity Index) ประจำปี 2569 โดยสถาบันมิลเคน (Milken Institute)
มาเลเซียคว้าอันดับที่ 23 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดในภูมิภาคเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาด้วยกัน อันเป็นผลมาจากคุณภาพของสถาบันที่เข้มแข็งและรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง นอกจากนี้ มาเลเซียยังเป็นประเทศที่มีระดับรายได้ต่อหัวสูงที่สุดใน 6 ประเทศอาเซียนที่นำมาวิเคราะห์ในครั้งนี้ด้วย
ขณะที่เวียดนามถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตามอง โดยครองอันดับ 2 ของภูมิภาคและอันดับ 39 ของโลก เนื่องจากมีอัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงสูงที่สุดในกลุ่มถึง 6.5% ในปี 2568 ท่ามกลางสภาวะการค้าที่เอื้ออำนวยและอัตราเงินเฟ้อที่ค่อนข้างต่ำ
ด้านอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา มีอันดับที่เกาะกลุ่มกันในช่วงกลาง โดยอยู่ในอันดับที่ 46, 47 และ 56 ตามลำดับ ซึ่งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ได้รับอานิสงส์จากสภาวะทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
สำหรับภาพรวมของภูมิภาคนั้น รายงานระบุว่าสภาวะการลงทุนมีความหลากหลายตามขนาดและระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ และเมื่อเปรียบเทียบ 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ทั่วโลกที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนในระดับใกล้เคียงกัน พบว่ากลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านพื้นฐานทางเศรษฐกิจและบริการทางการเงิน แต่ยังคงมีผลงานต่ำกว่ามาตรฐานในด้านโครงสร้างเชิงสถาบัน ส่วนในด้านมุมมองภาคธุรกิจรวมถึงมาตรฐานและนโยบายระหว่างประเทศนั้น ถือว่าอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ในการจัดอันดับครั้งนี้ไม่ได้รวมประเทศไทยและเมียนมาเข้าไว้ในการวิเคราะห์ เนื่องจากมีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างช้า และไม่มีชื่ออยู่ในรายงานความพร้อมทางธุรกิจ (Business Ready) ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลสถิติหลักสำหรับการจัดทำรายงานดัชนี GOI ปี 2569 เช่นเดียวกับบรูไนและติมอร์-เลสเตที่ไม่ได้ถูกนำมารวมด้วยเหตุผลด้านข้อมูลในลักษณะเดียวกัน ส่วนสิงคโปร์ ในฐานะประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วเพียงแห่งเดียวในภูมิภาค ถูกแยกไปพิจารณาเฉพาะ
ทั้งนี้ ดัชนี GOI เป็นการจัดอันดับประจำปีที่ประเมินจากตัวแปร 101 ตัว ภายใต้ 5 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ มุมมองภาคธุรกิจ (Business Perception), พื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Economic Fundamentals), บริการทางการเงิน (Financial Services), โครงสร้างเชิงสถาบัน (Institutional Framework), มาตรฐานและนโยบายระหว่างประเทศ (International Standards & Policy)
ดัชนีดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการจัดสรรเงินทุนทั่วโลก โดยในช่วงปี 2564-2567 ตลาด 6 แห่งของภูมิภาคสามารถดึงดูดเงินทุนไหลเข้าคิดเป็น 8.2% ของเงินทุนทั้งหมดที่ไหลเข้าสู่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมากกว่า 70% ของเงินทุนเหล่านี้เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
แมทธิว อะเลชี ผู้อำนวยการด้านภูมิเศรษฐศาสตร์ของสถาบันมิลเคน และหนึ่งในผู้เขียนรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า “เรื่องราวการเติบโตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีความน่าสนใจ แต่เหล่านักลงทุนเริ่มมีความพิถีพิถันในการเลือกมากขึ้น เรากำลังเห็นการเคลื่อนย้ายของเงินทุนโลกอย่างต่อเนื่องไปยังตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือผู้ได้รับประโยชน์หลักจากแนวโน้มนี้”
นอกจากนี้ อะเลชียังให้ความเห็นว่า ประเทศที่สามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ควบคู่ไปกับการยกระดับระบบการเงินและเสริมสร้างธรรมาภิบาลให้แข็งแกร่ง จะเป็นประเทศที่มีความพร้อมที่สุดในการดึงดูดการลงทุนระยะยาว
9 เม.ย. 2569
936 views
EP อื่นๆ
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
11 เม.ย. 2569
10 เม.ย. 2569
10 เม.ย. 2569
10 เม.ย. 2569
10 เม.ย. 2569