23 มี.ค. 2569
น้ำมันโลกพุ่งกว่า 8% หวั่นอุปทานชะงัก หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีอิหร่าน ครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ
ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 8% ในช่วงเช้าวันนี้ (2 มี.ค.) หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต
ณ เวลา 06.26 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือน เม.ย. พุ่งขึ้น 5.92 ดอลลาร์ หรือ 8.83% แตะที่ 72.94 ดอลลาร์/บาร์เรล
รายงานล่าสุดระบุว่า เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน บริษัทน้ำมันรายใหญ่ และบริษัทการค้าส่วนใหญ่ ได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบ เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เผยแพร่ประกาศเตือนว่า อาจไม่อนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยแม้ว่ารัฐบาลเตหะรานจะยังไม่มีการประกาศปิดอ่าวอย่างเป็นทางการ แต่ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะเตรียมพร้อมสูงสุดในภูมิภาค และความเสี่ยงที่การสื่อสารที่คลาดเคลื่อนอาจลุกลามจนกลายเป็นเหตุปะทะที่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือพาณิชย์
นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานจาก Rystad กล่าวว่า แม้เรือเหล่านี้จะสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานทางเลือกอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซได้บ้าง แต่ผลกระทบจากการปิดช่องแคบแห่งนี้จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากระบบมากถึง 8 - 10 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันบางส่วนผ่านท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย และท่อส่งน้ำมันของอาบูดาบีแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ วิกฤตการณ์อิหร่านยังกระตุ้นให้รัฐบาลและโรงกลั่นในเอเชียเริ่มประเมินคลังสำรองน้ำมัน รวมถึงเส้นทางการเดินเรือและแหล่งจัดหาทางเลือก โดยนักวิเคราะห์จาก Kpler กล่าวว่า อินเดียอาจหันไปหาซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพื่อชดเชยการสูญเสียอุปทานที่อาจเกิดขึ้นจากตะวันออกกลาง
วิลเลียม แจ็กสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่จาก Capital Economics เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกให้สูงขึ้นอีก 0.7% โดยเฉพาะการที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันถึง 20% ของทั้งโลก จะทำให้เกิดภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันในทันที ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชดเชยส่วนที่หายไป
ส่วนในการประชุมนโยบายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 มี.ค.) กลุ่มโอเปกพลัสมีมติเห็นชอบให้กลับมาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบอีกครั้งในเดือนหน้าที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน หลังจากสงครามในอิหร่านซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกหลัก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน เพื่อทบทวนสถานการณ์และแนวโน้มตลาดโลก
2 มี.ค. 2569
71 views
EP อื่นๆ
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
IEA เตือนจะเกิดวิกฤตพลังงานที่รุนแรงกว่า ทศวรรษ 1970
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569