23 มี.ค. 2569
“ทรัมป์” เตรียมเปิดประชุมคณะกรรมการสันติภาพวันนี้ ดึง “อินโดฯ-เวียดนาม-กัมพูชา” เข้าร่วม
“โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสันติภาพวันนี้ โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี 3 ประเทศ “อินโดฯ-เวียดนาม-กัมพูชา” เข้าร่วม
สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า การประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) อย่างเป็นทางการนัดแรกที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีผู้นำจาก 3 ประเทศเข้าร่วม คือประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย, นายโต เลิม ผู้นำสูงสุดของเวียดนาม และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา เป็นที่น่าสังเกต เนื่องจากไม่มีไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นสองพันธมิตรหลักตามสนธิสัญญาเก่าแก่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงมาเลเซีย หนึ่งในประเทศแรกๆ ของอาเซียน ที่บรรลุข้อตกลงทางการกับสหรัฐฯ
รายงายระบุว่า วาระสำคัญของการประชุมคือ การหารือเรื่องการฟื้นฟูฉนวนกาซา และการเปิดเผยคำมั่นสัญญาด้านเงินทุนกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นักวิเคราะห์มองว่าบทบาทของคณะกรรมการชุดนี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องกาซาเท่านั้น
อย่างไรก็ดี การตอบสนองที่แตกต่างกันของชาติอาเซียน สะท้อนให้เห็นว่าแต่ละประเทศตีความแนวทางใหม่ของทรัมป์แตกต่างกันออกไป และยอมรับว่าระเบียบโลกที่ยึดโยงกับกฎกติกาหลังสงครามโลกกำลังเสื่อมถอยลง
แต่กระนั้น สำหรับอินโดนีเซียและเวียดนาม นี่คือโอกาสทองในการเข้าถึงทำเนียบขาว แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์มองว่ามันคือการยอมรับระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เน้นผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย และอำนาจเป็นศูนย์กลางมากยิ่งขึ้น
คณะผู้แทนจากเวียดนามแสดงให้เห็นว่า โต เลิม ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยการเดินทางครั้งนี้ทั้งรัฐมนตรีกลาโหม, รัฐมนตรีความมั่นคงสาธารณะ, รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัฐมนตรีคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางร่วมคณะไปด้วย สื่อทางการเวียดนามระบุว่าการเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนถึงการสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพระดับโลก และเป็นก้าวที่เป็นรูปธรรมในการยกระดับความเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์รอบด้านกับสหรัฐฯ
เกรกอรี โพลิง นักวิชาการอาวุโสจาก CSIS ในวอชิงตัน วิเคราะห์ว่า คณะกรรมการสันติภาพประกอบด้วยประเทศมหาอำนาจระดับกลางที่ไม่ใช่พันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐฯ ซึ่งสำหรับไทยและฟิลิปปินส์นั้น "ไม่มีแรงจูงใจหรือข้อดีใดๆ ในการเข้าร่วม" นอกจากนี้ รัฐบาลหลายแห่งในภูมิภาคยังกังวลว่าคณะกรรมการนี้อาจถูกใช้เพื่อลดบทบาทของสหประชาชาติ (UN) ลง
ด้าน เอลินา นูร์ นักวิชาการจาก Carnegie Endowment for International Peace ในสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า คณะกรรมการนี้ตั้งตัวขึ้นมาเพื่อมีอำนาจในการฟื้นฟูกาซา โดยไม่มีความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มาเลเซียซึ่งวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรง ตัดสินใจไม่เข้าร่วม
อย่างไรก็ดี สำหรับอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีปราโบโวเดินทางถึงสหรัฐฯ ตั้งแต่วันอังคาร พร้อมทีมเศรษฐกิจชุดใหญ่ นอกจากการประชุมคณะกรรมการสันติภาพแล้ว ประธานาธิบดีปราโบโวคาดหวังจะบรรลุข้อตกลงการค้าทวิภาคีกับทรัมป์ ซึ่งจะเป็นดีลลักษณะเดียวกับที่กัมพูชาและมาเลเซียลงนามไปเมื่อเดือนตุลาคม โดยข้อตกลงเหล่านี้จะกำหนดให้ประเทศคู่ค้าต้องปรับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกและการคว่ำบาตรให้สอดคล้องกับสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการลดภาษีศุลกากร
ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดโดยหอการค้าสหรัฐฯ และสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีปราโบโวกล่าวว่า เขามั่นใจว่าจะสรุปข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกาได้ในทริปนี้ และย้ำว่าแม้อินโดนีเซียจะยึดถือนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดมาโดยตลอด แต่เขาก็ต้องการเห็นสหรัฐฯ มีบทบาทที่เข้มแข็งในอินโดนีเซีย ซึ่งเขาถือว่าเป็น "มิตรแท้" ของอเมริกา และพร้อมจะเป็น "คนกลางที่ซื่อสัตย์" ระหว่างมหาอำนาจต่างๆ ของโลกต่อไป
19 ก.พ. 2569
202 views
EP อื่นๆ
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
IEA เตือนจะเกิดวิกฤตพลังงานที่รุนแรงกว่า ทศวรรษ 1970
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569