23 มี.ค. 2569
4 พรรคเห็นตรงกันมี 'รัฐบาลดิจิทัล' ง่ายต่อการตรวจสอบทุนเทา 'ศุภจี-ยศชนัน' เถียงกันเดือด เคลมผลงาน
4 พรรคเห็นตรงกันมี 'รัฐบาลดิจิทัล' รวมแอป ง่ายต่อการตรวจสอบทุนเทา 'อภิสิทธิ์' บอกต้องออก พ.ร.ก. เพิ่มอำนาจยึดทรัพย์ได้ หากแจงที่มาไม่ได้ ขณะ ‘เท้ง’ คลัอยตาม ปชป. กา 2 ใบ อย่าแบ่งใจครึ่งพรรค ด้าน 'ศุภจี-ยศชนัน' เถียงกันเดือด เคลมผลงานรวมแอป ทำกองเชียร์เพื่อไทยโห่
เมื่อวานนี้ (5 ก.พ.) เวทีดีเบตช่อง 3 “เปลี่ยนใหม่ หรือไปต่อ” เบรกที่ 2 เป็นการประชันวิสัยทัศน์ 4 ตัวแทนพรรค ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ , นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย , นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย
โดยเมื่อถึงคิวของพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ แสดงวิสัยทัศน์ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบาย บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดี ชีวิตมั่นคง เนื่องจากการทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่ร้ายแรงสุด ขณะนี้ที่ทำให้นโยบายเกือบทุกเรื่องไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้เราขอเป็นวาระแห่งชาติ ต้องเริ่มต้นจากการปรับทุนเทาอย่างชัดเจน เอาคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกจากอำนาจ และเดินหน้าในการเปิดข้อมูลทุกอย่างของรัฐบาลให้โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
หลังจากนั้นคือเรื่องเศรษฐกิจ พี่น้องหาดใหญ่ พี่น้องชายแดนต้องได้รับการเยียวยาโดยเร็ว หลังจากนั้นมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ตามด้วยวางรากฐานให้เศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งทิศทางตอนนี้ชัดเจน ทั่วโลกคือเศรษฐกิจดิจิทัลกับเศรษฐกิจสีเขียว เราต้องการเพิ่มศักยภาพของประเทศด้วยการทำรัฐบาลดิจิทัล เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย กฎหมายที่จะลดข้อติดขัด ให้เกิดความคล่องตัวในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ การเพิ่มทักษะให้กับประชาชนทุกกลุ่มทุกวัยต้องเป็นวาระแห่งชาติ
นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า หลายพรรคอาจจะมีนโยบายที่แตกต่างกันไป แต่เราควรจะช่วยกรุยทางไปสู่การมีระบบสวัสดิการถ้วนหน้า ภายใต้ข้อจำกัดทางการเมือง การเงินการคลังที่ต้องช่วยกันคิด ไม่ให้สูญเสียวินัย เราไม่ได้อยู่ลำพัง ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำในภูมิภาคได้ อีก 2 ปีเราจะเป็นประธานอาเซียน เราต้องเร่งรุกงานต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาการค้ากับสหรัฐ สหภาพยุโรป รวมถึงการแก้ปัญหาชายแดนด้วยการทำการทูตเชิงรุก ไม่ให้กัมพูชาเข้ามาก่อความวุ่นวายกับเราอีก
จากนั้น ได้เปิดโอกาสให้แคนดิเดตท่านอื่นสอบถาม โดยนายยศชนัน กล่าวว่า ตนเห็นด้วยทั้งหมด แต่ขอเพิ่มเติมคือการจะทำเรื่องรัฐบาลดิจิทัลนั้น สิ่งสำคัญคือข้อมูลต่างๆ และ AI ประเทศไทยจำเป็นต้องยกเครื่อง รวมถึงเรื่องทุนเทาด้วย
ทำให้นายอภิสิทธิ์ ตอบว่าเรื่องทุนเทาเรื่องการตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน ต้องใช้เทคโนโลยีข้อมูล AI เข้ามา น่าจะต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 2 ฉบับเพื่อเพิ่มอำนาจให้สามารถอายัดทรัพย์ ถ้าไม่สามารถอธิบายที่มาได้โดยเร็ว เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเท ให้เปิดเผยเจ้าของที่แท้จริง
พรรคประชาธิปัตย์ก็มีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการเปิดโซล่าเซลล์ มีอาเซียนกริด มีเป้าหมายที่จะเอาพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาวเข้ามาด้วย โดยตั้งเป้าว่าจะได้พลังงานที่ถูกลงและจะให้ลาวขายพลังงานผ่านไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ผ่านประเทศไทย
จากนั้น นางศุภจี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับเหตุผลหรือนโยบายและวาระของนายอภิสิทธิ์ทุกข้อ และอยู่ในนโยบายของพรรคภูมิใจไทยด้วย โดยเฉพาะเรื่องทุนเทาเราพยายามเต็มที่ ก็มีความตั้งใจว่าเราจะดูพฤติกรรม เพื่อจะไม่ต้องมาใช้ปากว่าใครเป็นใคร ทำให้มั่นใจได้ว่าเราดูแลเท่าเทียม ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายของพรรคด้วยเหมือนกัน
“เราต้องดูแลคนตัวเล็กตัวน้อยด้วย เพราะปัจจุบันนี้ คนตัวเล็กตัวน้อยถูกมีผลกระทบจากเรื่องนี้มากมาย ดังนั้น ต้องมีการทำงานบูรณาการตอนนี้ทางรัฐบาลก็ได้ทำแล้ว ถ้าใครเป็นรัฐบาลก็ขอให้ทำต่อด้วย เรามีบูรณาการข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปถึงกระทรวงการคลัง” นางศุภจี กล่าว
ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เห็นต่างกันมาก แม้แต่แคมเปญกาฟ้า 2 ใบ ก็สอดคล้องเหมือนกัน ที่ผ่านมาเราอาจจะอยู่ในกรอบวิธีการคิดที่ไม่ถูกต้อง ที่บอกว่าเลือกคนที่ใช่กาพรรคที่ชอบ เพราะคนที่ไปโหวตในนายกรัฐมนตรีคือ สส.ในสภา เพราะฉะนั้น การที่คุณจะแบ่งใจได้ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกพรรคไหนบนบนเวทีนี้ ขอให้กาให้ตรงกัน
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า รัฐบาลดิจิทัลที่จะทำให้มีความโปร่งใสและเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ผ่านมาประเทศเราคุยเรื่องนี้กันมาเยอะ
“ถ้าถามทุกคนก็คงเหมือนกัน ข้อมูลต้องเชื่อม แล้วทำไมปัจจุบันถึงไม่เชื่อม อาจจะทำให้แค่บางส่วนกับภาพรวมทั้งหมดเรายังเห็นแอพพลิเคชั่นหลายร้อยแอพกระจัดกระจาย” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายยศชนัน จึงเสริมว่า แน่นอนว่า ระบบซับซ้อนพอสมควร แต่สำคัญที่สุดคือจำเป็นต้องรวบรวมทุกคนที่ทำระบบนี้เข้าด้วยกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องทำ บางครั้งเวลาเรามุ่งทำอะไรด้วยตัวเองตลอด ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จได้
นางศุภจี กล่าวอีกรอบว่า ต้องทำเป็นเป็นขั้นเป็นตอน ถ้าทำพร้อมกันทั้งระบบ คงจะทำไม่ได้ ต้องทยอยทำไป สิ่งที่สำคัญในการเปลี่ยน ทุกคนเห็นตรงกันเรื่องกฎหมาย แต่อีกเรื่องหนึ่งคือความคิดของผู้ปฏิบัติงาน ต่อให้เรามีระบบดีอย่างไร ต่อให้เปลี่ยนกฎหมายแล้วแต่ คนที่เป็นคนปฏิบัติงานยังไม่ได้เปลี่ยนทัศนคติก็ทำไม่ได้
“เห็นใจมากๆ วันที่เราลงไปที่หาดใหญ่ ท่านนายกก็บอกว่าเอาอย่างนี้ เนื่องจากของมันหายไปแล้ว เอกสารไม่มีเลย ก็สั่งการลงไปมีปลัดกระทรวงมหาดไทยนั่งอยู่ วันรุ่งขึ้นเราเห็นอะไรคะ เราเห็นคนเข้าแถวกันเพื่อจะไปถ่ายเอกสาร เพราะข้าราชการเองยังไม่กล้า ดังนั้น มันเปลี่ยนระบบมันไม่ได้เปลี่ยนแค่เทคโนโลยีอย่างเดียว ต้องเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีบูรณาการเลือกในจุดที่ควรจะทำได้ก่อน และต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์ให้เขาทำได้ได้โดยไม่ต้องกลัวเทคโนโลยี” นางศุภจี กล่าว
ช่วงหนึ่ง แต่ละพรรคได้มีการกล่าวถึงระยะเวลาในการผลักดันโครงการดังกล่าว โดยนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า มันมีข้าราชการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวกับโครงการเหล่านี้ บ้านเมืองสุจริตจึงเป็นสิ่งแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศ แต่นายยศชนัน กล่าวว่า ทำได้เลย ส่วนนายณัฐพงษ์ เริ่มทำทันที แต่ทำได้อย่างไรเป็นคำตอบหนึ่ง
ทำให้นางศุภจี กล่าวว่า เราไม่ใช่พูดแล้วทำ แต่ทำแล้ว นายยชชนัน จึงกล่าวทันทีว่า เราทำแล้ว
แต่นางศุภจีตอบโต้ว่า ทำไปได้ 22 หน่วยงาน จาก 405 หน่วยงาน ทำให้นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าอย่าแย่งเครดิตกันเลย ประชาชนไม่ได้พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่
ทั้งนี้ ช่วงที่มีการเถียงกันเรื่องการรวมแอพฯ กองเชียร์เพื่อไทยได้โห่ร้องช่วงที่นางศุภจีตอบ ระบุว่า ไม่เป็นความจริง
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/DWl-QBKifqg
6 ก.พ. 2569
113 views
EP อื่นๆ
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569