กู้ซากเรือล่มกลางแม่น้ำป่าสักขึ้นมาได้สำเร็จ แต่ยังไม่พบร่างหญิงท้อง 7 เดือน

นายประพันธ์ ตรีบุปผา รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาอยุธยา เข้าอำนวยการเร่งกู้ซากเรือที่เกิดอุบัติเหตุกลางแม่น้ำป่าสัก เพื่อไม่กีดขวางทางน้ำและค้นหาร่างผู้สูญหาย ทำรถเครนขนาดใหญ่ เข้ามายกภายในโกดังปุ๋ยของบริษัทเจียไต๋จุดเกิดเหตุ


โดยแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำออกเป็น 2 หน่วย หน่วยแรกนักประดาน้ำที่มีความชำนาญค้นหาของเก่าใต้น้ำทำหน้าที่ดำน้ำถูกยึดลวดสลิงยกคู่เรือ ส่วนนักประดาน้ำมนุษย์กบของอาสาสมัครกู้ภัยทำหน้าที่ดำน้ำค้นหาร่างผู้สูญหาย แต่ก็เป็นด้วยความยากลำบากเนื่องจากแม่น้ำป่าสักมีความลึกมากกว่า 12 เมตรกว้างกระแสน้ำไหลแรงจะกลายเป็นอุปสรรคในการกู้ซากเรือและค้นหาผู้สูญหายแต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ได้ละความพยายาม


ซึ่งต่อมาพี่สาวของผู้สูญหายเชื่อมีสิ่งลี้ลับปิดบังอำพราง ทำให้การกู้ซากเรือเพื่อค้นหาร่างของน้องสาวคาดว่าติดอยู่ในเรือเป็นไปอย่างยากลำบาก ได้นำธูปจำนวนทั้งหมด 16 ดอก หยุดบูชา ฟ้าดิน เจ้าที่เจ้าทาง ขอเปิดทางสะดวกให้กู้ซากเรือขึ้นมาโดยเร็วและขอให้พบร่างน้องสาวที่สูญหาย


ในที่สุดเจ้าหน้าที่สามารถใช้รถเครนและเรือยนต์จำนวน 2 ลำประสานแรงกู้ซากเรือขึ้นมาเหนือน้ำได้สำเร็จ แล้วใช้เครื่องสูบน้ำออกจากท้องเรือ เข้าไปค้นหาร่างผู้สูญหายคาดว่าติดอยู่ในเรือ แต่ปรากฏว่าไม่พบ สันนิษฐานว่าร่างหลุดออกจากเรือจมอยู่ก้นแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำนักประดาน้ำดำค้นหาอยู่นานยังไม่พบและต่อมาได้ถอนกำลังเป็นในที่สุด


นายพีรธร นาคสุข ได้ออกให้สัมภาษณ์บอกว่ากรมเจ้าท่าได้ทำการปิดน่านน้ำหยุดเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักหลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำมากกว่า 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือตั้งแต่วันวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 และสำนักงานเจ้าท่าอยุธยา เพิ่งเปิดเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสักได้เพียง 2 วัน ก็มาเกิดอุบัติเหตุเรือล่มมีผู้เสียชีวิตและสูญหายดังกล่าวจึงประกาศปิดการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง


ส่วนสาเหตุเรือยนต์โต้งท้ายพลิกคว่ำทำไม่มีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวม 2 ราย นายบวรวงศ์ อายุ 61 กัปตันเรือยนต์ ผู้มีประสบการณ์ มากว่า 60 ปี เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้เรือยนต์โต้งท้ายร่มครั้งนี้มาจากการเลี้ยวเรือโต่งท้ายไม่สัมพันธ์กัน ทำไม่ผิดจังหวะ ขณะเรือยนต์ส่งท้ายเลี้ยวกลับเพื่อหาจังหวะดึงบังคับเรือ มีภรรยาที่ตั้งท้อง 7 เดือน ทำหน้าที่สลับเชือกโยงเรือจากหัวเรือ เปลี่ยนมาดึงท้ายเรือ และเป็นจังหวะเดียวกันกับเรือโป๊ะบรรทุกถ่านหินตีโค้งจะเทียบท่า ทำไม่มีแรงดึงเชือกท้ายเรือโต่งกระชากอย่างแรงจนเรือพลิกคว่ำ


ต่อมารถเครนและนักประดาน้ำสามารถยกเรือลอยเหนือน้ำได้สำเร็จ แล้วใช่เครื่องสูบน้ำออกจนเรือลอยลำ เจ้าหน้าที่เข้าไปค้นหาผู้สูญหายภายในเรือไม่พบแต่อย่างไร คาดว่าได้หลุดออกไปออกไปจากนอกเรือแล้ว ซึ่งนักประดาน้ำจะต้องวางแผนค้นหากันต่อไป หากยังไม่พบก็ต้องเฝ้าติดตามท้ายน้ำร่างผู้สูญหายจะลอยขึ้นมาให้เห็น

15 ต.ค. 2568

232 views

EP อื่นๆ