29 ธ.ค. 2568
สะเทือนใจ เด็ก ป.1 ไม่มีเงิน หิวหยิบขนมครูไปกิน ถูกลงโทษฟุตเหล็กฟาดหน้า
ผู้นำหมู่บ้านสุดทน เด็กชาย ป.1 วัย 7 ขวบ ถูก “ครูสาวประจำชั้น” ใช้ไม้บรรทัดเหล็กฟาดหน้า เหตุเด็กหิวไม่มีเงิน หยิบขนมบนโต๊ะครูไปกิน ขณะที่แม่ร่ำไห้ ไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน จุกอกไม่สามารถให้เงินลูกซื้อขนมได้ ชี้ครูไม่ควรทำรุนแรงกับเด็กขนาดนี้
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 68 ผู้นำท้องที่แห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง เผยว่า พบ ด.ช.วัย 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 ไม่ไปโรงเรียนผิดสังเกต จึงเข้าไปสอบถาม พบใบหน้ามีรอยเขียวช้ำอย่างชัดเจน เด็กยอมเปิดปากเล่าเสียงสั่นว่า “ถูกครูเอ (นามสมมุติ) ใช้ฟุตเหล็กตีหลายครั้ง” เพราะลืมพกเงินมาโรงเรียน แล้วหิวจึงหยิบขนมบนโต๊ะครูมากิน
ผู้นำหมู่บ้านจึงเข้าไปสอบถามผู้ปกครอง ซึ่งก็ยอมรับว่าเห็นรอยตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่ไม่กล้าร้องเรียนเพราะ “กลัวครูเอาเรื่องลูก” จึงจำใจเงียบ แต่เมื่อเรื่องแดง ผู้นำหมู่บ้านตัดสินใจไม่ยอม พาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แพทย์ยืนยันชัดเจนว่า “รอยฟกช้ำเกิดจากการถูกวัตถุทรงแท่งตี”
ผู้สื่อข่าวเห็นรอยฟกช้ำตามใบหน้า คาง ข้างใบหู จึงสอบถามว่าวันนั้นทำอะไรผิดขนาดที่ครูต้องลงโทษ ด.ช. 7 ขวบ เล่าว่าวันนั้นที่ไปโรงเรียนแม่ไม่ได้ให้เงินไป เมื่อไปในห้องเห็นขนมวางอยู่บนโต๊ะครูหลายอัน ตนเองอยากกินจึงไปหยิบมากิน 1 อัน พอตอนเที่ยงครูก็เรียกไปแล้วก็ลงโทษบอกว่าขโมยขนมครู โดยครูใช้ไม้บรรทัดเหล็กตีที่หน้าทั้ง 2 ข้าง 14 ครั้ง ตบปาก 10 ครั้ง หยิกคอ และให้ไปล้างห้องน้ำ
นางดา (นามสมุมติ) อายุ 48 ปี แม่ของ ด.ช. 7 ขวบ อาชีพรับจ้าง บอกว่าวันนั้น ตอนเย็นครูเอ (นามสมมุติ) ได้โทรมาบอกตนว่าลูกขโมยขนมครูไปกิน ไม่ได้บอกว่าทำโทษลูก จนกระทั่งเลิกเรียนอาไปรับลูกกลับมาส่งที่บ้านและตนกลับมาจากทำงาน เห็นลูกนั่งเหม่ออยู่หน้าบ้านและเห็นรอยช้ำที่ใบหน้าของลูก
เมื่อถามลูกบอกว่าครูตีเพราะไปเอาขนมบนโต๊ะครูมากิน ได้ฟังลูกบอกแล้วตนเองจุกอกมากเพราะวันนั้นไม่ใช่ว่าลืมไม่ให้เงินลูกไปซื้อขนมกิน แต่ตนเองไม่มีเงินที่จะให้ลูกไปโรงเรียนจริงๆ ก็ต้องโทษตัวเองและสงสารลูกมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านแต่ผู้ใหญ่ไม่อยู่ ยอมรับว่ารับไม่ได้ที่ครูทำรุนแรงกับลูกขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เด็กยังเล็กและก็ไม่รู้ว่าเหล็กที่ฟาดไปนั้นจะกระทบอะไรกับตัวลูกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือลูกผวาบอกว่าไม่อยากไปโรงเรียน เพราะกลัวครูตี อยากบอกทางโรงเรียนว่าขอให้ย้ายครูคนนี้ไปอิยู่ที่อื่น ไม่ควรให้อยู่กับเด็ก
ทางด้าน นายรัตน์ อุหม่อง กำนันตำบลนาสัก นายณรงค์เดช วงศ์อ้าย ผู้ใหญ่บ้านข่วงม่วง และ นายสุรพร จันทร์ทบ สารวัตรกำนันตำบลนาสัก ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อเช้านี้สารวัตรกำนัน เห็น ด.ช. 7 ขวบ ไม่ไปโรงเรียน และพบว่าใบหน้าที่แก้มมีรอยแดงช้ำและขอบตายังเลือนๆ จึงสงสัย ตอนแรกคิดว่าถูกแม่ทำร้าย จึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ และผู้ใหญ่บ้านไปสอบถามน้อง จนทราบว่าถูกครูประจำชั้นตีด้วยฟุตเหล็ก ตนจึงเห็นว่าการกระทำของครูเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เป็นการทำร้ายเด็กรุนแรง จึงให้แม่พลูกไปตรวจร่างกายและให้เข้าแจ้งความ พร้อมแจ้งกำนันให้สอบถามทางโรงเรียนเพราะมีการประชุมที่โรงเรียนอยู่แล้วในวันนี้
ต่อมาครูเอ คนก่อเหตุ ได้โทรมาหากำนันเพื่อขอโทษและขอไม่ให้เอาเรื่อง ซึ่งในเรื่องนี้ตนบอกว่า เรื่องเกิดมา3วันแล้ว ทำไมถึงเพิ่งมารู้สึกผิดวันนี้ หากไม่มีใครรู้ก็คงเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และหากปล่อยไว้เด้กคนอื่นก็อาจจะถูกทำร้ายร่างกายแบบรุนแรงในลักษณะนี้อีก ซึ่งผลการตรวจร่างกายของแพทย์ก็ระบุว่ารอยช้ำที่แก้มซ้ายของ ด.ช. 7 ขวบ เกิดจากโดนวัตถุทรงแท่งไม่มีคมตี ซึ่งตนเองกำลังปรึกษาผู้ปกครองเพื่อเอาผิดครูคนนี้ที่กระทำการรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อเด็กซึ่งเป็นลูกศิษย์ และอายุเพียง 7 ปี
นอกจากนี้ครูในโรงเรียนยังให้ข้อมูลว่าครูคนดังกล่าวที่ผ่านมายังมีพฤติกรรมลงโทษเด็กด้วยการขังไว้ในห้อง และมีพฤติกรรมแปลก เก็บตัวและไม่ชอบสุงสิงกับใคร
ซึ่งทางด้านผู้ใหญ่บ้านบอกอีกว่า เย็นวันนี้ที่แม่พาน้องไปแจ้งความ แม่ได้โทรกลับมาหาตนว่าตำรวจจะไม่รับ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการ อ้างว่ากลัวลูกจะมีประวัติคดีลักทรัพย์ ตนเองจึงได้โทรศัพท์ไปหาตำรวจแล้วแย้งว่ามันคนละประเด็น แม่พาลูกไปแจ้งความเพราะลูกถูกครูทำร้ายร่างกาย หากการที่เด็กไปหยิบขนมบนโต๊ะครูมากิน แล้วครูเห็นว่าร้ายแรงจนถึงขั้นจะแจ้งข้อหาลักทรัพย์กับเด็กมันคนละเรื่อง จนตำรวจรับแจ้งความในที่สุด
เรื่องนี้ตนเอง และกำนัน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนแห่งนี้ จะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะรับพฤติกรรมของครูรายนี้ไม่ได้เช่นเดียวกัน
3 ต.ค. 2568
1.3K views
EP อื่นๆ
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568
29 ธ.ค. 2568