1 ม.ค. 2569
“พิพัฒน์” ยัน รัฐบาลอนุทิน เดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ผนึกกำลังทีมงานภาคใต้
“พิพัฒน์” ยัน รัฐบาลอนุทิน เดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ผนึกกำลังทีมงานภาคใต้ดันเศรษฐกิจ ชี้ ที่ผ่านมาเสียโอกาสไปมาก หากไม่เริ่มวันนี้ ก็จะชะลอไปเรื่อยๆ เสียเวลา 4 เดือนโดยเปล่าประโยชน์ เชื่อ EIA เดินหน้าไปเยอะแล้ว
วันนี้ (17 ก.ย. 68) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการเดินหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ภายหลังการเปิดตัวทีม อบจ.ชุมพร ของนายชุมพล จุลใส อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ที่มาสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยใรวันนี้ ว่า ต้องขอบคุณทีม อบจ.ชุมพร ที่มาร่วมกันเพื่อพัฒนาประเทศของเราต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญที่พวกเรามีการประสาน และรวมตัวกัน เพราะเรามีนโยบายที่จะพัฒนาโดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญที่สุดอย่างกรณีโครงการแลนด์บริดจ์ว่าจะเกิดหรือไม่ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็มีการให้สัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเราจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป
นายพิพัฒน์ ระบุอีกว่า โครงการแลนด์บริดจ์เริ่มต้นจากสมัยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จะมีการสร้างระบบราง ถนน และระบบท่อ ของ 2 ฝั่งในทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ซึ่งก็จะเป็นการสร้างอาชีพให้กับคนไทยเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชุมพร และระนอง ที่จะสามารถจ้างงานเพิ่มขึ้นได้มากมาย จึงถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยตนได้หารือเป็นการส่วนตัวกับนายชุมพล ว่า เราจะมาสานความสำเร็จ และเป็นการพัฒนาจังหวัดของเรา พวกเราต้องช่วยกันคิด และจัดทำอย่างไรให้โครงการนี้ราบรื่นไปได้ จึงเป็นที่มาที่ทำให้เรามาอยู่ด้วยกัน
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ตนได้รับหน้าที่ให้พูดคุยกับเพื่อนๆ พื้นที่ภาคใต้ว่า มีอุดมการณ์มาทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ เพราะที่ผ่านมาเราเสียโอกาสเยอะมาก เพราะพวกเราไม่ได้มีการรวมตัวกัน ซึ่งหากมีการรวมตัวและช่วยกันในเรื่องยุทธศาสตร์ ก็มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาภาคใต้ได้มากกว่านี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเดินหน้าโครงการแลนด์บริจด์ ที่มีคนไม่เห็นด้วย และขอให้ชะลอโครงการดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะศึกษาผลกระทบ EIA ไม่ทัน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ถ้าเราไม่สานต่อในวันนี้ ก็จะมีการชะลอไปเรื่อยๆ และโอกาสคงไม่เกิด ซึ่งตนในฐานะที่เป็นคนใต้ในจังหวัดสงขลา และมีบริษัทเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ได้วิ่งในประเทศไทย ตนก็คิดว่า เรามีความรู้ในระดับหนึ่ง ซึ่งคำว่าแลนด์บริดจ์ คุ้มกับการลงทุนหรือไม่ ก็คงไม่ใช่ประเทศไทยเป็นผู้ลงทุน แต่ต้องมีการเชิญชวนเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน เพราะวันนี้ประเทศไทยไม่พร้อมในเรื่องการกู้ยืมเงิน แต่มั่นใจว่าเรามีศักยภาพ ในการเชิญชวนให้คนมาใช้ท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง
ส่วนในระยะเวลา 4 เดือน จะสามารถจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้ทันหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ ระบุว่า เท่าที่ตนได้ทราบมา การสำรวจหรือการทำ EIA น่าจะทำไปได้ไกลแล้ว แต่ตอนนี้อยู่ในการตัดสินใจของรัฐบาลของนายอนุทิน ว่าในระยะเวลา 4 เดือน เรื่องของแลนด์บริจด์ เราจะสานต่อหรือไม่ ซึ่งนายอนุทินก็มีการให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นการสร้างงานอีกชิ้นหนึ่ง ที่เป็นงานชิ้นใหญ่ หลังจากที่เรามีการ EEC ไปก่อนหน้านี้ และหลังจากนั้นประเทศไทยยังไม่มีโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเราพยายามทำโครงการนี้ให้สำเร็จ และที่สำคัญคือการจะทำให้เป็นตัวเชื่อม SEC ซึ่งเรามีความพร้อม และความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า แต่หากเราไม่คิดที่จะริเริ่มอะไร 4 เดือนก็จะผ่านไปแบบเปล่าประโยชน์ ฉะนั้นขออย่าไปสนใจว่าเป็น 4 เดือนหรือกี่วัน เมื่อเราเข้ามาสิ่งที่ต้องทำ และทำได้มากน้อยขนาดไหน ถ้าครั้งต่อไปพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เราจะมาสานต่อนโยบาย แต่หากไม่ได้รับความไว้วางใจก็ขอฝากโครงการที่ดีๆ หรือโครงการที่จะทำให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นให้กับรัฐบาลชุดต่อไป พร้อมย้ำว่า นโยบายดังกล่าวเป็นความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรี
17 ก.ย. 2568
75 views
EP อื่นๆ
1 ม.ค. 2569
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568