1 ม.ค. 2569
ตร.ล่อจับแก๊งคอลฯ โพสต์หาคนมีบัญชีธนาคาร มาเป็นม้า รับโอน-ถอนเงิน แลกกับค่าตอบแทน
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.68 ตำรวจ สน.โชคชัย จับกุม นายเสรี อายุ 31 ปี และ น.ส.บงกชรัตน์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีรับจัดหาบัญชีม้าเพื่อกดเงิน โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา พร้อมยึดของกลาง เป็นสมุดบัญชีธนาคารต่าง ๆ รวม 3 เล่ม บัตร ATM จำนวน 4 ใบ และโทรศัพท์สมาร์ทโฟน จำนวน 2 เครื่อง
พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์หาคนมีบัญชีธนาคารอยู่แล้ว เพื่อมาเป็นม้า ในการรับโอนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วกดเงินออกมา แลกกับค่าตอบแทน 2,000-5,000 บาท โดยจะตระเวนพาไปกดเงินตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในท้องที่ สน.โชคชัย รวมถึงในต่างจังหวัด โดยมักจะใช้ข้อความโพสต์ เช่น หาเด็กโอน กรุงเทพ, ขอคนว่างงานตอนนี้มีวอลเลท ธนาคาร, หาเด็กกดถอนตังกรุงเทพ ปทุมธานี, กรุงเทพ BBL พร้อมไปหน้าตู้ และโพสต์ล่าสุด ระบุว่า หาเด็กกดถอนเงินตังกรุงเทพ ปทุมธานี ด่วนๆ บช 2000-5000
ตำรวจ สน.โชคชัย จึงให้สายลับทักไปว่ามีบัญชีธนาคาร และสนใจทำงานนี้ กระทั่งวันที่ 15 กันยายน สายลับได้นัดให้กลุ่มคนร้ายมารอรับที่ห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทรา เพื่อจะรับโอนเงินและกดเงินให้ โดยมีตำรวจชุดจับกุมดักอยู่ที่ลานจอดรถ
สักพักรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีขาว วิ่งวนอยู่ภายในลานจอดรถหลายรอบ ตำรวจจึงเข้าจับกุมทันที และควบคุมตัวนายเสรี กับนางสาวบงกชรัตน์ 2 พี่น้อง พร้อมของกลางที่เจอในรถ เป็นสมุดบัญชีธนาคารต่าง ๆ บัตร ATM 4 ใบ และโทรศัพท์ 2 เครื่อง
ผู้กำกับการ สน.โชคชัย เปิดเผยว่า คนร้ายอ้างว่าทำมา 3 ครั้ง ได้รับจ้างจากคนในเฟซบุ๊กมาอีกที โดยได้ค่าจ้าง 1,000 บาท วิธีการคือ จะโพสต์หาคนมารับจ้างกดเงิน แลกค่าจ้างครั้งละ 2,000-5,000 บาท พอมีคนตกลงจะพาไปกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม แต่จะเลือกจุดที่มีคนพลุกพล่านอย่างในห้างสรรพสินค้า จะได้ไม่เป็นที่สังเกต พอกดเงินสดออกมาหมดแล้ว จะให้ค่าตอบแทนแล้วแยกย้ายทันที แล้วทั้งคู่จะเอาเงินไปให้ผู้ว่าจ้างอีกที นี่เป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำให้กลายเป็นบัญชีม้า เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเจอก็ต้องถูกอายัดบัญชี หรือระงับวงเงิน
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่น ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีโทษจำคุก 2-5 ปี ปรับ 200,000 ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยพนักงานสอบสวนจะคุมตัวทั้ง 2 คน ฝากขังต่อศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และสร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องประชาชน หลังจากนี้จะขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/S-qxoysEPJc
17 ก.ย. 2568
35 views
EP อื่นๆ
1 ม.ค. 2569
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568
31 ธ.ค. 2568