30 มี.ค. 2569
สิ้นสุด 8 ปีที่รอคอย พ่อแม่น้องเมย เผยทั้งน้ำตา กู้คืนศักดิ์ศรีให้ลูก หลังศาลทหารชั้นฎีกา สั่งจำคุกรุ่นพี่
จากกรณีที่ “น้องเมย” นตท.ภัคพงค์ ตัญกาญจน์ เสียชีวิตปริศนา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 ขณะศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหาร โดยใบมรณะบัตรระบุเพียงว่าเกิดจาก “ภาวะหัวใจล้มแล้วเฉียบพลัน ” ค้านกับสภาพร่างกายที่แข็งแรง ขณะที่คนในครอบครัวตัญกาญจน์ ยืนยันว่าเป็นการเสียชีวิตที่ผิดปกติ จนนำสู่การนำร่างส่งผ่าพิสูจน์รอบ 2 ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม หลังผลการผ่าพิสูจน์ในรอบแรกของสถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้สร้างความคลางแคลงใจให้เป็นอย่างมาก กระทั่งผลการผ่าพิสูจน์รอบ 2 พบว่าอวัยวะสำคัญทั้ง สมอง,ปอด และอวัยวะสำคัญหลายส่วนหายไป และยังพบรอยช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ซึ่งทางครอบครัวได้ฟ้องรุ่นพี่บังคับบัญชา ที่ธำรงวินัยจนหมดสติ
วันนี้ 22 ก.ค.68 เวลา 08.00 น. นายพิเชษฐ และนางสุกัลยา ตัญกาญจน์ พ่อแม่ของน้องเมย เดินทางมาที่ศาลทหาร มทบ.12 ปราจีนบุรี โดยศาลนัดอ่านฎีกาคำพิพากษาในคดีอาญา โดยผลคำพิพากษายืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ ลงโทษจำคุก 6 เดือน แต่ลดโทษเหลือ 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 บาท ให้รอลงอาญา 2 ปี เนื่องจากจำเลยยังทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้
ด้าน นายพิเชษฐ์ และนางสุกัลญา กล่าวทั้งน้ำตาว่า คดีทำร้ายร่างกาย เป็นคดีแรกที่นักเรียนบังคับบัญชาสั่งธำรงวินัยทำโทษในท่าที่ผิดกฎระเบียบโรงเรียน เราสู้ให้เขาจนวันนี้ เราก็สู้ให้เขามา 8 ปี จนเรารู้ว่าสิ่งที่น้องเมย โดนกล่าวหาว่าผิดระบบ เกียรติศักดิ์เขาไม่เคยผิด และเขาไม่เคยโกหก จากคำสั่งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ จนวันนี้ถึงฎีกา เราจะมาฟัง มันเป็นสิ่งที่ตนอยากจะบอกว่าเด็กคนนึงโดนทำร้ายแล้วโดนทำร้ายอีก แม้แต่ตายยังไม่มีโอกาสพูด ยังโดนใส่ร้ายไปอีก
วันนี้แม่มาร้องทุกข์แทนเขา มาแก้แทนเขา ถ้าผลออกมาดี เมยเขาก็หลุดข้อกล่าวหา ข้อครหานี้ที่ติดตัวเขาไปจนวันตาย จนปัจจุบัน 8 ปี ตนจะได้สบายใจ มันเป็นศักดิ์ศรีของลูกเรา ช่วงของชั้นศาลอุทธรณ์ที่ให้ทางกลาโหมชดใช้ ยังไม่ได้มีการชดใช้เลย และมีการปล่อยข่าวว่าทางเรารับตังค์มาส่องไฟท์ครั้งแรก 20 ล้านบาท ไฟท์ที่ 2 จำนวน 10 ล้าน เขาเอาเงินตรงไหนมาให้ทางเรา เขายังไม่มาคุยเลย เขายังไม่เคยให้เกียรติเราเลยสักนิด มีแต่พยายามปิดบังเรามาตลอด สน.พญาไท นายแพทย์ที่ผ่าศพเป็นคนแรก และไม่นำอวัยวะคืน ทางแม่ได้ไปแจ้งความที่ สน.พญาไท ตำรวจออกหมายเรียกไป 2 ครั้ง ไม่มา แต่ตำรวจไม่กล้าออกหมายจับ ปัจจุบันนี้ 4 ปีแล้ว อวัยวะที่ได้คืนมา ทางเราบอกว่าไม่ใช่ของลูกเราอย่างแน่นอน อวัยวะยังอยู่ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทางคุณหมอได้ตรวจ DNA แล้ว แต่ DNA มันไม่เกี่ยวข้องกับเรา เรื่องนี้ต้องรอให้ทางหมอเป็นคนแจง ทางเราเคยขออวัยวะมาบำเพ็ญกุศลหมอบอกเอาไปทำอะไร เขาพูดแค่นี้ เราเลยต้องทิ้งเอาไว้ที่นั่น
ตอนนี้ทางเรามีประเด็นที่คาใจ คือเราไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.พญาไท ได้ออกหมายเรียกไป 2 ครั้ง แล้วครั้งที่ 3 ไม่กล้าเรียก ไม่กล้าออกหมายจับเพราะอะไร ตนก็อยู่ประเทศไทยเหมือนกัน ใช้กฎหมายคงฉบับเดียวกับเขา แค่ลำพังที่เรามาขึ้นศาลทหาร ทุกวันนี้เรายังเป็นบุคคลอีกชั้นนึงเลย ทางฝั่งจำเลยสามารถแต่งตั้งทนายมาได้ ทางเราฝ่ายโจทก์ไม่สามารถที่จะแต่งตั้งทนายมาสู้กับเขาได้ เขาไม่ให้เพราะทางเราเป็นพลเรือน ถ้าทางแม่กับพ่อรับราชการ มีตำแหน่งมียศอยู่ในกองทัพ เราตั้งทนายได้ เราเป็นพลเรือนคนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ อัยการทำหน้าที่แทน กองทัพก็ยังไม่ใส่ใจเลย เราฝากฝังเขาไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้เลย เราร้องแทนได้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่รู้จะอธิบายยังไง เราอยู่แบบทนทุกข์ทรมานมา 7 ปีกว่า
เขาบอกว่าเรารับเงินเขามาแล้ว อยากถามว่าใครเป็นคนมอบเงินให้พวกเรา ส่วนเงินชดเชยที่เป็นค่าทำศพที่ได้มาจากทางกองทัพ ทางเรายังเก็บไว้อยู่ จำนวนเงิน 100,000 บาท และเมื่อเร็วๆนี้ ทางโรงเรียนโทรมาให้ทางเราไปรับเงินประกัน 10,000 บาท ที่เขาได้ทำประกันกลุ่มไว้ให้ที่โรงเรียนเตรียมทหาร ตนบอกเขาว่าเอาไว้อย่างนั้น นอกนั้นยังไม่ได้ ทางคดีแพ่งยังไม่มีชดเชยอะไรและไม่ชัดเจน ยังไม่ได้มีการคุยอะไร เขาอธิบายให้เราฟังว่า ตามคำสั่งทางจำเลยยังทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศได้ ทางเรารับทราบมาว่ารุ่นพี่คนนั้นได้ติดยศรับราชการตำรวจ
ด้านพ่อ ฝากถามไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลองตรวจสอบว่าถ้าเขาโดนคดีในลักษณะนี้ สมควรที่จะเป็นตำรวจอยู่อีกไหม
22 ก.ค. 2568
867 views
EP อื่นๆ
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569
30 มี.ค. 2569