“เจ้าคุณประสิทธิ์” แจ้งเจ้าอาวาส ตัดสินใจจะสึกเพื่อไม่ให้วัดเสื่อมเสีย

“พระครูวินัยธรวิเชียร” ยืนยัน “เจ้าคุณประสิทธิ์” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสประยุรฯ แจ้งเจ้าอาวาสว่าตัดสินใจจะสึก เพื่อไม่ให้วัดเสื่อมเสีย แต่ยังไม่ทราบสึกเรียบร้อยหรือยัง หลังถูกถอดจากทุกตำแหน่ง


หลังจากเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (15 ก.ค. 2568) พระปวรเมธี หรือเจ้าคุณประสิทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เข้าพบเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร โดยมีนายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าร่วมด้วย ได้ข้อสรุปว่า เจ้าคณะใหญ่เห็นควรว่าระหว่างที่เจ้าคุณประสิทธิ์ถูกกล่าวหา ควรให้พักตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และรองเจ้าคณะภาค 15 ไว้ก่อน จนกว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมพยานหลักฐานในคดีอาญา แล้วนำมามอบให้กับสำนักพุทธพิจารณา เพื่อพิจารณาว่ามีความผิดระดับใด ก็จะมีการ กำหนดบทลงโทษต่อไปตามความเหมาะสม แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดก็จะกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมได้


วันนี้ (17 ก.ค. 2568) ทีมข่าวลงพื้นที่วัดประยุรวงศาฯ อีกครั้ง พบว่าเมื่อคืนเจ้าคุณประสิทธิ์ น่าจะไม่ได้กลับมาจำวัดที่นี่ เพราะกุฏิปิดเงียบ และไม่มีพระรูปใดพบเห็น


จากนั้นพระครูวินัยธรวิเชียร วชิรธัมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาฯ ออกมายืนยันกับนักข่าวอีกครั้งว่า หลังจากเจ้าคุณประสิทธิ์ไปที่วัดไตรมิตรฯ ก็ไม่ทราบว่ากลับมาจำวัดหรือไม่ เพราะไม่เห็น หากไม่ได้กลับมาไปจำพรรษาที่วัดอื่นก็ต้องแจ้งเจ้าอาวาสเป็นผู้ปกครองอยู่แล้วว่าไปจำวัดที่ไหน


ต่อมา เวลา 17.00 น. พระครูวินัยธรวิเชียร เปิดเผยภายหลังมีกระแสข่าวเจ้าคุณประสิทธิ์ได้ลาสิกขา ว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางเจ้าคุณประสิทธิ์ ได้แจ้งมายังเจ้าอาวาสว่าตัดสินใจจะลาสิกขา เพื่อไม่ให้วัดประยุรฯ เสื่อมเสีย แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าลาสิกขาเรียบร้อยหรือยัง


โดยในตอนแรกที่เจ้าคุณประสิทธิ์ยังไม่ลาสิกขา หลังมีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ เพราะอยากเข้ากระบวนการตรวจสอบของสงฆ์ตามขั้นตอน แต่สาเหตุที่ตัดสินใจล่าสุด เพราะ “ท่านถอดใจ”


พระครูวินัยธรวิเชียร บอกด้วยว่า ขณะนี้มีผู้ที่มีอำนาจ กำลังพยายามบีบให้พระที่มีชื่อปรากฎเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ ทำการลาสิกขาทั้งหมด ไม่ว่าในระดับไหน ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ที่ต้องมีการวินิจฉัยก่อน แต่เป็นการทำตามใจ ไม่ชอบพฤติกรรม ก็จะบีบให้ลาสิกขาทั้งหมด โดยที่พระเองยังไม่ได้มีโอกาสชี้แจง ดังนั้น กระบวนการที่ตั้งมาโดยคณะสงฆ์ ก็ไร้ความหมาย


พร้อมยืนยันที่บอกว่า พระเป็นเหยื่อ เพราะส่วนตัวก็เคยมีผู้หญิงหน้าตาดี ทักข้อความมาทางเฟซบุ๊ก พยายามชวนคุย ขอช่องทางติดต่อทางไลน์ ส่วนใหญ่เจอก็จะบล็อก มองว่ากลุ่มนี้ลักษณะคล้ายคอลเซ็นเตอร์ มีผู้หญิงทักข้อความมาหาพระหลายรูป


16 ก.ค. 2568

495 views

EP อื่นๆ