ตำรวจรวบคู่หูไรเดอร์ อ้างเงินไม่พอใช้ ผลิตปืนเถื่อน ขายออนไลน์กลางเมืองพัทยา

รวบคู่หูไรเดอร์ อ้างเงินขาดมือไม่พอใช้ ผลิตปืนเถื่อน ปืนดัดแปลงขายในโลกออนไลน์ในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ถูกจับสาธิตวิธีทำโชว์ตำรวจ

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. สังการให้ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน.บช.ทท.พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ สว.กก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจับกุม นายวรกันต์ หรือ เต อายุ 24 ปี นายวราษิณหรือเพลง  อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และเครื่องกระสุน .380 จำนวน 7 นัด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์  จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาชีน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดัดแปลงอาวุธปืนแบลงค์กัน เป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ สว่าน หินเจียร ปากกาจับชิ้นงาน และอะไหล่ชิ้นส่วนแบลงค์กันอีกหลายรายการ

หลังตำรวจพบเบาะแสจากการโพสต์ชายปืนผ่านทางเฟซบุ๊ก เป็นปืนแบลงค์กันแปลง พร้อมเครื่องกระสุน ในราคา 15,000 บาท ผู้ต้องหานัดหมายจะนำปืนมาส่งที่ริมถนนพัทยาสาย 2 ซอย 1 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยสายลับได้แจ้งตำหนิรูปพรรณกับยานพาหนะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

กระทั่งกลางดึกของวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายวรกันต์หรือเต อายุ 24 ปี มาตามนัด และขณะที่กำลังยืนเจรจากับสายลับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อสอบถามเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าได้ติดต่อซื้อขายอาวุธปืนเถื่อนกับสายลับจริง และได้วางอาวุธปืนไว้ที่รถจักรยานยนต์ โดยมีนายวราษิณ นั่งเฝ้ารถอยู่ จึงแสดงตัวขอตรวจค้นพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (แบลงค์กันแปลง) พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 7 นัด ซุกซ่อนอยู่บริเวณขอบกางเกงด้านขวา และยังพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (แบลงค์กันแปลง) ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วย แม็กกาชีน วางอยู่บนเรือนไมของรถจักรยานยนต์อีก 1 กระบอก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมานายวรกันต์หรือเต อายุ 24 ปี ยอมรับสารภาพว่า ได้ซื้ออาวุธปืนแบลงค์กันมา แล้วนำมาให้นายวราษิณหรือเพลง (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี แปลงเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ให้สามารถใช้เครื่องกระสุนจริงขนาด 380 ได้ เมื่อพาไปตรวจค้นที่ห้องพักแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลกับที่จับกุม พบอุปกรณ์ที่ใช้ในการดัดแปลงอาวุธปืนแบลงค์กัน ให้กลายเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ เช่นสว่าน หินเจียร ปากกาจับชิ้นงาน และอะไหล่ชิ้นส่วนอีกหลายรายการ

ซึ่งนายวราษิณหรือเพลง (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ก็ให้การยอมรับสารภาพเช่นเดียวกัน ว่าตนเองเป็นผู้ดัดแปลงอาวุธปืนแบลงค์กัน ให้กลายเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จริง โดยคิดค่าดัดแปลงในราคากระบอกละ 2,500 บาท พร้อมทั้งสาธิตวิธีการลงมือดัดแปลงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูอีกด้วย

โดยผู้ถูกจับทั้งสองรายยังให้ข้อมูลว่า ตนเองนั้นเป็นไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารแต่หาเงินได้ไม่พอใช้ ทำให้เงินขาดมือ จึงรวมหัวกันสั่งอาวุธปืนแบลงค์กัน มาดัดแปลงให้สามารถใช้งานได้จริง แล้วลงขายในเฟซบุ๊ก เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายและเที่ยวเตร่ ไม่ได้คิดจะเอาไปก่อเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมควบคุมตัวนายวรกันต์หรือเต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วย แม็กกาชีน แจ้งข้อกล่าวหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ส่วนนายวราษิณหรือเพลง (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (แบลงค์กันแปลง) และเครื่องกระสุน .380 จำนวน 7 นัด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และอุปกรณ์ในการผลิตดัดแปลง แจ้งข้อกล่าวหา ทำ ประกอบ ซ่อมแซมเปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป





16 มิ.ย. 2568

307 views

EP อื่นๆ