6 ม.ค. 2569
รวบอดีตรปภ. สวมเป็นกรรมการบริษัท ออกใบกำกับภาษีปลอม 4,000 ฉบับ เสียหาย 493 ล้าน
ตำรวจสอบสวนกลาง รวบอดีตพนักงานรักษาความปลอดภัย สวมรอยเป็นกรรมการบริษัท ออกใบกำกับภาษีปลอมกว่า 4,000 กว่าฉบับ ทำรัฐเสียหายกว่า 493 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกันจับกุม นายเอกพล อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.267/2567 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ในฐานะนิติบุคคลและฐานะส่วนตัว เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออก” เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 86/13 แห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นความผิดตามมาตรา 90/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร” โดยจับกุมได้ที่บริเวณแถวชุมชนริมคลองลาดพร้าว 80 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
สืบเนื่องมาจาก บริษัทแห่งหนึ่งประกอบกิจการผลิตกระดาษลอนลูกฟูก และกระดาษแข็ง และจำหน่ายกล่องกระดาษ รับซื้อ ขายเศษกระดาษรีไซเคิล ต่อมาในช่วงเดือนภาษีมกราคม 2557 ถึงเดือนภาษีธันวาคม 2558 เจ้าพนักงานกรมสรรพากรพบว่าบริษัทดังกล่าวปิดลง ไม่ได้ประกอบกิจการ และไม่มีป้ายชื่อบริษัทฯ เจ้าพนักงานจึงเชิญนายเอกพล ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทฯ ดังกล่าวมาพบ แต่เมื่อถึงกำหนดนัดหมาย กลับไม่มีผู้ใดมาพบและไม่นำส่งเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์เกี่ยวกับ การประกอบกิจการ และการออกใบกำกับภาษีโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง
จากการสืบสวนและตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องปรากฏว่า บริษัทฯ ดังกล่าวได้นำใบกำกับภาษี ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของกลุ่มผู้ค้าของเก่า เศษโลหะ อลูมิเนียม ทองแดง มาใช้เป็นภาษีซื้อ และบริษัทฯ ไม่มาพบเจ้าพนักงานฯ เพื่อพิสูจน์การได้มาซึ่งใบกำกับภาษี จึงถือว่าบริษัทฯ ไม่มีสินค้าเพื่อขาย แต่พบว่า บริษัทฯ ได้ออกใบกำกับภาษีขายสำหรับเดือนภาษีมีนาคม 2557 ถึงเดือนภาษีธันวาคม 2557 ให้แก่นิติบุคคลรวมจำนวน 128 ราย รวมใบกำกับภาษีจำนวน 4,441 ฉบับ ซึ่งการออกใบกำกับภาษีดังกล่าว เป็นใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามมาตรา 86/13 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้ประเมินภาษี มูลค่าเพิ่ม พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม รวมเป็นเงินจำนวนกว่า 493 ล้านบาท จึงเชื่อได้ว่าบริษัทดังกล่าว ได้ออกใบกำกับภาษีให้กับนิติบุคคลจำนวน 128 ราย โดยไม่มีการซื้อขายสินค้าหรือให้บริการจริง ซึ่งเป็นการ ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 86/13 แห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นความผิดตามมาตรา 90/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร

ต่อมา พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. ได้ออกหมายเรียกเพื่อติดต่อตัวกรรมการมาทราบ ข้อกล่าวหา แต่ก็ไม่มีผู้ใดมาพบพนักงานสอบสวนตามที่ออกหมายเรียกไป จึงเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์หลบหนี พนักงานสอบสวนจึงได้ขออนุญาตศาลเพื่อออกหมายจับ นำตัวกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หลังจากที่ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้วนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวน ติดตามตัวผู้ต้องหาจนสืบทราบว่า นายเอกพล ผู้ต้องหา ได้หลบหนีมาอยู่ในบริเวณที่จับกุมฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางไปเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว และในวันเวลาที่จับกุม ขณะที่ผู้ต้องหากำลังเดินออกมา จากบ้านพักภายในชุมชนดังกล่าว จึงได้เข้าแสดงตัวขอตรวจสอบดูและพบว่าเป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับจริง จึงดำเนินการจับกุมบริเวณดังกล่าว และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าตน ไม่รู้จักบริษัทดังกล่าว และไม่เคยเป็นกรรมการบริษัทใดๆ มาก่อน โดยให้การเพียงว่า เดิมตนเองอาศัยอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ไม่มีงานทำจึงได้เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ต่อมามีชาย ซึ่งจำชื่อสกุลจริงไม่ได้ ให้ข้อเสนอว่าจะหางานให้ทำโดยมีการให้กรอกเอกสารสมัครงานเพื่อทำงานเป็นพนักงาน รักษาความปลอดภัยพร้อมทั้งขอบัตรประจำตัวประชาชนไปเก็บไว้ในครอบครอง เพื่อดำเนินการในเรื่อง การสมัครงานให้ ซึ่งผู้ต้องหาได้มอบบัตรประชาชนไว้ให้ และละเลยไม่ใส่ใจว่าจะมีการนำมาใช้ในการกระทำ ความผิดดังกล่าว
25 เม.ย. 2568
547 views
EP อื่นๆ
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569