23 ก.ย. 2569
หวยอลเวง! 'ยายแหล่' รับโชค 6 ล้าน 'ผู้กองเข้ม' แจ้งจับ อ้างแค่ฝากลอตเตอรี่ไว้ ถ้าถูกรางวัลต้องแบ่งคนละครึ่ง
จากกรณี ร.ต.อ.ฐิติพัฒน์ หรือ ผู้กองเข้ม อายุ 65 ปี ตำรวจตระเวนชายแดนเกษียณราชการ ซื้อลอตเตอรี่จำนวน 2 ใบ ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 807779 งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2568 โดยก่อนออกผลรางวัล ผู้กองเข้มไปนั่งกินอาหารที่ร้านลาบก้อยยายแหล่ ในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม จ.นครพนม ของ นางบุญล้อม หรือ ยายแหล่ อายุ 68 ปี โดยยายแหล่กับผู้กองเข้มมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันดี ผู้กองเข้มจึงแบ่งลอตเตอรี่ให้ยายแหล่ไป 1 ใบ เพื่อใช้หนี้ค่าลาบก้อยที่เคยติดไว้ 120 บาท โดยหยอกล้อกันว่า จะแบ่งกันรวย
จนกระทั่งถูกรางวัลที่ 1 ต่างพากันดีใจ นำลอตเตอรี่คนละ 1 ใบ ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ธาตุพนม โดยไปกันคนละเที่ยว ห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง และยังนำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงินที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม โดยไปขึ้นเงินกันคนละรอบ
แต่ภายหลัง ผู้กองเข้มอยากได้เงินส่วนแบ่งจากยายแหล่ โดยอ้างว่าลอตเตอรี่ใบดังกล่าวแค่ฝากไว้ ไม่ได้ให้เลย จากนั้นผู้กองเข้มก็ไปแจ้งความที่ สภ.ธาตุพนม กล่าวหายายแหล่ในข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งยังไม่มีใครติดต่อยายแหล่ได้ ทราบเพียงว่ายายแหล่ไปหาลูกที่ต่างจังหวัด
ความคืบหน้าวันที่ 21 ม.ค.68 ผู้กองเข้ม นำลอตเตอรี่ 7 ใบ จากที่ซื้อทั้งหมด 9 ใบ มาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งที่ด้านหลังลอตเตอรี่เขียนชื่อสลักหลังไว้ พร้อมกับเปิดเผยว่า ตนซื้อลอตเตอรี่กับแม่ค้าเร่ที่ขี่รถจยย.มาขายให้ที่บ้านหนองหอย โดยซื้อทั้งหมด 9 ใบ รวมเป็นเงิน 900 บาท ในจำนวนนี้มีเลขชุด 2 ใบ หมายเลข 8077779 ด้วย ต่อมาวันที่ 17 ม.ค.68 เวลา 14.00 น. ก่อนการประกาศผลรางวัล ตนไปนั่งกินอาหารที่ร้านลาบก้อยยายแหล่ ยายแหล่ถามว่าตนได้เลขอะไรมาบ้าง ตนจึงบอกไปว่ามีเลขท้าย 79, 97 ยายแหล่บอกเลขสวยจัง แล้วก็ขอซื้อต่อจากตน 1 ใบ ตนบอกว่า “ไม่ต้องซื้อหรอก” แล้วก็หยิบลอตเตอรี่เลขชุด 2 ใบที่เย็บติดกัน ดึงให้ยายแหล่ไป 1 ใบ และพูดต่อว่า “ไม่ขาย แต่ฝากไว้ ถ้าถูกรางวัลก็แบ่งกันคนละครึ่ง”
พอ 17.00 น. ตนตรวจลอตเตอรี่ แล้วพบว่าถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 8077779 ตนจึงนำลอตเตอรี่ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ธาตุพนม ร้อยเวรที่รับแจ้งความบอกตนว่า เมื่อกี้มีผู้หญิงถูกรางวัลที่ 1 หมายเลขเดียวกัน มาแจ้งความเหมือนกัน ตนก็คิดว่าน่าจะเป็นยายแหล่แน่นอน จากนั้นตนและร้อยเวรก็นำลอตเตอรี่ใบที่ตนมี ไปขึ้นเงินที่ร้านทอง (6 ล้าน) ซึ่งก็ทราบในเวลาต่อมาว่า ยายแหล่ก็นำลอตเตอรี่อีกใบ ไปขึ้นเงินที่ร้านทองเช่นกัน (6 ล้าน)
ผู้กองเข้ม ยืนยันว่า ตนไม่ได้นำลอตเตอรี่ไปจ่ายหนี้ค่าลาบก้อยตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ แต่เป็นการฝากลอตเตอรี่ไว้ ถ้าถูกรางวัลก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง คือ คนละ 3 ล้านบาท ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 18 ม.ค. ตนกับเพื่อนไปหายายแหล่ที่ร้าน เพื่อขอแบ่งเงินรางวัล 3 ล้านบาท แต่ร้านปิด ไปที่บ้านก็ไม่เจอตัว ญาติบอกว่าไปหาลูกสาวที่ต่างจังหวัด จึงโทรศัพท์ไปหา ยายแหล่บอกว่า จะเอาเงินไปตั้งกองกฐิน 1 ล้าน และรับปากว่าจะแบ่งเงินให้ 2 ล้าน ตนก็ตกลงและนัดกันว่า จะมาจ่ายเงินให้ตนที่หน้าร้านทองในเวลา 9.00 น. (18 ม.ค.68) แต่ยายแหล่ก็ไม่มาตามนัด ตนจึงต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับยายแหล่ ซึ่งมีการนัดไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง ว่าให้ยายแหล่เอาเงินมาให้ตนที่หน้าร้านทองแห่งเดิม ในวันที่ 21 ม.ค. แล้วตนจะถอนแจ้งความ แต่ยายแหล่ก็ไม่มาตามนัดและติดต่อยายแหล่ไม่ได้อีก
ด้าน นายเกรียงไกร ศักดิ์ดี อายุ 68 ปี ที่ปรึกษา สว. เปิดเผยว่า ผู้กองเข้มมาปรึกษาตนว่า ฝากลอตเตอรี่ไว้กับยายแหล่ และถูกรางวัลที่ 1 พร้อมไหว้วานให้ตนไปช่วยไกล่เกลี่ยกับยายแหล่เพื่อแบ่งเงิน 3 ล้านบาท โดยยายแหล่ก็รับปากว่าจะแบ่งเงินให้ผู้กองเข้มแล้ว แต่กลับไม่มาตามนัด ไม่ทราบว่าหายตัวไปไหน
ผู้สื่อข่าวไปที่ร้านลาบก้อยยายแหล่ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง พบว่าร้านปิด แต่มีญาติ ๆ นั่งอยู่ เมื่อสอบถามว่ายายแหล่ไปไหน ไปอยู่กับลูกสาวที่ต่างจังหวัดหรือไม่ ญาติ ๆ กลับบอกว่า ยายแหล่ไปเที่ยวอิตาลีแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.ถวิล คำเกษ ผกก.สภ.ธาตุพนม เปิดเผยว่า ในวันที่ยายแหล่และผู้กองเข้มมาขึ้นเงินรางวัล ทั้งสองคนต่างก็นำลอตเตอรี่มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน มากันคนละรอบกัน และยืนยันว่าไม่ได้ติดใจกัน เพราะเป็นการแบ่งลอตเตอรี่กันมาตั้งแต่ที่ยังไม่รู้ว่าถูกรางวัล เจ้าหน้าที่ก็ลงบันทึกประจำวันให้ เพื่อนำไปขึ้นเงินรางวัล แต่ภายหลังผู้กองเข้มมาแจ้งความยายแหล่ยักยอกทรัพย์ ทางตำรวจก็รับแจ้งความไว้สอบสวน เพราะเป็นการแจ้งความตามสิทธิ ส่วนจะผิดหรือถูกก็ว่ากันไปตามพยายหลักฐาน แต่จากการตรวจสอบข้อมูล มั่นใจว่าเป็นการให้โดยเสน่หา ส่วนจะมีการฟ้องร้องต่อสู้คดีกันอย่างไร ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ขณะที่ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม ป้าสำลี อายุ 61 ปี เพื่อนสนิทของยายแหล่ บอกว่า รู้จักกับยายแหล่มาหลายสิบปี มีบ้านใกล้กัน ยายแหล่มีสามี มีลูก 2 คน แต่สามีเสียชีวิตไปแล้ว ยายแหล่จึงมาเช่าห้องจากตน เพื่อเปิดร้านขายลาบก้อย ตนสงสารและเห็นว่ารู้จักกันมานาน ก็ไม่เก็บค่าเช่า
ส่วนเรื่องลอตเตอรี่ ป้าสำลี บอกว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์วันที่ผู้กองเข้มเอาลอตเตอรี่มาให้ยายแหล่ เป็นการให้ด้วยความเต็มใจ ไม่ได้ฝากไว้ และยังมีการพูดหยอกล้อกันด้วยว่า แบ่งกันรวย ถ้าถูกรางวัลก็จะเอามาเป็นสินสอดแต่งงานกัน เพราะทั้งผู้กองเข้มและยายแหล่ ต่างคนต่างเป็นม่าย และสนิทสนมชอบพอกันมานาน หลังรู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 ก็ยังพูดคุยหยอกกันสนุกสนาน ไม่มีการทวงคืนกัน แต่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ผู้กองเข้มถึงมาทวงเงิน และไปแจ้งความดำเนินคดีกับยายแหล่ ทั้งที่ให้กันด้วยความเต็มใจแท้ ๆ
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/-shqPJLGTts
22 ม.ค. 2568
153 views
EP อื่นๆ
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569