5 ม.ค. 2569
สคบ. เตรียมเรียกเหล่าบอส พร้อมอินฟลูเอนเซอร์ เข้าให้ปากคำภายในอาทิตย์หน้า
วันนี้ 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ศูนย์ประสานงานส่งเสริมเครือข่ายออนไลน์ (ศคอ.) และศูนย์ข่าวต้านโกงได้นำตัวแทนผู้เสียหายจากการดำเนินธุรกิจของ The Icon Group เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยมี น.ส. กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานส่งเสริมเครือข่าย-ออนไลน์ และศูนย์ข่าวต้านโกง เป็นคนพาผู้เสียหายมา โดยตอนนี้ผู้เสียหายมีประมาณ 110 ราย อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนอีก 21 รายเป็นผู้เสียหายใหม่ยังไม่เข้าสู่ขบวนการ
ซึ่งในวันนี้ตนมี 3 เป้าหมาย คือต้องการให้ผู้เสียหายได้รับเงินคืนผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษตามกฏหมาย และต้องเกิดมาตรการการป้องกันที่ยั่งยืน พร้อมบอกว่า ธุรกิจดังกล่าวเป็นคนขอจดธุรกิจตลาดแบบตรง (ออนไลน์) แต่ปรากฏว่าบริษัทดังกล่าวมีการทำออกมาเป็นลักษณะธุรกิจขายตรง ซึ่งได้มีการขออนุญาตจากทางสคบ.แล้วแต่ไม่ผ่าน แต่ก็ยังมีการดำเนินการในแบบขายตรงต่อเนื่อง ซึ่งในเบื้องต้นจะมีผิดในการขอใบอนุญาตธุรกิจตลาดขายตรง รวมถึงการโฆษณาเชิญชวนที่เกินจริง
รวมถึงจะต้องดูว่าในการขายของ ทำให้เกิดการเข้าใจผิดหรือไม่ เพราะมีการเตือนไปยังผู้เสียหายหลายคนว่าให้มีการศึกษาการทำธุรกิจให้ดีควรมีความรู้ อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง วันนี้จะใช้วิกฤตในครั้งนี้เป็นการติดตาม การออกใบอนุญาตของทางสคบ. และอยากให้สคบ. เป็นเจ้าภาพหลักในการตรวจสอบเนื่องจากขอใบอนุญาตออกมาจากทางสคบ.
ในส่วนของการแฉดาราเป็นถึงระดับผู้บริหารของบริษัท รวมถึงมีดาราหลายคนเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้า เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ มองว่าควรจะเข้าข่ายความผิด เพราะคนพวกนี้เปรียบเสมือนแม่ทีม คนพวกนี้มีชื่อเสียงขายเครดิตขายความน่าเชื่อถือของตัวเอง ก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปด้วย เพราะเวลาได้ คุณก็ได้ เวลาที่คุณเสีย คุณก็จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งในทางกฎหมายเข้าข่ายผู้ร่วมขบวนการด้วย
ส่วนกรณีที่บอสพอล ยืนยันว่า ตนเองทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาตรงมา และถามว่าตนเองผิดอะไร เธอจึงอยากฝากไปถึงบอสพอล ควรเปลี่ยนจากคำว่า "ผิดอะไร" เป็น "จะแก้ไขอะไรดีกว่า"
หลังจากมีการยื่นเอกสารให้กับทางสคบ.ในวันนี้ ทั้งตนเองและผู้เสียหายจะต้องเดินทางเข้าให้ปากคำที่บก.บคป.ด้วย เพื่อเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหนึ่งทาง
นายจิติภัทร บุญสม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง (สคบ.) เปิดเผยว่าตั้งแต่ปี 2563 มีผู้เสียหายประมาณ 15 ราย ความเสียหายต่อคนอยู่ที่ประมาณหลักแสน ที่ได้มาร้องเรียน ปัจจุบันได้มีการไกล่เกลี่ยสำเร็จไปแล้ว 13 ราย ส่วนอีก 2 รายอยู่ระหว่างการเจรจายอดความเสียหาย ในครั้งนั้นอยู่ที่ประมาณหลักล้าน
ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทดิไอคอนยื่นจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรง เมื่อปี 2562 ก่อนที่ภายหลังบริษัทนี้ยื่นจดทะเบียนธุรกิจขายตรงเมื่อปี 2565 พร้อมบอกว่าเป็นเสนอขายปลีก ขายส่ง กำไรที่ได้มาจากส่วนต่าง ตอนนั้นนายทะเบียนจึงไม่มีคำสั่งรับจดทะเบียนธุรกิจขายตรง
ปัจจุบันความเสียหายของพี่น้องประชาชนมีค่อนข้างมาก ลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทในภายหลังที่ขอจดทะเบียนอาจจะมีความแตกต่างกัน จะมีการตรวจสอบอีกครั้ง
ซึ่งนอกจากนี้ก็จะมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดีเอสไอ ว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับลักษณะการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ เพื่อเป็นการให้ร่วมดำเนินการอีกทางนึง และจะต้องไปดูข้อตกลงสัญญา ว่ามีการจ่ายผลตอบแทนเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ ถ้าผู้เสียหายมีสินค้าในการขายก็จะต้องออกไปขายของไม่ใช่นั่งรอกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่
พร้อมขอให้มั่นใจว่าทางสคบ.จะดูแล และจะดำเนินการอย่างเคร่งครัด หากพบว่าประเด็นไหนเกี่ยวกับกำหมายใด ก็จะร่วมมือกับองค์กรนั้นในการดำเนินการอย่างเด็ดขาด ส่วนพูดเสียหายที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้ในทุกจังหวัด โดยที่เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจะมีการประสานงานกัน
ในส่วนของธุรกิจขายตรงจะมีความผิด เฉพาะกรรมการกับนิติบุคคลเท่านั้น แต่ในส่วนของดาราที่ทำการชักชวนให้มาร่วมลงทุน อาจเข้าข่ายความผิดไปด้วย ซึ่งต้องมีการตรวจสอบอย่างแน่ชัด และต้องดูกฎหมายข้างเคียง ใน พรก.การกู้ยืมเงิน เพราะเป็นการโฆษณาชักชวนให้ไปร่วมลงทุน แต่ถ้ามีการแอบอ้างสรรพคุณของสินค้าที่ไม่ตรงปกตรงส่วนนี้ทางสคบ. จะเข้าไปดำเนินการในส่วนนี้
ส่วนกรณีการมอบโล่รางวัลให้กับทางบริษัทดิไอคอน นายจิติภัทร ชี้แจงว่าการมอบโล่เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะส่งเสริมสนับสนุนผู้ทำคุณประโยชน์ ทำสาธารณะประโยชน์ ซึ่งในช่วงโควิด ทางคณะกรรมาธิการมีการลงพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา บริษัทดิไอคอนได้มีการเข้ามาสนับสนุนหน้ากากอนามัย-แอลกอฮอล์ค่อนข้างเยอะ ให้กับผู้ที่รับความรู้ ประกอบกับในช่วงนั้นยังไม่มีเรื่องร้องทุกข์ของบริษัทนี้ก็ผ่านเกณฑ์พิจารณา ซึ่งจะมีคณะกรรมการในการกลั่นกรอง ซึ่งสมควรที่จะได้รับโล่นี้ไว้ โดยจะมอบโล่นี้ให้กับทางบริษัทเมื่อปี 2564 แต่ติดสถานการณ์โควิด จึงได้มามอบรางวัลนี้ในปี 2565 ซึ่งถ้าตรวจสอบแล้วว่าบริษัทกระทำความผิดก็จะมีการปลดสัญลักษณ์นั้นออก
โดยในสัปดาห์นี้ทาง สคบ.จะลงพื้นที่ตรวจสอบภายในบริษัท และในสัปดาห์หน้าก็จะมีการเชิญ ผู้บริหารของบริษัทรวมถึงดารา และผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะการประกอบธุรกิจ
10 ต.ค. 2567
214 views
EP อื่นๆ
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569
5 ม.ค. 2569