ผู้เสียหายถูกคอมมานโดหนุ่ม ปล่อยคลิปลับโผล่อีก ผบช.ก. สั่งตั้ง คกก.สอบแล้ว

จากกรณีหญิงสาวร้องเพจ “เป็นหนึ่ง” ว่าถูกอดีตแฟนเป็นนายตำรวจคอมมานโด ข่มขู่ขอมีความสัมพันธ์ด้วย ซ้ำยังปล่อยคลิปลับลงโซเชียล ผู้เสียหายเคยเข้าแจ้งความและร้องไปทางต้นสังกัดแล้วแต่เรื่องเงียบ หลังเป็นหนึ่งรับเรื่องร้องเรียนจากหญิงสาวคนดังกล่าวและเปิดเรื่องนี้ไปตั้งแต่เมื่อวานปรากฏว่ามีผู้เสียหายโผล่มาขอให้ช่วยและให้ข้อมูลกับเพจเป็นหนึ่งอีกอย่างน้อย 3 รายที่โดนในลักษณะเดียวกัน


โดย น.ส.หมิว (นามสมมติ) คนต้นเรื่องที่มาร้องกับเป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนเองคบหากับหนุ่มคอมมานโดจริง ในช่วงปี พ.ศ.2565 โดยพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่แฟลตตำรวจคอมมานโด เมืองทองธานี จนถึงช่วงประมาณ เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 ตนเองได้ขอเลิกลากับฝ่ายชายและไม่ได้พบเจอกันอีกเลยหลังจากนั้น


จนกระทั่งเดือนเมษายน พ.ศ.2566 ฝ่ายชายได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ มาบอกตนเองให้ไปหาพร้อมข่มขู่ว่า ถ้าไม่ไปหาเขา จะนำคลิปและรูปโป๊เปลือยของตนเองกับเขาไปลงในช่องทางโซเชียล พร้อมส่งคลิปและรูปโป๊เปลือยดังกล่าว มาให้ดูด้วยว่ามีคลิปจริงๆ หลังจากนั้นตนเองต้องจำใจติดต่อกับฝ่ายชาย เพราะกลัวคำข่มขู่ดังกล่าว จากนั้นฝ่ายชายก็ได้มีการส่งข้อความลักษณะนี้มาข่มขู่แบบนี้อยู่เรื่อยๆ


จนกระทั่ง วันที่ 7 กันยายน 2566 ตนเองทนไม่ไหวจึงขู่กลับไปว่าจะร้องเรียนไปยังต้นสังกัด แต่ทางฝ่ายชายก็ขู่กลับมาอีกว่า ถ้าตนเอาเรื่องดังกล่าวไปร้องต้นสังกัดหรือผู้บังคับบัญชา ฝ่ายชายก็จะปล่อยคลิปวิดีโอและรูปโป๊เปลือยขณะมีเพศสัมพันธ์กันทันทีและจะส่งให้เพื่อนในที่ทำงานของตนดูด้วยเช่นกัน พร้อมดูถูกเหยียดหยามวิชาชีพของตนเองสารพัด จากนั้น ต่างฝ่ายต่างก็เงียบหายจากกันไป ไม่ได้ติดต่อกันอีก


กระทั่งต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณตี 1 ตนเองได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวของหนูว่า มีคลิปวิดีโอและภาพโป๊เปลือยของตนถูกโพสต์ลงในสื่อโซเชียล เช่น แอปพลิเคชั่น VK และในสื่ออื่นๆอีกจำนวนหลายคลิป พอตนเองเข้าไปตรวจสอบดู พบว่า คลิปถูกปล่อยตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567


ตนเองได้ติดต่อหาฝ่ายชาย แต่ฝ่ายชายปัดความรับผิดชอบและไม่มีการขอโทษใดๆทั้งสิ้นพร้อมยังขอว่า อย่าไปร้องเรียนถึงผู้บังคับบัญชา ซึ่งตอนนี้ตนเองได้รับผลกระทบต่อหน้าที่การงานอย่างมาก รวมถึงการใช้ชีวิต รู้สึกเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันว่าต้องการเอาผิดกับผู้ชายคนดังกล่าวอย่างถึงที่สุด และมองว่าพฤติกรรมของผู้ชายคนนี้ อย่าว่าแต่เป็นตำรวจเลย ความเป็นลูกผู้ชายยังไม่มี


ขณะที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวเอ หญิงสาสผู้เสียหายอีกราย ที่เข้ามาร้องเรียนกับต้นอ้อเป็นหนึ่งและให้ข้อมูลกับทางเพจเป็นหนึ่ง โดยนางสาวเอบอกว่าตนเองคบหากับคอมมานโดหนุ่มรายนี้มานานกว่า 4 ปี ช่วงที่คบหากันฝ่ายชายจะมีเรื่องผู้หญิง และนอกใจตนเองมาโดยตลอดจนกระทั่งตนเองตัดสินใจขอเลิก


จากนั้นก็มาพบว่าตนเองถูกฝ่ายชายปล่อยคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์กันผ่านทางแอปพลิเคชัน  VK และในโซเชียลต่างๆ เป็น 10 คลิป ตนเองจึงแจ้งความดำเนินคดีมีการฟ้องร้องกันจนกระทั่งนัดไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฝ่ายชายยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ แลกกับการไม่ดำเนินคดี ประมาณ 300,000 บาทและตกลงว่า จะลบคลิปดังกล่าวทั้งหมด


ปรากฏว่า หลังจากนั้นมีคลิปของตนเองกับฝ่ายชายหลุดว่อนโซเชียลอีก ตนเองจึงติดต่อหาฝ่ายชาย แต่ฝ่ายชายอ้างว่า ไม่ได้เป็นคนปล่อยน่าจะมีคนอื่นดูดคลิปไว้และนำมาปล่อยซ้ำ แล้วฝ่ายชายก็ปัดความรับผิดชอบไม่ได้จัดการอะไรให้ ตนเองจึงรู้สึกกังวลมากเพราะตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อหน้าที่การงาน และการกระทำของฝ่ายชายทั้งที่เป็นถึงตำรวจคอมมานโดแต่ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ


โดยทางต้นอ้อ เป็นหนึ่ง มองว่า พฤติกรรมดังกล่าวของฝ่ายชายไม่สมกับความเป็นชายชาติตำรวจ ซึ่งสาเหตุที่วันนี้ต้องมาร้องถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีผู้เสียหายไปร้องที่ผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายนี้และมีการไกล่เกลี่ยให้ยอมความกัน แต่สุดท้ายเรื่องก็ไม่จบคลิปถูกปล่อยว่อนโซเชียลอีก จึงอยากให้ ผบ.ตร. จัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด


ซึ่งพฤติกรรมของตำรวจในนี้ มีการปล่อยคลิปลงใน ช่องทางส่วนตัวที่ต้องจ่ายเงิน เพื่อเข้าไปดู เพิ่งเข้าข่ายการขายสื่อฯลามก อยากให้เอาปิดถึงที่สุด ตราโล่ที่หน้าอกควรมีไว้ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องตัวเอง แล้วยิ่งเป็นตำรวจที่ทำตัวไม่ดี ไม่ควรมีใครออกมาปกป้อง อย่าให้เป็นปลาเน่าตัวเดียวเสียไปทั้ง


พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้มารับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวโดยเปิดเผยว่าเรื่องนี้ ทางพลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทราบเรื่องแล้ว ซึ่งได้กำชับให้ตรวจสอบและดำเนินการเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดตรงไปตรงมา


ซึ่งเรื่องดังกล่าว พลตำรวจโทจิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ก็ทราบเรื่องแล้วเช่นกัน ทางวินัย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะต้นสังกัดมีการตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว มีแนวทางดำเนินการ คือ ปลดออก หรือ ให้ออกจากราชการ เพราะถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เสื่อมเสียองค์กร


ส่วนทางคดีผู้เสียหายมีการเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ .เมืองนนทบุรี ได้ดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14(4) การนำเข้าสื่อลามกอนาจาร เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับคลิปที่หลุดออกไปแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะประสานไปยังกระทรวง DE ให้บล็อกและปิดกั้นคลิปดังกล่าว


ส่วนผู้บังคับบัญชาของฝ่ายชายที่มีการกล่าวอ้างว่าปกป้องและช่วยเหลือลูกน้องประเด็นนี้จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหากพบว่ามีความผิดจะดำเนินการตามขั้นตอน

7 มี.ค. 2567

879 views

EP อื่นๆ