เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 2 ก.ย.65 บิ๊กป้อมเขินโดนหอมแก้ม-พ่อแม่ยังคาใจน้องจีฮุนดับ-น้ำมันลด 2 บาท

-พ่อและย่าสุดทน ร้องทนายรณณรงค์ ลูกสาว 3 ขวบ ถูกทำร้ายสาหัส ต้องผ่าตัดสมอง เสี่ยงพิการตลอดชีวิต ก่อนหน้านั้นลูกชายวัย 2 ขวบ เสียชีวิตปริศนาแยกทางกับอดีตภรรยาแค่ 3 วัน สงสัยพฤติกรรมแม่เด็กและพ่อเลี้ยง ทำร้ายร่างกาย แจ้งความไปก็ไร้ความคืบหน้าตอนนี้ติดต่อไม่ได้ แถมเพื่อนข้างห้องเผยได้ยินเสียงเด็กร้องบ่อยๆ

-พลเมืองดี ประสานเส้นด้าย ช่วยเหลือเด็กหญิง 10 ขวบ นั่งขายขนมที่อยุธยา มีรอยฟกช้ำที่ใบหน้าและปากแตก แต่อ้างว่า ตกเครื่องซักผ้า มีท่าทีหวาดกลัว เร่งประสานนำตัวแม่เด็กและพ่อเลี้ยง ไปสอบสวนที่ สภ.อุทัย ตอนแรกปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนพ่อเลี้ยงรับสารภาพลงมือทำร้ายลูกเลี้ยง เพราะดื้อ ไม่ฟังคำสั่ง  

-ครอบครัวเตรียมย้ายร่าง น้องจีฮุน ฝากนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ เพื่อรอความชัดเจนผลชันสูตรนิติเวช รพ.ตำรวจ ก่อนตัดสินใจผ่าศพครั้งที่ 2 หรือไม่ ยังคาใจสภาพศพที่ไปพบ เพราะร่างกายและเสื้อผ้ายังอยู่ในสภาพเรียบร้อยดี ไร้คราบน้ำลาย น้ำตา ปัสสาวะ และร่องรอยการตะเกียกตะกาย รวมถึงรอยช้ำที่ต้นแขนซ้าย จุดเขียวที่ขา และรอยถลอกที่แขนด้วย

-คุณย่าน้องจีฮุน เปิดคลิปความสดใสของหลานสาว คุยกับคุณปู่เรื่องโควิด, รีวิวการเจาะหู และสมุดวาดภาพบันทึกจินตนาการให้ผู้สื่อข่าวดู ด้วยความโศกเศร้า พร้อมให้ดูหนูแฮมสเตอร์ที่หลานเลี้ยงไว้กว่า 10 ตัว ไม่รู้ว่าจากนี้จะอยู่อย่างไร ด้านรอง ผอ.กราบขอโทษครอบครัว พร้อมเยียวยาเต็มที่

-บุ๋ม ปนัดดา เผยพิ้งกี้ ฝากข้อความจากบุคคลที่ได้เข้าเยี่ยม วอนสังคมอย่าพึ่งพิพากษา พร้อมตั้งทนายความแล้ว ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือบุคคลอื่น ด้าน เลขาฯ รมว.ยุติธรรม ยันพิ้งกี้ใช้ชีวิตเหมือนผู้ต้องขังปกติในแดนแรกรับ ตอนนี้มีกำลังใจดี กินข้าวได้ จ่อเรียกดีเจแมนและใบเตยรับทราบข้อหาคดี Forex 3D หากมีหลักฐานชัดเจน

-ทนายเดชา และนักข่าวสาว มอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง หลังถูกออกหมายจับที่อัจฉริยะ ฟ้องหมิ่นประมาท ปฏิเสธทุกข้อหา ซัดเป็นเรื่องบัดซบที่สุดในประเทศที่แจ้งความจับนักข่าว ฮึ่ม เตรียมร้องเรียน กรรมาธิการ ป.ป.ช. ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ – คณะกรรมการสิทธิฯไปจนถึง ผบ.ตร.

-กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัด ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมกรุงเทพฯ รับมือน้ำเพิ่มสูงขึ้น 40 – 50 เซนติเมตร หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มตั้งแต่ 4 กันยายนนี้ จากมวลน้ำเหนือที่เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ไม่กังวลสถานการณ์น้ำตอนนี้ยังรอมือได้  

-บางจาก - ปตท. ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ ลง 2 บาทต่อลิตร ส่วน E85 ลด 1.20 บาทต่อลิตร ดีเซลราคาคงเดิม มีผลตี 5 วันนี้  ส่วนโครงการคนละครึ่งเฟส 5 วันแรก  มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1 ล้าน 1 หมื่นคน ยอดใช้จ่ายรวม 209 ล้านบาท



เรื่องเล่าการเมือง

-ไฮไลท์การเมืองเมื่อวานนี้ เป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีซึ่งก็มีบรรยากาศของกองเชียร์ที่มาต้อนรับอย่างคึกคัก

ตลอดการลงพื้นที่ได้ยกระดับความปลอดภัย เทียบเท่ากับนายกรัฐมนตรี รวมถึงมีทีมงานของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปประสานดูแลด้วย โดยมีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อม ส.ส.ในพื้นที่ภาคตะวันออกของพรรค มารอต้อนรับ

จุดแรก พล.อ.ประวิตร ไปที่ สถานีผลิตน้ำประปาฉะเชิงเทรา โดยลงจากรถอย่างกระฉับกระเฉง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำบางปะกง และ กล่าวมอบนโยบายเรื่องการผลิตน้ำประปา ก็ย้ำว่า ต้องเตรียมการเรื่องการสำรองน้ำดิบไว้ เพื่อผลิตให้ได้ตามความต้องการของประชาชน ก่อนจะพูดตัดพ้อ ว่า “หากประชาชนไม่มีน้ำ ก็ด่ารัฐบาลใช่หรือไม่ ประชาชนมีอย่างเดียว คือ ต้องด่ารัฐบาล จึงต้องฝากความเห็นใจข้าราชการทุกคนด้วย “

จากนั้น พล.อ.ประวิตร ยังพูดถึงข้อกังวลว่าฝนตกปีนี้ จะทำให้น้ำท่วมเหมือนปี 2554 หรือไม่ ขอรับรองว่าไม่เกิดขึ้นอย่างปี 54 แน่นอน พร้อมยังโชว์ผลงานการบริหารจัดการน้ำ 3 ปี ที่ทำให้ไม่มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งด้วย

ทั้งนี้มีกองเชียร์ สวมเสื้อเหลือง มารอมอบดอกไม้ และชูป้ายให้กำลังใจ พร้อมตะโกนเรารักลุงป้อมเป็นระยะ เข้ามาขโมยหอมแก้ม แบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ท่านพล.อ.ประวิตร ถึงกับออกอาการยิ้มเขิน

หลังได้เดินทักทาย พล.อ.ประวิตร ก็ได้กล่าว "ขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับในวันนี้ เห็นแล้วชื่นใจ พร้อมระบุว่า ประชาชนจะอยู่ดีกินดีได้ ความสำคัญอยู่ที่ข้าราชการจะต้องให้ความร่วมมือกับประชาชน และต้องทำงานไปด้วยกัน

จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงภาพรวมการลงพื้นที่อย่างอารมณ์ดี ที่ชาวบ้านให้การสนับสนุน โดยเฉพาะกับพรรคพลังประชารัฐ

และการลงพื้นที่เมื่อวาน พล.อ.ประวิตร ปิดท้าย ด้วยการเข้าสักการะพระพุทธโสธร และถวายสังฆทาน เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา



-ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังเก็บตัวเงียบ นั่งทำงานในกระทรวงกลาโหม วันนี้จะมีการเคลื่อนไหวแล้ว โดยจะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและตรวจเยี่ยมการปฎิบัติหน้าที่ของกำลังพลกองทัพ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะลงพื้นที่ทั้งหมด 3 จุด คือที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร / พระเจดีย์พระศรีสุริโยทัย และบริเวณพระตำหนักสิริยาลัย



-ความคืบหน้าปมวาระ 8 ปี เมื่อวานนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลงนามในเอกสารแก้ข้อกล่าวหาส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยมี 3 มือกฎหมายคนสำคัญช่วยดำเนินการ ได้แก่ อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย, พลตรีวิระ โรจนวาศ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และเป็นอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ เป็นอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

เอกสารดังกล่าวมีความยาวเพียง 20หน้า เป็นการแก้ข้อกล่าวหา ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญให้เวลาดำเนินการภาย ใน 15 วัน


-กรรมาธิการการทหาร ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับราชการของ ส.ต.ท.หญิง มาชี้แจง โดยพบข้อมูลใหม่ว่า ส.ต.ท.หญิง ขาดคุณสมบัติ ในการทำหน้าที่ ใน กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า

การประชุมของกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ มีการเชิญ 2 หน่วยงานได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย และ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า มาชี้แจงถึงการรับราชการของ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ รวมถึงทหารหญิงผู้เสียหาย

โดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ โฆษกกรรมาธิการ เปิดเผยถึงการชี้แจงของทั้ง 2 หน่วยงาน ว่าในส่วนของ กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า ได้เปิดเผยว่าขณะนี้ ได้เรียกเงินสิทธิประโยชน์ของ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ ที่ได้รับขณะช่วยราชการที่ กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า คืนทั้งหมดแล้ว รวมเป็นค่าเสี่ยงภัย และค่าสวัสดิการต่างๆ ราว 110,000 บาท

ทั้งนี้เนื่องจาก ได้มีการตรวจสอบ และพบว่า ส.ต.ท.หญิง ดังกล่าว ไม่ได้มีคุณสมบัติที่ถูกต้องตามเงื่อนไข

ส่วนทหารหญิงผู้เสียหาย ที่ถูกทำร้ายร่างกาย นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า ทางกองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่า มีกรรมาธิการคณะหนึ่งของวุฒิสภาทำหนังสือ เรียกตัวช่วยไปราชการ ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ทราบว่าถูกเอาไปเป็นทหารรับใช้

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก กอ.รมน. ยืนยันถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ของ ส.ต.ท.หญิง พบว่ามีการไปช่วยราชการ ที่ กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2564 ซึ่งเจ้าตัวขอสมัครด้วยตัวเอง และมีดำเนินการ ตามขั้นตอน

ต่อมาเมื่อ ส.ต.ท.หญิง ถูกแจ้งข้อกล่าวหา จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการสอบสวน มีความเห็นว่า ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามความสามารถ และไม่มีผลงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย จึงสั่งยกเลิกการปฏิบัติหน้าที่ ย้อนหลังไปตั้งแต่ 1 ต.ค. 2564 พร้อมกับเรียกเงินค่าตอบแทนพิเศษที่จ่ายไปแล้ว คืนทั้งหมด



-การเชิญ อดีต สนช. ซึ่งเป็นน้องชายของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และมีตำแหน่งในกรรมาธิการ ที่มีการแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง เป็นที่ปรึกษา นั้น

พลเอกประวิตร พูดถึงเรื่องนี้ด้วย โดยเจ้าตัวไฟเขียวให้มีการตรวจสอบ ได้อย่างเต็มที่และยืนยันด้วยว่า ตนเองไม่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้

ส่วนการตรวจสอบของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา เพื่อหาว่ามี ส.ว. ท่านใด ไปเกี่ยวข้องกับ ส.ต.ท.หญิง ตามที่มีการร้องเรียน หรือไม่นั้น

เบื้องต้น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งว่าวันนี้ เวลา 09.00น. คณะกรรมการจริยธรรมจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ครั้งแรก และจะมีการนำคำชี้แจงของ ส.ว.ธานี อ่อนละเอียด มาประกอบการพิจารณา ด้วย

ขณะที่ ส.ว.สมชาย แสวงการ หนึ่งในกรรมการจริยธรรม ยืนยันว่า การตรวจสอบเรื่องนี้ ยังอยู่ในกระบวนการ ยังไม่ได้มีการตีตกเรื่องตามที่เป็นข่าว และเรื่องที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภา จำเป็นต้องทำให้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด

ส่วนที่มีการแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง ในกรรมาธิการ 2 คณะ นั้น ส.ว.สมชาย บอกว่าเป็นอำนาจของกรรมาธิการแต่ละคณะจะพิจารณา ว่าจะปลดออกจากตำแหน่งหรือไม่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าการยังมีตำแหน่งอยู่เป็นเรื่องกระทบกับวุฒิสภา



-วันนี้มีการนัดแถลงข่าวร่วมกันของ 2 พรรคการเมือง ระหว่างนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา กับนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรรคกล้า ที่บ้านพัก ซอยราชวิถี 20-ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้ง 2 พรรค ต่างมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจในหลายประเด็นให้กับรัฐบาล จึงถูกจับตาอาจจะมีการจับมือทำงานการเมือง ร่วมกันในอนาคตหรือไม่ เพราะเป็นช่วงใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h-84jH8GQag

2 ก.ย. 2565

43 views

EP อื่นๆ