บุกช่วย 2ด.ญ.พี่น้อง ถูกพ่อติดยาทำร้าย แม่ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ ปล่อยไว้กับปู่เก็บของเก่าขาย

มูลนิธิเป็นหนึ่ง บุกเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 5 และ7 ขวบ หลังถูกพ่อแม่แท้ๆ ที่ติดยาทำร้าย ใช้รองเท้าตบหน้า กล้อนผมให้สั้น ก่อนพ่อจะติดคุกคดียาเสพติด ส่วนแม่ก็ทิ้งลูกทั้ง 2 ไปมีครอบครัวใหม่ ก่อนไปขโมยเงินหมื่นของปู่เด็กไปด้วย และไม่เคยกลับมาเหลียวแล ปล่อยให้เด็กๆต้องใช้ชีวิตอดๆอยากๆ อยู่กับปู่ที่มีอาชีพเก็บของเก่าขาย



เวลา 11.00 น. วันนี้ ( 20 ธ.ค.67 ) ต้นอ้อ น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ มูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้รับการร้องเรียนจากหญิงวัย 26 ปี เพื่อนบ้าน กรณีพ่อแม่แท้ๆ ทำร้ายลูกสาวของตนเองถึง 2 คน ในพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงประสาน ว่าที่ร้อยตรี ดร.ศิรพงศ์ โภคินวงศ์หิรัญ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา และ นายสมพงษ์ ดวงชอุ่ม ปลัดอำเภอบางน้ำเปรี้ยว และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางเข้าตรวจสอบที่บ้านพักดังกล่าว



ซึ่งจากการตรวจสอบ พบเด็กหญิงอายุ 5 ขวบ และเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ อยู่กับปู่ อายุ 69 ปี เพียงลำพัง ซึ่งสภาพบ้านเต็มไปด้วยขยะ มีขี้ไก่ที่เลี้ยงไว้อยู่บนบ้านและที่นอน สภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ จึงได้ทำการพูดคุยกับปู่ของเด็กๆ



น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ มูลนิธิเป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า จากการร้องเรียนของเพื่อนบ้าน กรณีที่เด็กหญิงทั้ง 2 คนอยู่กับปู่อายุ 69 ปี โดยก่อนหน้านี้ เด็กทั้ง 2 คน มักจะโดนพ่อแม่ทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ ตอนนี้พ่อของเด็ก ได้ติดคุกในคดียาเสพติด และจะพ้นโทษวันที่ 15 มกราคมนี้



โดยนิสัยพ่อของเด็กจะชอบทุบตีและทำร้ายร่างการภรรยา และลูกๆเป็นประจำ โดยมีพฤติกรรมเสพยาบ้าและลักขโมยของคนในหมู่บ้าน

ส่วนคนเป็นแม่ติดยาเสพติด จับลูกโกนผมทั้งสองคน ชอบตบลูกด่าทอลูกใช้คำหยาบคายกับลูก เมื่อลูกปั่นจันรยานล้มขาเข้าไปขัดกับล้อรถจนเป็นแผลลึก แม่ได้ถอดรองเท้าตบหน้าลูก ด่าว่าลูก แล้วใช้มือขยี้แผลเด็กด้วยความโมโห



โดยตอนนี้แม่ได้ทิ้งเด็กทั้ง 2 ให้อยู่กับปู่ และหนีไปมีครอบครัวใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้มากนัก



ซึ่งปู่ของเด็กมีอาชีพเก็บของเก่ามาขาย เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายภายในครอบครัว โดยชาวบ้านพลเมืองดีเป็นห่วงว่า พ่อของเด็กกำลังจะออกมาจากคุก และจะกลับมาทำร้ายร่างกายเด็กอีก



ปู่ของเด็ก ตอนแรกไม่ยอมรับว่าลูกชายเคยทำร้ายหลาน จะโยนความผิดให้กับลูกสะใภ้เพียงคนเดียวที่ใช้ความรุนแรงทำร้ายลูกๆ

แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่า ลูกชายของตนก็ทำร้ายลูกเช่นเดียวกัน



ซึ่งเล่าว่า ลูกสะใภ้มีนิสัยขี้ขโมย ได้ขโมยเอาบัตร ATM ที่รัฐบาลแจกเงินคนจน 10,000 บาทไป หลังจากนั้นก็ทิ้งลูกๆ ทั้ง 2 ไว้กับตนและไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย ไปมีสามีใหม่



ว่าที่ร้อยตรี ดร.ศิรพงศ์ โภคินวงศ์หิรัญ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้แม่เซ็นยินยอม มอบให้ทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้อุปการะ ก่อนจะหาครอบครัวอุปถัมป์ ในการดูแล



ซึ่งจากการสอบถามลุงของเด็ก ทั้ง 2 จะยอมเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเด็ก เนื่องจากสงสารเด็กๆ และปู่ของเด็ก เพราะทั้งสองติดปู่มาก



หลังจากกนี้จะทำเรื่องเงินสงเคราะห์มาช่วยเหลือ และประสานหน่วยงานในพื้นที่มาช่วยกันปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของบ้านพัก และจะมีการลงพื้นที่ติดตามผลทุกๆเดือน

20 ธ.ค. 2567

265 views

EP อื่นๆ