29 พ.ค. 2568
ยายหอบหลาน 4 ชีวิตเร่ร่อน ห้องเช่าไล่หลังไม่มีเงินจ่าย ซ้ำโดนขนของทิ้งไม่เหลือแม้แต่ชุดนักเรียน
ยายวัย 70 กระเตงหลาน 4 คน โดนไล่ออกจากห้องเช่า ซ้ำเจ้าของห้องเอาของในห้องไปทิ้งหมด แม้แต่ชุดนักเรียนก็ไม่ให้เอาออกมา อาศัยนอนตามข้างทาง สุดเสียใจหลานอยากเรียนต่อ แต่ไม่มีเงินส่งเรียน วอนหน่วยงานช่วยเหลือ
วันที่ 27 พ.ค.67 เมื่อเวลา 17.00 น.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสข้อความพร้อมรูปยายและหลานอีก 4 คน โดยระบุข้อความขอความช่วยเหลือ "เปิดเทอมเด็กไม่มีอุปกรณ์ไปเรียน ตอนนี้ไม่มีที่อยู่เลยมาอาศัยหน้าบ้านเรา อยากได้ข้าวสารอาหารแห้งให้แก ถ้าใครพอจะมีแบ่งปันหรือที่วัดไหนพอจะมีให้แกไปขอ...กราบขอบคุณคะ" หลังจากนั้นก็ได้ลบโพสดังกล่าวออกไป
ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังดังกล่าว พบ น.ส.ฉวี ภู่กรร อายุ 70 ปี หรือยายฉวี, พร้อมหลาน น้องเก้า อายุ 13 ปี, น้องอาร์ม อายุ 14 ปี, น้องเอิร์น อายุ 13 ปี และ น้องใหม่ อายุ 8 ขวบ โดยทั้ง 4 คน เป็นหลานแท้ ๆ ของยายฉวีทั้งหมด
ยาย ฉวี เล่าว่า เมื่อช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม ตนถูกไล่ออกจากห้องเช่าแถววัดบางไผ่ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องและได้ค้างค่าเช่ามา 2 เดือน แต่เจ้าของห้องเช่าไม่ยอมให้ตนเอาของในห้องออกมา บอกว่าถ้าจะเอาของต้องหาเงินมาจ่ายค่าเช่าที่ค้างอยู่ก่อน ตนไม่มีเงินเพราะไม่ได้ทำงานจึงไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนมาให้ เพราะที่ผ่านมาแฟนของตนซึ่งเป็นตาของหลาน ๆ จะเป็นคนทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูคนในครอบครัว จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตาได้เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก ครอบครัวจึงไม่มีเงินตนและหลานทั้ง 4 คน
จึงได้พากันเดินออกมาจากห้องเช่า มาถึงที่หมู่บ้านแห่งนี้และได้มาอาศัยนอนตรงจุดรับบริจาคสิ่งของในหมู่บ้าน และตามสนามกีฬาของหมู่บ้านบ้าง แต่ต้องแอบนอนไม่ให้ใครเห็นเพราะจะมีคนคอยมาไล่ ส่วนอาหารการกินนั้น ตนก็อาศัยเดินไปที่วัดเพื่อไปขอข้าวจากวัดประทังชีวิตไปก่อน ตนเคยให้หลานไปหยิบเสื้อผ้าที่เขาใส่ถุงเอามาบริจาค เนื่องจากตนและหลานๆไม่มีเสื้อผ้า แต่ก็ต้องโดนคนที่เฝ้าอยู่ไล่กลับมาทุกครั้ง
ตนและหลานอาศัยนอนตามที่สาธารณะต่าง ๆ ในหมู่บ้านประมาณ 3-4 วัน จนกระทั่งน้องอาร์มหลานของตนนึกขึ้นได้ว่าเคยทำงานกับพี่อ้อ จึงตัดสินใจโทรไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือ พอเขาทราบเรื่องที่เราโดนไล่ออกมาและไม่มีเงินติดตัวเลย เขาจึงให้เราไปอาศัยอยู่ที่บ้านเขาก่อนชั่วคราว
ตอนนี้มาอยู่กับเขาได้เกือบ 2 เดือนแล้ว ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย อาศัยนอนบริเวณที่จอดรถหน้าบ้าน ซึ่งตอนแรกพี่อ้อบอกให้ตนและหลาน ๆ ไปนอนข้างในบ้าน แต่ตนเกรงใจจึงขอนอนตรงนี้แทน ตนและหลานไม่มีข้าวของอะไรติดตัวออกมาเลยแม้แต่เสื้อผ้า ผ้าจะปูนอนก็ไม่มี มีแค่หมอน 2 ใบ แบ่งกันหนุนและผ้าห่ม 2 ผืน ที่พี่อ้อให้มา ส่วนเรื่องอาหารการกินพี่อ้อดูแลอย่างดีไม่เคยให้อด แต่เนื่องจากตอนนี้ทางครอบครัวเขาก็ประสบปัญหาเรื่องเงินเหมือนกัน จึงช่วยเหลืออะไรไม่ได้มาก แค่ให้ที่ซุกหัวนอนก็เป็นบุญของตนกับหลาน ๆ แล้ว
ยาย ฉวี เล่าอีกว่า เมื่อช่วงต้นเดือน เม.ษ.ที่ผ่านมา ตนได้กลับไปที่ห้องเช่าเพื่อจะขอเจ้าของห้องเข้าไปเก็บข้าวของของหลาน ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์การเรียนของน้องใหม่ ทั้งชุดนักเรียน กระเป๋า รองเท้า แม้แต่เอกสารสำคัญต่าง ๆ เพื่อเวลาเปิดเทอมน้องจะได้มีไปโรงเรียน แต่พอไปถึงทางเจ้าของห้องก็บอกว่าทิ้งของไปหมดแล้ว และให้คนอื่นย้ายเข้ามาอยู่แล้ว
ตนได้ยินก็เสียใจมากเพราะในห้องมีของหลายอย่างทั้ง ตู้เย็น พัดลม หม้อหุงข้าว เสื้อผ้าของเด็ก ๆ เอกสารต่าง ๆ ชุดนักเรียน ไม่เหลืออะไรเลย
ตอนนี้ตนเป็นห่วงอนาคตของน้องใหม่หลานคนเล็กสุดอายุแค่ 8 ขวบ เพราะเขาชอบไปโรงเรียนมาก เรียนเก่งด้วย ตอนนี้กำลังจะขึ้น ป.3 แล้ว แต่เทอมนี้เขาคงไม่ได้ไปแล้วเพราะตนไม่มีเงินจ่ายค่าเรียนและไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียน รวมไปถึงพวกอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ ทั้งกระเป๋านักเรียน รองเท้านักเรียน
ตนถามหลานทุกวันว่าอยากไปเรียนไหม เสียใจที่ตนไม่สามารถส่งหลานเรียนต่อได้ ซึ่งน้องเอิร์นก็เรียนจบแค่อนุบาล 3 แล้วไม่ได้เรียนต่ออีกเลยเพราะมีไม่เงินจนอายุ 13 ปี ทุกวันนี้น้องเอิร์นก็อยากไปเรียน ตอนตายังอยู่เคยให้เขาไปเรียนต่อ ป.1 แต่ด้วยรูปร่างของเขาที่สูงกว่าเพื่อน ทำให้โดนเพื่อนที่โรงเรียนล้อ เขาเลยหยุดเรียนไปช่วงหนึ่ง
ตอนนี้มีกำลังใจอยากกลับไปเรียนแต่ไม่มีโอกาส ส่วนหลานผู้ชายอีก 2 คนนั้น น้องเก้าเรียนจบ ป.6 แล้ว อยากเรียนต่อแต่ถ้าไม่มีโอกาสก็อยากทำงานหาเงินมาช่วยเหลือยายและน้อง ๆ ส่วนน้องอาร์ม เรียนจบ ป.3 ไม่อยากเรียนต่อแล้ว ตอนนี้อยากทำงานหาเงินเพื่อส่งให้น้อง ๆ ได้เรียนต่อ
หลานทั้งหมดเป็นหลานแท้ ๆ ของยาย แต่พ่อและแม่เขาเอามาฝากตนเลี้ยงตั้งแต่คลอดออกมาและก็ไม่เคยกลับมาดูแลหรือส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาเลยซักบาท เคยมีลูกสาวโทรมาหาและบอกว่าจะโอนเงินมาให้ สุดท้ายก็เงียบหายไปแถมบล็อคเบอร์ตนหรือเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว ตอนนี้ไม่สามารถติดต่อพ่อแม่ของหลาน ๆ ได้เลย
ยาย ฉวี ตัดพ้อว่าตนมีลูก 5 คน ทั้ง 5 คน ตนเลี้ยงดูไม่เคยให้น้อยหน้าใคร พอตอนนี้ทั้ง 5 คน กลับไม่เคยดูแลหรือส่งเสียยายเลย มีแต่ตาที่ทำงานหาเงินเลี้ยงดูตนและหลาน ๆ ลูก ๆ หายหน้าหายตากันไปหมด มีแต่เอาหลานมาฝากให้ดูแล
ตอนนี้ตนคิดถึงแต่อนาคตของหลานไม่รู้ว่าจะดูแลได้ถึงไหน เพราะตนก็ป่วยมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทั้ง โรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน เส้นเลือดตีบ โรคกระดูก ฯลฯ ทุกวันต้องกินยาหลายอย่าง กลัวว่าวันนึงตนตายไปหลาน ๆ จะอยู่อย่างไง อยากวอนขอความช่วยเหลือจากใครก็ได้ หน่วยงานไหนก็ได้ให้หลานตนได้เรียนโดยเฉพาะน้องใหม่ หลานคนเล็กสุดเพราะเขายังเล็กไม่รู้เรื่องอะไร ตอนนี้หลาน ๆ ทุกคนช่วยงานพี่อ้อหมดทั้ง ซ่อมหลังคา เก็บกวาดบ้าน หรือนั่งรถออกไปซื้อขนุนมาขายทางออนไลน์
ต่อมาผู้สื่อข่าวพยายามจะขอสัมภาษณ์พี่อ้อ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวและเป็นผู้ช่วยเหลือให้ที่อยู่และดูแลเรื่องอาหารการกินของยายและหลานอีก 4 คน แต่เนื่องจากพี่อ้อไม่สะดวกจึงไม่อนุญาตให้สัมภาษณ์เพียงแต่ให้ข้อมูลว่า ตนเป็นคนโพสต์ภาพของยายหลานลงโซเชียลเพื่อขอความช่วยเหลือ
เนื่องจากที่บ้านหลังนี้ตนอยู่กับแฟนหนุ่ม และเพิ่งจะย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน โดยลูกเป็นคนจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้ 2 เดือน โดยจ่ายค่าเช่าเดือนละ 4,000 บาท แต่ตอนนี้แฟนเพิ่งออกจากงาน และตนก็ไม่ได้ทำงานอะไร ตนอาศัยใช้เงินที่พอมีเก็บอยู่บ้างไปซื้อขนุนมาแพ็กขายทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีหลาน ๆ ของยายเป็นผู้ช่วย
ตนเกรงว่าต่อไปหากตนและแฟนยังไม่มีงานทำ ก็กลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ตอนนี้สามารถอยู่ไปได้อีก 2 เดือนหากไม่ได้จ่ายค่าเช่า เพราะลูกจ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว 2 เดือน ตอนที่ลงโพสต์ ตนขอแค่ข้าวสารอาหารแห้งเท่านั้น ไม่รับเงินบริจาคใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะกลัวจะมีปัญหา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างตนจึงลบโพสต์นั้นออก
28 พ.ค. 2567
1.1K views
EP อื่นๆ
28 พ.ค. 2568
28 พ.ค. 2568
28 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
26 พ.ค. 2568
26 พ.ค. 2568
24 พ.ค. 2568
23 พ.ค. 2568
23 พ.ค. 2568
22 พ.ค. 2568
22 พ.ค. 2568
21 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568