22 พ.ค. 2568
TDRI ห่วงมาตรการยืดหนี้ กฟผ. กดค่าไฟเหลือ 3.99 หวั่นเป็นระเบิดเวลา แนะรัฐช่วยเฉพาะครัวเรือน
ทีดีอาร์ไอ ห่วงใช้มาตรการยืดเวลาชำระหนี้ กฟผ.ลดค่าไฟ ชี้เป็นการพักหนี้ระยะสั้นเท่านั้น หวั่นเป็นระเบิดเวลา ทำผู้บริโภคอ่วมในอนาคต ส่อแบกค่าไฟพุ่ง 6 บาท/หน่วย แนะรัฐช่วยเฉพาะครัวเรือนที่จำเป็น-รายได้น้อย ขณะที่การแก้ไขปัญหาค่าไฟระยะยาว หนุนเดินหน้าพลังงานหมุนเวียน ลดความเสี่ยงราคาเชื้อเพลิงโลกผันผวน
นายชาคร เลิศนิทัศน์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงมาตรการลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วยในรอบบิลเดือนกันยายนตามมติ ครม.นัดแรก ที่ให้ปรับลดค่าพลังงาน ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการใช้กลไกใดในการลดค่าไฟ ซึ่งมีแนวทางหลายรูปแบบด้วยกัน
แต่ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คาดว่าจะใช้รูปแบบยืดหนี้หรือภาระต้นทุนจากการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือ กฟผ. ออกไปก่อน ซึ่งหนี้ดังกล่าวเกิดจากการแบกรับค่า Ft ที่ประกอบด้วยต้นทุนของค่าความพร้อมเดินเครื่องเพื่อจ่ายไฟฟ้า (AP) และต้นทุนของเชื้อเพลิงที่มีการเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท
โดยแนวทางดังกล่าวย่อมสร้างต้นทุนในกับ กฟผ. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดสภาพคล่องของ กฟผ. และยังกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ขององค์กรซึ่งเป็นผลให้อัตราดอกเบี้ย (ต้นทุนทางการเงิน) เพิ่มสูงขึ้น โดยภาระดังกล่าวจะส่งผลต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนต่อไปในอนาคต
นอกจากนั้นเพื่อเป็นการรักษาสภาพคล่องของ กฟผ. ภาครัฐยังคงมีความจำเป็นในการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลอย่างเช่นที่เกิดในปีงบประมาณปัจจุบัน และยังส่งผลต่อสถานการณ์หนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว อีกทั้งการขาดสภาพคล่องของ กฟผ. อาจทำให้ไม่สามารถลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยรองรับการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้
“มาตรการลดค่าไฟฟ้าจากการปรับโครงสร้างหนี้ โดยปราศจากการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเพียงการพักหนี้ระยะสั้นเท่านั้น โดยหากพ้นระยะของการพักชำระหนี้ ถ้าเกิดมีการเรียกเก็บคืนทันที อาจจะทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงขึ้นมากกว่า 6 บาทกว่าต่อหน่วยเลยทีเดียว และผู้บริโภคจะต้องเจอกับราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยภาระหนี้ในอดีตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการพักชำระหนี้ผ่านการตรึงค่า FT จึงเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอเวลาเกิดผลกระทบในวงกว้างจากภาระหนี้สินและดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
สอดรับกับ ดร.สิริภา จุลกาญจน์ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ อีอาร์ไอ ที่เห็นว่า หากรัฐจะใช้แนวทางการยืดหนี้ ควรใช้ให้ถูกกลุ่มและมีระยะเวลาการช่วยเหลือที่ชัดเจน เช่น ลดค่าไฟฟ้าให้ครัวเรือนที่มีความจำเป็น หรือครัวเรือนที่มีรายได้น้อยเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสจากภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ขณะที่การจัดการกับปัญหาค่าไฟฟ้าราคาแพงในระยะยาว จะต้องให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจากทรัพยากรภายในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่มีหลายปัจจัยที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้
“ประเทศไทยนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นราคาสูงที่กว่าการผลิตจากในอ่าวไทยมากกว่า 2 เท่า ส่งผลให้การควบคุมราคาค่าไฟฟ้ามีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการให้ความสำคัญกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สำคัญ เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานดังกล่าวมีแนวโน้มต่ำลง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาในระยะยาวควรมีการวางแผนและจัดระบบไฟฟ้าควรคำนึงถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าของสังคมที่เพิ่มมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยหันไปใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การติดโซลาร์เซลล์ หรือเทคโนโลยีในอนาคตที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่ไปอีกด้วย”
สำหรับการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน โดยเพิ่มการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้านั้นยังคงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการอาศัยเงินลงทุน เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ภาครัฐจึงต้องมองหากลไกและมาตราการทางการเงินที่เหมาะสมกับช่วงระดับการพัฒนาของเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี โดยยังรักษาเสถียรภาพของราคาไฟฟ้าในอนาคตผ่านมาตรการที่หลากหลาย
เช่น การสนับสนุนแหล่งเงินทุนสีเขียว การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและการันตรีความเสี่ยงสำหรับโครงการสีเขียว รวมถึงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต
19 ก.ย. 2566
229 views
EP อื่นๆ
22 พ.ค. 2568
21 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
19 พ.ค. 2568
19 พ.ค. 2568
16 พ.ค. 2568
16 พ.ค. 2568
15 พ.ค. 2568
15 พ.ค. 2568
14 พ.ค. 2568
14 พ.ค. 2568
13 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568