27 พ.ค. 2568
‘ครูกายแก้ว’ ไม่ชอบของสด! ทายาทผู้สร้าง เตือนอย่าพิเรนทร์ จับหมาแมวบูชายัญ
จากกระแสเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องครูกายแก้ว ที่กำลังตกเป็นที่พูดถึงในสังคมเป็นอย่างมาก ถึงประวัติความมาเป็นจนมาถึงพิธีการบนบานสานกล่าว ที่มีคนในโซเซียลรายหนึ่งไปแนะนำว่า ถ้าจะบูชาครูกายแก้วให้สัมฤทธิ์ผล ต้องบูชายัญด้วยสุนัขและแมว จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนักนั้น
เมื่อเวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังเทวลัยสถานบางใหญ่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบนายณัฐวุฒิ รัตนสุข อายุ 42 ปี ผู้ก่อตั้งเทวลัยพระพิฆเนศบางใหญ่ ซึ่งภายในเทวลัยแห่งนี้มีรูปปั้นครูกายแก้วขนาดเท่าคนจริง ประทับอยู่ที่มานานกว่า 4 ปี เปิดให้ผู้คนที่มีความเชื่อได้เดินทางมาสักการะได้ตลอด 24 ชม.

นายณัฐวุฒิ รัตนสุข ผู้ก่อตั้งเทวลัยสถานแห่งนี้ เปิดเผยว่า เทวลัยบางใหญ่สร้างเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 62 เพื่อสืบต่อเจตนารมณ์อาจารย์สุชาติ รัตนสุข ผู้ก่อตั้งเทวาลัยพระพิฆเนศ ห้วยขวาง พระตรีมูรติที่แยกราชประสงค์ เศรษฐีชุมพรที่ธนาคารกสิกรสำนักงานใหญ่ ตนในฐานะที่เป็นหลานของอาจารย์สุชาติ ซึ่งได้ร่ำเรียนสืบทอดวิชาต่อมาจากอาจารย์สุชาติ ไม่ต้องการให้วิชาเหล่านี้สูญหายไป จนเห็นว่าในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอาจารย์สุชาติเอง ยังไม่มีเทวาลัยสถานที่เปิดให้ผู้คนเข้ามากราบสักการะอย่างเป็นทางการ จึงได้สร้างเทวาลัยแห่งนี้เพื่อให้ทุกคนมีที่พึ่งทางจิตใจไม่ต้องเดินทางไกล และได้อัญเชิญรูปปั้นของครูบากายแก้วตั้งเมื่อปี 62 เพื่อให้ผู้คนมากราบไหว้ขอพรตามความเชื่อได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันปิด

นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ที่มาของครูกายแก้ว เกิดจากพระสงฆ์รูปหนึ่งที่จังหวัดลำปาง ได้ไปนั่งกรรมฐานที่นครวัด จนไปพบกับดวงจิตของครูกายแก้ว จากนั้นก็ได้นำรูปปั้นครูกายแก้วติดตัวกลับมาด้วย ก่อนรูปปั้นดังกล่าวจะตกไปอยู่กับ อ.ถวิล มิลินทจินดา แล้วก็ตกทอดมาสู่ อ.สุชาติ รัตนสุข ซึ่ง อ.สุชาติก็ได้นำรูปปั้นเก็บไว้ที่สำนักงานที่ย่านบางพลัดมานานกว่า 40 ปี จนต่อมา อ.สุชาติได้นิมิตรเห็นรูปลักษณ์ รูปร่างของครูกายแก้ว จึงได้เรียกช่างมาปั้นรูปเหมือนครูกายแก้วตามแบบที่นิมิตรเห็นคือเป็นรูปครูกายแก้วในปางยืนซึ่งเป็นองค์ปฐมต้นแบบ ก่อนจะมาสร้างเป็นปางนั่งในภายหลัง

นายณัฐวุฒิ เปิดเผยอีกว่า ตนในฐานะหลานของ อ.สุชาติ ซึ่งได้ศึกษาเรียนรู้หลักต่างๆ มาจาก อ.สุชาติ ซึ่งเป็นต้นสายของการบูชาครูกายแก้ว ท่านได้กำชับเตือนกับตนเอาไว้ว่า ห้ามเด็ดขาด อย่านำของสดไปไหว้บูชาครูกายแก้ว ให้นำแต่ผลไม้ ดอกไม้ ขนมหวาน หรือทองคำไปไหว้สักการะเท่านั้นพอ ไม่มีของสดหรือของมึนเมาใดๆ ท่านได้สั่งห้ามไว้เด็ดขาด ซึ่งที่ผ่านมาจะเป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มผู้นับถือครูกายแก้วที่มีอยู่ประมาณ 300 - 400 คนว่า ครูกายแก้วไม่ชอบของสด การตั้งโต๊ะทำพิธีจึงใช้วิธีจำลองขนมหรือถั่วต่าง ๆ ให้เป็นรูปของสดต่าง ๆ แทน ทั้งหัวหมู ไก่ เป็ด กุ้ง เป็นต้น จนกระทั่งเมื่อเริ่มมีกลุ่มผู้ศรัทธาเพิ่มขึ้น อ.สุชาติ จึงตัดสินใจนำรูปปั้นครูกายแก้วออกไปตั้ง ให้ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาได้กราบไหว้ที่แรกคือ ที่เทวลัยพระพิฆเนศห้วยขวางและที่อาเขต

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่มีผู้คนในโซเซียลไปแนะนำว่าให้นำสุนัขหรือแมวไปบูชายัญครูกายแก้วนั้น เป็นความเชื่อที่ผิดเพราะจากที่ตนศึกษากับ อ.สุชาติ มาไม่เคยทำพิธีบูชาด้วยของสดแม้แต่อย่างเดียว การจะบูชาครูกายแก้วไม่จำเป็นต้องไปเบียดเบียนชีวิตใครก็สามารถขอพรได้แล้ว แต่นี้แค่เริ่มต้นก็ไปทำกรรมแล้วไม่เป็นมงคล แล้วจะไปรับสิ่งที่เป็นมงคลได้อย่างไร ตนขอพูดและฝากไปถึงคนที่คิดวิธีดังกล่าวด้วยในฐานะคนต้นสาย เพราะที่ผ่านมาตนก็กราบไหว้บูชามา 3-4 ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาทำตามกระแสในตอนนี้ การบูชาครูกายแก้วต้องบูชาให้ถูกต้อง มากราบไหว้ท่านด้วยความศรัทธา และท่านก็ไม่ใช่เทพและไม่ใช่อสูร เพราะชื่อของท่านก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นครู และยังเป็นครูที่ ซึ่งในแต่ละปี อ.สุชาติเองก็จะทำการปั้นรูปบูชาครูต่าง ๆ ของท่านออกมาปีละองค์
ดังนั้นเมื่อต้นสายยังไม่ไหว้ของสดเลย ก็อย่าไปพิเรนทร์คิดอะไรเองขึ้นมา ให้ทำตามแบบที่เขาปฎิบัติกันมาเท่านั้น เรื่องการขอพรหากขอการเงินก็ให้จับมือซ้ายแล้วอธิษฐาน การงานก็ให้จับมือขวาแล้วอธิษฐานแค่นั้น เมื่อได้ผลสำเร็จก็แค่กลับมาไหว้ท่านเท่านั่น ครูกายแก้วไม่ได้ต้องการอะไรจากเรา นอกจากสัจจะเท่านั้นที่เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนกระแสวัตถุมงคลของครูกายแก้วที่กำลังมีราคาสูงขึ้นไปมากนั้น ตนเชื่อว่าวัตถุมงคลของครูกายแก้วจะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ก็ล้วนแต่มีความศักดิ์สิทธิ์เท่ากัน และยืนยันว่าทางต้นสายนี้ไม่มีการปั่นราคาวัตถุมงคลให้ขึ้นราคา

ส่วนกระแสโจมตีครูกายแก้ว ที่บ้างบอกว่าไม่มีในประวัติศาสตร์หรือเป็นตัวเวตาลบ้างนั้น ตนขอเรียนว่าเรื่องบางสิ่งบางอย่างต้องลองเปิดใจดูก่อน บางเรื่องเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน ซึ่งตนก็ไม่ขอไปก้าวล่วงครูบาอาจารย์ของใคร เพราะแต่ละคนตนก็เชื่อว่าทุกคนก็ย่อมมีครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือกันทุกคนอยู่แล้ว อย่างองค์พระพิฆเนศเองหรือพระพรหมก็ดี ตนถามว่าเคยมีใครเห็นตัวเป็นๆ ของท่านไหม ทุกอย่างอยู่ที่ความศรัทธาและความเชื่อของบุคคล แค่ความเชื่อและความศรัทธานั้นไม่ได้ไปเบียดเบียนชีวิตใคร เราก็มีสิทธิศรัทธาในความเชื่อของเราเอง
ตนขอยืนยันตรงนี้ว่าครูกายแก้วคือครูบาอาจารย์ เวตาลก็คือเวตาล ครูกายแก้วก็คือครูกายแก้วอย่าเอาไปเหมารวมกัน ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของครูกายแก้วนั้น ที่ผ่านมาก็ลูกศิษย์หรือคนที่มาบนบานขอพรจนสำเร็จเดินทางนำสร้อยทองคำมาถวายเป็นประจำ ซึ่งปัจจุบันมีนำหนักรวมประมาณ 50 บาท ซึ่งทางเทวลัยก็จะนำทองเหล่านี้ไปหลอมสร้างพระประธานในวาระต่างๆ ต่อไป
ทางด้านนายวันชัย ทุมพา อายุ 36 ปี อาชีพพ่อค้าขายอาหาร ที่เดินทางมากราบไหว้ครูกายแก้ว เปิดเผยว่า ตนเดินทางมากราบไหว้ครูบากายแก้วบ่อย หลายครั้งแล้ว ส่วนใหญ่จะมาขอพรในเรื่องโชคลาภและค้าขาย เพราะตนมีอาชีพค้าขายของตามตลาด ซึ่งหลังจากมาขอพรก็ค้าขายดีขึ้น ซึ่งเทวลัยแห่งนี้รอกจากจะมีครูกายแก้วแล้วยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ให้มากราบไหว้ขอพรกันอีกหลายองค์
น.ส.ธิดาพร หนองกก อายุ 31 ปี อาชีพรับราชการ เปิดเผยว่า ตนตะเดินทางมากราบไหว้ครูบากายแก้วอาทิตย์ละครั้งเพราะบ้านอยู่ไม่ไกล ส่วนใหญ่จะมาขอพรเรื่องโชคลาภ การงาน ซึ่งก็ได้ผลทุกครั้ง ถูกหวยบ่อย ส่วนหน้าที่การงานก็ดีขึ้นได้ขยับตำแหน่งขึ้น ยิ่งช่วงที่ตนไม่สบายใจก็จะเดินทางมาบ่อยขึ้น เรื่องครูกายแก้วเป็นเรื่องความเชื่อ เป็นวิจารณญาณของแต่ละบุคคล แต่ตนเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะตนมากราบไหว้เป็นประจำร่วมปีกว่าแล้ว
16 ส.ค. 2566
1.2K views
EP อื่นๆ
26 พ.ค. 2568
26 พ.ค. 2568
24 พ.ค. 2568
23 พ.ค. 2568
23 พ.ค. 2568
22 พ.ค. 2568
22 พ.ค. 2568
21 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
19 พ.ค. 2568
19 พ.ค. 2568
16 พ.ค. 2568
16 พ.ค. 2568
15 พ.ค. 2568
15 พ.ค. 2568