29 พ.ค. 2568
ลุงกรีดยาง ร้อง ตร.เรียก 5 แสน แลกช่วยวิ่งเต้นคดีลูก สุดท้ายหมดตัว ลูกยังติดคุก
ฉาวโฉ่อีกแล้ววงการสีกากี! ตำรวจเรียกรับเงิน 5 แสนบาทจากชาวบ้าน ยื่นข้อเสนอแลกกับการวิ่งเต้นคดีไม่ให้ติดคุก ก่อนเหยื่อหลงกลจำนำรถ-กู้ธนาคารจ่ายให้ไปแล้ว 3 แสนบาท แต่สุดท้ายกลับถูกศาลตัดสินจำคุก 4 ปีครึ่ง ทำให้ตำรวจนอกรีตและชายนกต่อหายหัว ลุงวัย 63 ปี เดินหน้าสู้ทวงเงินคืน และร้องศูนย์ดำรงธรรม-สำนักนายกฯ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมตำรวจนายดังกล่าว ยันขอต่อสู้ให้ถึงที่สุด แฉสลิปโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง
เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ 10 มี.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง ได้เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง และได้ร้องเรียนไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรีก่อนจะนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ภายหลังจากที่มีตำรวจนายหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ตรัง ทำการตบทรัพย์โดยเรียกรับเงินจำนวน 5 แสนบาท แลกกับไม่ให้ลูกชายของนายสมพรฯ ติดคุก
แต่ปรากฏว่าถึงวันนี้ลูกชายของนายสมพรฯ กลับถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นระยะเวลา 4 ปีครึ่ง และมิหนำซ้ำภรรยาของนายสมพรฯ อายุ 57 ปี ได้ถูกจับกุมในฐานสมคบคิด ซึ่งอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาคดีอีกด้วย
โดยนายสมพรฯ ได้นำหลักฐาน ประกอบไปด้วยแชทการสนทนาระหว่างภรรยาของนายสิรินทร์ฯ กับตำรวจนายดังกล่าว พร้อมกับหลักฐานสลิปการโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีโดยตรงกับบัญชีที่ระบุถึงชื่อตำรวจนายนั้นเป็นเจ้าของบัญชี
โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นจาก เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 15 เม.ย. 2565 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.9 (สืบสวนภาค 9) ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายสิรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี อาชีพทำไม้ยางพารา
ฐานความผิด “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยฝ่าฝืนกฎหมายและมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า”
โดยนายสมพร ผู้เป็นพ่อ ระบุว่า ภายหลังจากลูกชายถูกจับกุมผ่านไปได้ประมาณ 2-3 วัน ได้มีชายรายหนึ่งเข้ามาหาตนถึงที่บ้าน พร้อมถามว่ามีคนวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีลูกชายแล้วหรือยัง ก่อนชายรายนั้นจะเสนอมาว่ามีตำรวจรายหนึ่งสามารถช่วยเหลือคดีไม่ให้ลูกชายติดคุกได้ ก่อนจะนัดหมายให้ตนไปพบที่เต็นท์รถมือสองแห่งหนึ่ง และได้พบกับตำรวจนายนั้น โดยพูดเสนอมาว่าให้ตนนำเงินจำนวน 5 แสนบาท มาให้เพื่อแลกกับการวิ่งเต้นคดีไม่ให้ลูกติดคุก พร้อมทั้งตำรวจนายนั้นยืนยันว่า “หากว่าลูกชายลุงติดคุก จะคืนเงินให้กลับทุกบาททุกสตางค์”
ก่อนที่ลูกสะใภ้ตน ซึ่งเป็นภรรยาของลูกชาย ได้พูดตกลงในข้อเสนอ ก่อนที่จะนำเงินสดจำนวน 1 แสนบาทยื่นให้กับตำรวจนายดังกล่าว เป็นยอดแรก ถัดมาวันที่ 22 เม.ย. 65 ได้โอนเข้าบัญชีตำรวจดังกล่าวอีกจำนวน 1 แสนบาท เป็นยอดที่ 2 ต่อมาวันที่ 7 มิ.ย. 65 ได้โอนเข้าไปให้อีกจำนวน 1 แสนบาท เป็นยอดที่ 3 รวมเป็นเงินทั้งหมด 3 แสนบาท
นายสมพร กล่าวต่อไปว่า แต่ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ประมาณเดือน 3-4 เดือน ทางตำรวจได้เข้ามาจับกุมภรรยาตนคือ นางอัจฉราพร อายุ 57 ปี ในฐานความผิดสมคบคิด เนื่องจากมีเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของลูกชายผ่านบัญชีภรรยาด้วยในจำนวนประมาณ 5 หมื่นบาท โดยที่ภรรยาตน ไม่ทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และได้ให้การปฏิเสธ ก่อนภรรยาตนจะถูกนำตัวไปฝากขังเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสืบพยานครั้งสุดท้าย และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดีของศาล และต่อมาหลังจากที่ภรรยาตนโดยจับกุมปรากฏว่าในส่วนของคดีลูกชายศาลได้สั่งตัดสินจำคุก 4 ปีครึ่ง
นายสมพร กล่าวอีกว่า หลังจากที่ศาลตัดสินให้ลูกชายตนถูกจำคุกแล้ว ตนจึงได้ไปบอกกับชายที่เป็นตัวกลาง ที่เป็นคนมาประสานกับตำรวจนายนั้น ว่าตนขอหยุดการจ่ายเงินที่เหลืออีกจำนวน 2 แสนบาท ที่ยังค้างจ่ายในยอด 5 แสนบาทไปก่อน และขอเงินจำนวน 3 แสนบาทที่จ่ายไปแล้วคืนกลับ เพราะว่าลูกชายของตนถูกศาลตัดสินสั่งจำคุก ไม่เป็นไปตามตำรวจดังกล่าวอ้างว่าสามารถวิ่งเต้นได้
จนจวบถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อหรือพูดคุยใดๆจากนายตำรวจและชายคนดังกล่าว เงียบหายไปเลย ซึ่งเงินที่ตนนำไปจ่ายให้ตำรวจนายดังกล่าวได้จากการนำหัวเล่มทะเบียนรถยนต์ไปจำนำ ได้เงินมา 2 แสนบาท และไปกู้เงินจากธนาคาร ธ.ก.ส.อีกจำนวน 1.5 แสนบาท เพื่อนำมาจ่ายให้ตำรวจรายดังกล่าว ส่วนที่เหลือ 5 หมื่นบาท ก็เอามาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินคดี
นายสมพร กล่าวปิดท้ายว่า วันนี้ที่ตนได้ไปเรียกร้องถึงหน่วยงานต่างๆและสื่อมวลชน 1.เพราะอยากได้เงินจำนวน 3 แสนบาทที่จ่ายไปกลับคืน และ 2.หากได้เงินกลับคืนแล้ว ในเรื่องของการตรวจสอบเกี่ยวกับนายตำรวจคนดังกล่าว ก็ยังยืนยันให้เป็นไปตามกระบวนการต่อไป
และยืนยันว่ามาถึงขั้นนี้แล้วจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด จะไม่ยอมใดๆแล้ว หากจะมีใครมาพูดคุยก็ขอให้มีคนกลาง เพราะตนรอมาถึง 7-8 เดือนแล้ว ว่าให้ตำรวจนายนั้นเอาเงินกลับมาคืนให้ จนถึงตอนนี้ตนมีเงินติดกระเป๋าอยู่แค่เพียง 90 บาท วันนี้ก็ต้องแบกรับหนี้สินและดอกเบี้ยจากการทำอาชีพกรีดยางพารา รายได้วันละไม่เกิน 300 บาท
10 มี.ค. 2566
180 views
EP อื่นๆ
28 พ.ค. 2568
28 พ.ค. 2568
28 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
26 พ.ค. 2568
26 พ.ค. 2568
24 พ.ค. 2568
23 พ.ค. 2568
23 พ.ค. 2568
22 พ.ค. 2568
22 พ.ค. 2568
21 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568