29 พ.ค. 2568
ย่าโร่แจ้งความ หลังเณรถูกเจ้าอาวาสตบหัวคว่ำจนหน้าช้ำ ปมไม่ยอมพูดด้วย
ย่าเณรไปแจ้งความ สภ.หนองหิน หลังถูกเจ้าอาวาสตบหัวคว่ำเป็นแผล ปมไม่ยอมพูดจาด้วยถามก็ไม่ยอมตอบ
วันนี้ (18 มกราคม 66) ที่วัดศรีหนองหิน ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย นายประสงค์ ทองประ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเลย ได้เข้าสอบถามพระสุพันธ์ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย หลังจากได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อเจษฎากร ชุบคำ ลงข้อความ “เป็นพระเป็นเจ้าอาวาสอย่างดี พระมีสิทธิ อบรมเณรได้ตามหน้าที่ และมีสิทธิลงโทษเณรได้ตามความเหมาะสมแต่นี้ทำร้ายร่างกายเณร เกินไปมั้ย บวชเรียนมานานแต่ยังขาดสติ มีหลายครั้งแล้วที่ได้ยิน แต่ไม่นึกว่าจะเจอกับตัว หลานผมโดน ผมไม่เอาไว้” พร้อมกับลงภาพเณรได้ถูกทำร้ายมีแผลเป็นที่ใบหน้า
จาการสอบถามพระสุพันธ์ เจ้าอาวาส ได้กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวเหตุเกิดที่วัดศรีหนองหิน ส่วนกระแสข่าวไม่รู้ว่าว่ากระจายไปทางไหนบ้าง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เสียใจและสงสารเณร เพราะเณรเป็นเด็กดี อยู่ด้วยกันมากว่า 1 พรรษาแล้ว แต่มาตอนหลังเณรได้เปลี่ยนแปลงไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด ไม่มีการเคารพพูดด้วยก็ไม่พูด เดินไปหาก็เดินหนี และวันที่เกิดเหตุได้เดินไปหจับมือจะถามว่าเป็นอะไร มีปัญหาอะไร อาจารย์ทำอะไรไม่ดีตรงไหน พอถามเณรก็ร้องไห้ แต่ก็ได้พรั่งมือไปตีเณร และมือที่จับไว้เณรก็ดึงมือทำให้ล้มลงไป แล้วก็ทำให้ศรีษะไปโขกกับสันโบสถ์ เนื่องจากวันนั้นไปช่วยกันทำความสะอาดโบสถ์ เรื่องก็มีเท่านี้
ส่วนทางเณร ได้กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนก็กำลังทำความสะอาดโบสถ์ ขณะทำงานตนก็ได้ถามพระอีกรูปเสร็จยังครับ ในขณะนั้นเจ้าอาวาสกำลังเดินมา ตนไม่เห็นขณะเดิน ตนกำลังจะลุกได้เดินไปอีกทางพอดี ซึ่งทางเจ้าอาวาสคงคิดว่าตนเดินหลบหน้าท่าน สักพักท่านก็เดินมาหาและถามว่า ทำไมไม่ชอบขี้หน้า จากนั้นก็ทั้งแตะทั้งต่อยทั้งกระทืบ ส่วนใบหน้าที่เป็นแผลเนื่องจากขูดกับพื้นปูน และอีกรอยเป็นรอยกระทืบ
ด้านนายประสงค์ ทองประ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเลย หลังทราบข่าวว่าเณรถูกพระตบตี ได้เดินทางเข้าพื้นที่ไปที่วัดที่เกิดเหตุโดยลงพื้นที่ไปหาเจ้าคณะปกครองสงฆ์ที่อำเภอหนองหิน ไปสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร มีเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลทีมงานของคณะสงฆ์ และขอเข้าพบอาจารย์ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเจ้าอาวาส
เมื่อมีการสอบถามท่านก็ยอมรับว่า เหตุเกิดขึ้นดังกล่าวเป็นความจริง ซึ่งในนั้น สำหรับสามเณรคนนี้ดีมาตลอด ซึ่งมาอยู่กับท่าน เณรนั้นมาเรียนหนังสือที่นี่ เป็นโรงเรียนการกุศลในวัด
พอประมาณสัปดาห์หนึ่ง ก่อนที่จะเกิดเหตุ สามเณรไม่พูดไม่คุยกับพระท่านก็อยากจะรู้ว่าทำไมพูดไม่คุยกับพระ ไม่รู้ว่าเณรนั้นขุ่นข้องหมองใจเรื่องอะไร กับตัวเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นวันที่ 16 มกราคม เวลาประมาณ 17:00 น. เศษ ท่านบอกว่าจะมีงานบวชในวันพรุ่งขึ้นจึงพาสามเณร และพาพระในวัดไปทำความสะอาดที่โบสถ์ ใช้เณรเอาเครื่องมืออุปกรณ์นั้นไปทำความสะอาดบริเวณโบสถ์ พอสักพักหนึ่งเณรก็ไปพักนั่ง เจ้าอาวาสก็เดินไปคุยกับเณร เมื่อนั่งใกล้ เณรก็ลุกหนี ท่านก็อึดอัดใจว่าเป็นอะไร ไม่รู้สาเหตุว่าเณรโกรธด้วยเรื่องอะไร และไปจับมือของเณร และพลั้งมือไปตบเอาที่ใบหน้าเณร
ซึ่งอยากให้ตอบคำถามว่าทำไมโกรธพระด้วยเรื่องอะไร ลองบอก เอาข้อเสียข้อไดข้อหนึ่งมาบอกว่าเป็นเพราะอะไรที่โกรธ จะได้พูดคุยกัน ส่วนเณรก็บอกว่าไม่มี ไม่มีแล้วก็หลบไป และในจังหวะนั้นมือข้างหนึ่งไปถูกเณร และสดุดล้มลง ทั้งคู่ ส่วนเณรนั้นล้มไปโดนอะไรก็ไม่ทราบที่อยู่บริเวณหน้าโบสถ์ และมีบาดแผล บริเวณหน้า มีรอยถลอกฟกช้ำที่หน้า
เมื่อเหตุเกิดขึ้นก็ให้พระในวัดนำสามเณรไปไส่ยา จากนั้นเณรก็โทรบอกญาติที่บ้านเพื่อให้มารับกลับไปยังบ้าน โดยคุณยายได้มาที่วัด และจากนั้นพระก็จะได้มาพูดคุยกันว่าเป็นอะไร และเมื่อเจ้าอาวาส ไปทำความสะอาดตัวเอง ปรากฏว่ายายได้พาสามเณรนั้นกลับบ้านไปแล้ว ก็ติดต่อกันไม่ได้จะพูดคุณคุยกันก็ไม่ได้ และจากวันนั้นมาก็ยังไม่ได้พูดคุยกับเณรเลย
พอมารู้ที่หลังพระบอกว่าอาจจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เณรโกรธ เมื่อได้พูดถึงเขาพ่อของเขาในช่วงประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากอาทิตย์ที่ผ่านมาพ่อนั้นได้มาเยี่ยมเณรที่วัด ตอนเวลากลางคืน และได้ถามว่าใครมาละเณร และได้คำตอบว่าพ่อมา พระบอกว่าพ่อมาคนเดียวเหรอ เดี๋ยวพ่อไปมีกิ๊กมีอะไรนะ แม่ไม่มาด้วย ก็อาจจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เณร โกรธก็เป็นไปได้ โดยพระอาจารย์บอกว่าตนนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดเรื่องนี้ เป็นการพูดหยอกเล่น ในฐานะคนอยู่ด้วยกัน
นายประสงค์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนเรื่องการดำเนินการนั้นในทางกฎหมายหากเณรและญาตินั้นไปแจ้งความเรื่องของทาง บ้านเมืองบ้านเมืองเจ้าหน้าที่ตำรวจจะ นำเดินการไป ส่วนเรื่องวินัยพระนั้น ได้มอบถวายให้กับพระคุณเจ้า เจ้าคณะปกครองสงฆ์แล้ว เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รับว่าจะไปดูข้อกฎหมาย ของคณะสงฆ์หรือพระวินัย ว่าโทษแค่ไหน หากโทษหนัก ก็ให้ลงโทษไปตามนั้น แต่ถ้าดูจากเหตุการณ์แล้วโทษทางวินัย ในทางสงฆ์นั้นก็ไม่หนักหนา
เป็นโทษที่สามารถว่ากล่าวตักเตือนได้ ท่านก็ยอมรับว่าท่านกระทำผิดทางวินัย โทษท่านก็ไม่หนัก คงลงทัณฑ์บนไว้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ต่อไป ส่วนทางบ้านเมืองนั้น เค้าจะไปร้องไปอย่างไรก็เป็นเรื่องของทางตำรวจ สำนักพุทธไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปลงโทษพระได้ เพียงแต่ได้มาช่วยสนองงาน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและในวันเดียวกันยายของเณร เมื่อทราบเหตุการณ์และพบแผลรอยชำบนใบหน้า ต่างไม่พอใจ จึงได้เดินทางแจ้งดำเนินคดีเจ้าอาวาส ข้อหาทำร้ายร่างกาย
18 ม.ค. 2566
80 views
EP อื่นๆ
28 พ.ค. 2568
28 พ.ค. 2568
28 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
27 พ.ค. 2568
26 พ.ค. 2568
26 พ.ค. 2568
24 พ.ค. 2568
23 พ.ค. 2568
23 พ.ค. 2568
22 พ.ค. 2568
22 พ.ค. 2568
21 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568