21 พ.ค. 2568
เมียโต้หนังคนละม้วน ปัดทารุณสามีพิการถอดขาเทียม โดดสะพานหวังฆ่าตัวตาย
หนุ่มพิการ กระโดดน้ำหวังหนีปัญหา ถูกเมียบังคับร้องเพลง เร่ขอทาน ทำร้ายร่างกาย จับแก้ผ้าประจาน กู้ภัยช่วยเหลือพาส่งบ้านเกิด พบบ้านถูกตัดไฟนานหลายเดือน ด้านเมียโต้หนังคนละม้วน อ้างไม่เคยทำร้าย ร่ำไห้เป็นห่วงผัว
จากกรณีเมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 เม.ย.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ดได้รับแจ้งมีชายพิการขาขวาและมือด้านซ้าย ถอดขาเทียมไว้บนสะพาน กระโดดสะพานพระราม 4 หวังจะฆ่าตัวตาย พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือเอาไว้ได้ทราบชื่อคือนายจักรพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี มีอาชีพร้องเพลงเปิดหมวกอยู่ย่านปากเกร็ด

โดยนายจักรพงศ์ อ้างว่าสาเหตุที่ทำให้ต้องคิดสั้นกระโดดสะพาน เกิดจากถูกนางทนงกร แสงเพ็ง อายุ 58 ปี ภรรยา ทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง หลังจากร้องเพลงเปิดหมวกกลับไปบ้านต้องแบ่งเงินคนละครึ่ง แถมภรรยายังเอาเงินที่ได้มาไปกินเหล้าแล้วแอบไปหาผู้ชายคนอื่น นำขาเทียมไปเก็บไว้ทำให้เดินไปไหนมาไหนไม่ได้ อยากกลับไปอยู่กับญาติที่ จ.สุพรรณบุรี
ต่อมา นางทนงกร แสงเพ็ง อายุ 58 ปี ภรรยาของนายจักรพงศ์ ได้เปิดเผยเรื่องราว ปรากฏว่าเป็นหนังคนละม้วน โดยระบุว่า ตนอยู่กินกันมาตั้งแต่ปี 61 วันเกิดเหตุนายจักรพงศ์เมา ซึ่งเวลาเมาก็จะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง จะขาดสติแบบไม่ยั้งคิด ถ้าช่วยไม่ทันก็คงตายไปแล้ว ก่อนหน้าเคยจะกระโดดมาแล้ว

รู้สึกงงที่ข่าวมาโจมตีตนทำไม เมื่อก่อนไม่มีเงินสักบาทไม่มีที่ซุกหัวนอนตนก็ไปดึงออกมา หมดเงินกับเขาไปมาก ทำพฤติกรรมแบบนี้ประจำ วันก่อนไปเมเจอร์ปากเกร็ด จะเดินให้รถชน ตนก็ดึงแขนไว้ถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ตนตามจนเหนื่อย
เวลาเมาชอบด่าคำหยาบ มีปากมีเสียงทะเลาะกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เขาเคยทำร้ายร่างกายตนมาก่อน ตอนนี้ยังเจ็บหน้าอกอยู่ แต่พอสร่างเมากลายเป็นคนละคน มาบอกขอโทษแล้วจะไม่ทำอีก แต่พอเมาก็เหมือนเดิม ตอนแรกเขาร้องเพลงไม่เป็น ตนก็สอนให้ และพาไปทำบัตรให้เป็นทางการ เป็นบัตรแสดงความสามารถ

ที่บอกว่าตนไปนั่งรอเงินไม่เป็นความจริง ที่ตนไปเพราะว่า ต้องไปดูเขา ถ้าปล่อยไปคนเดียว 4-5 วันเขาถึงจะกลับมา บางครั้งก็เก็บเสื้อผ้าหนีไป หนีไปประมาณ 20 ครั้ง หนสุดท้ายก็กลับมา บางครั้งหายไปนาน ตนต้องนั่งร้องไห้ ตามหาไม่เจอ ตนไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องเป็นข่าว ตนเป็นโรคหัวใจ ทำงานไม่ได้ บางครั้งก็หน้ามืดเวียนหัว มองอะไรไม่เห็น จนลูกสาวบอกว่าให้อยู่บ้านเฉยๆไม่ให้ทำอะไร

ด้านนายสัณหณัฐ แก้วส่งแสง อายุ 26 ปี อาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่าเมื่อคืนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีชายกระโดดสะพานพระราม 4 ตนจึงรีบไปตรวจสอบตอนไปถึงพบว่าขึ้นมาจากน้ำแล้วตนเลยสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าทะเลาะกับแฟน รู้สึกท้อ เลยถามว่าอยากกลับบ้านเกิดไหม ก็เลยติดต่อทางนายอำเภอและชาวบ้านแถวนั้น สักพักทางญาติติดต่อกลับมา ตนเลยไปส่งที่บ้าน ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ตอนกระโดด เอาขาเทียมวางไว้บนสะพาน ก่อนหน้านี้เคยขู่จะกระโดดสะพานมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 2 วันที่แล้วเคยไประงับเหตุทำร้ายร่างกาย เนื่องจากตำรวจแจ้งมาว่า มีการทะเลาะวิวาท ตนเลยเข้าไปดูที่เกิดเหตุ พบว่าทะเลาะกับเมียและถูกเมียทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ได้บาดเจ็บ

ด้านนายขวัญพงศ์ สิตตะโชค อายุ 30 ปี วินจยย.เบอร์ 53 ซ.ขจรเนติยุทธ กล่าวว่าคนที่จะกระโดดสะพานโบกรถหลายคันแต่ไม่มีคนรับ ตนขับออกมาเจอพอดีเลยแวะรับ ขณะซ้อนท้ายแล้วบ่นว่าโดนผู้หญิงหลอก เอาเงินไปหมดอยากจะไปกระโดดน้ำตาย
ตนเลยพูดห้ามไว้ว่าอย่าไปฆ่าตัวตายเลย กว่าจะเกิดเป็นคนมันลำบาก ดูอย่างสัตว์เดรัจฉานขนาดพิการยังสู้ชีวิต แต่เขาไม่ฟังบอกอย่างเดียวจะกระโดดน้ำตาย ตนเลยหมั่นไส้บอกให้ไปโดดกลางสะพาน ตรงร่องเรือเวลาเรือวิ่งผ่านไปแล้วพี่ก็โดดลงไป น้ำจะได้ดูดพี่ไปใต้น้ำไม่ต้องโผล่ขึ้นมา เพราะตอนนี้น้ำกำลังไหลแรง พี่จะได้ไปโผล่ศิริราชหรือ เกียกกายทีเดียวเลย

ตนเลยไปส่งที่ท่าน้ำปากเกร็ด ตอนแรกเขาจะให้ไปส่งที่กลางสะพานพระราม 4 พอส่งเสร็จให้ค่ารถไม่ครบ ค่าโดยสาร 20 บาทให้เงินมาเพียง 15 บาท ตนไม่ได้คิดอะไรเห็นเป็นคนเมา เลยไม่ได้ว่าอะไร แมสก์ก็ไม่ใส่ ถุยน้ำลายมาตลอดทางกลิ่นเหล้าเหม็นทั้งตัว
ขอฝากถึงคนจะฆ่าตัวตาย คุณเกิดเป็นคนมีสมองมีความคิด กว่าจะเกิดเป็นคนมันลำบากมาก ถ้าคิดจะฆ่าตัวตายให้คิดให้ดี ให้คิดถึงตัวเองไว้ ตอนนั่งรถบ่นว่าโดนผู้หญิงหลอกเงิน พูดซ้ำหลายครั้ง นั่งรถเกือบจะตกหลายหน ตนเลยถามว่าเมาหรือเปล่า เขาตอบมาว่าเมา นั่งส่ายไปส่ายมาบ้วนน้ำลายอย่างเดียว ตอนกลับมาตนต้องฉีดแอลกอฮอล์ทั่วตัว กลัวติดเชื้อโควิด
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tBL8LjTMEhM
12 เม.ย. 2565
298 views
EP อื่นๆ
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
19 พ.ค. 2568
19 พ.ค. 2568
16 พ.ค. 2568
16 พ.ค. 2568
15 พ.ค. 2568
15 พ.ค. 2568
14 พ.ค. 2568
14 พ.ค. 2568
13 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568
9 พ.ค. 2568