22 พ.ค. 2568
ไขปริศนาเครื่องบินตก ทำไม 'กล่องดำ' ไม่ได้สีดำ แต่สีส้ม
จากอุบัติเหตุช็อกโลก เครื่องบินโบอิง 737 เที่ยวบิน MU5735 ของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 132 คน ตกลงในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ (21 มี.ค.) จนส่งผลให้เกิดไฟไหม้บนภูเขา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ค้นพบวัตถุสีส้มอมแดง ใกล้กับพื้นที่ค้นหา และทำการตรวจสอบหลายครั้งจนสามารถระบุได้ว่าวัตถุดังกล่าวเป็นหนึ่งในกล่องดำ จากจำนวน 2 กล่องของเครื่องบินที่ประสบเหตุ

โดยสภาพภายนอกของกล่องดำกล่องแรกพังเสียหายอย่างรุนแรง แต่สภาพหน่วยจัดเก็บข้อมูลค่อนข้างสมบูรณ์ แม้เกิดความเสียหายบางส่วน ซึ่งกล่องดำ ที่ว่านี้ จะช่วยไขความลับ ถึงโศกนาฏกรรมช็อกโลกในครั้งนี้
ข้อมูลจาก ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า กล่องดำ (Black Box) คือ “อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน” ที่เครื่องบินทั่วไปจะต้องติดตั้งตามกฎด้านการบิน ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ที่จะบันทึกเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุ แล้วนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุ

เครื่องบินแต่ละลำจะมีกล่องดำ 2 กล่อง
กล่องที่ 1 The Flight Data Recorder (FDR) ใช้บันทึกข้อมูลการบิน เช่น สภาพอากาศ ความเร็ว ระดับความสูง อัตราเร่งตามแนวดิ่ง ทิศทาง การเร่งผ่อนคันบิดปิดเปิดน้ำมัน แรงขับของเครื่อง ตำแหน่งของปีก เป็นต้น
กล่องที่ 2 The Cockpit Voice Recorder (CVR) ใช้บันทึกเสียงสนทนาในห้องนักบิน เสียงจากไมโครโฟนของนักบิน การติดต่อระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน เสียงของลูกเรือที่เข้ามาในห้องนักบิน โดยจะเริ่มบันทึกตั้งแต่นักบินติดเครื่องไปจนถึงดับเครื่อง เสียงเครื่องยนต์ สัญญาณเตือน ฯลฯ

โดยเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินแบบแถบแม่เหล็ก สามารถบันทึกเสียงในช่วงเวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นจะขึ้นรอบการบันทึกใหม่ ในขณะที่เครื่องบันทึกเสียงแบบหน่วยความจำ สามารถบันทึกได้รอบละประมาณ 2 ชั่วโมง
แม้อุปกรณ์ทั้ง 2 จะถูกเรียกว่า ‘กล่องดำ’ แต่ตัวกล่องจริง ๆ ไม่ได้มีสีดำ แต่จะมีสีส้มสะดุดตา เพื่อง่ายต่อการค้นหา มีตัวอักษร “FLIGHT RECORDER DO NOT OPEN” ข้างกล่อง

แต่เหตุที่เรียกว่า ‘กล่องดำ’ เพราะมันเคยมีสีดำมาก่อน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเป็นอุปกรณ์ที่เป็นความลับ ติดตั้งในเครื่องบินรบของอังกฤษและชาติพันธมิตร ถูกห่อหุ้มด้วยกล่องสีดำ ขณะที่บางส่วนก็เรียกตามสภาพที่เก็บกู้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกไฟไหม้ และระเบิด
เวลาเครื่องบินตก กล่องดำมักไม่เสียหาย เพราะตำแหน่งที่ติดตั้งจะอยู่ส่วนหางของเครื่องบิน ซึ่งเป็นบริเวณที่แข็งแรงและได้รับผลกระทบกระเทือนน้อยที่สุดเวลาเครื่องบินตก
นอกจากนี้ ตัวกล่องยังแข็งแรง ทนแรงกระแทกแรงระเบิด ทนน้ำ ทนไฟ เพราะประกอบด้วยวัสดุ 3 ชั้น ชั้นในสุดทำจากแผ่นอะลูมิเนียมบางๆ ห่อหุ้มอุปกรณ์บันทึกข้อมูลไว้ ชั้นที่สองเป็นฉนวนทนความร้อน และชั้นที่สามทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิมทนความร้อนสูง

กล่องดำทุกกล่อง จะถูกทดสอบ เพื่อให้มั่นใจว่า มีความแข็งแรง คงทนพอที่จะติดตั้งไว้บนเครื่องบิน ดังนี้
-ทนต่อการแช่น้ำ 30 วัน
-ทนต่อแช่ในน้ำเค็มนาน 24 ชั่วโมง (กรณีเครื่องบินตกทะเล)
-ทนต่อแรงกด 5,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นเวลา 5 นาที ทุก ๆ ด้าน
-ทนต่อความร้อน 1,100 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง
-ทนต่อการเจาะด้วยก้อนน้ำหนักขนาด 227 กิโลกรัม จากความสูง 3 เมตร
-ทนต่อแรงกระแทก 3,400 G (คำนวณตามแรงโน้มถ่วงของโลก = 1G)
-ทนต่อสารเคมีและน้ำมันอื่นๆ

อีกทั้ง กล่องดำ จะมีเครื่องแจ้งตำแหน่งใต้น้ำ Pinger หรือ Underwater Locator Beacon-ULB เพื่อเป็นตัวช่วยในการค้นหาเหนือน่านน้ำด้วย ซึ่งเครื่องบันทึกสมัยใหม่ จะสามารถส่งสัญญาณได้จากระดับความลึกสูงสุด 6 กิโลเมตร
แต่แม้กล้องดำ จะได้รับความเสียหายหนักจากการถูกไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ก็จะถอดแผงหน่วยความจำออกมาทำความสะอาด แล้วค่อยเชื่อมต่อกับเครื่องบันทึกอีกเครื่องหนึ่ง ที่มีโปรแกรมพิเศษสำหรับถ่ายเทหรืออ่านข้อมูลได้ โดยไม่มีการเขียนทับหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ
24 มี.ค. 2565
771 views
EP อื่นๆ
22 พ.ค. 2568
21 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
20 พ.ค. 2568
19 พ.ค. 2568
19 พ.ค. 2568
16 พ.ค. 2568
16 พ.ค. 2568
15 พ.ค. 2568
15 พ.ค. 2568
14 พ.ค. 2568
14 พ.ค. 2568
13 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568
12 พ.ค. 2568