บันเทิง

'ไผ่ ลิกค์' ปล่อยภาพ 'ดิว อริสรา' ถูกทำร้าย เหตุเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย "เป็นพี่ชายขอ support"

10 ก.พ. 2566

20 views

'ไผ่ ลิกค์' เผย สาเหตุที่ออกมาโพสต์ภาพ 'ดิว อริสรา' ถูกทำร้ายร่างกาย เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ในฐานะพี่ชาย จึงต้อง support


ประเด็นหลังจากที่ ‘ไผ่ ลิกค์’ ได้ออกมาโพสต์ภาพ ดิว อริสรา ถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมเขียนข้อความบอกว่า “ถ้าผู้หญิงคนนึงโดนทำขนาดนี้ และ ออกมาเพื่อปกป้องตัวเอง และทำเพื่อประเทศในการออกมาให้ข้อมูลเครือข่ายการพนันใหญ่ด้วย เราก็ควรออกมาปกป้องเขาหรือไม่ หรือเราควรมาตั้งคำถามมากมาย ว่าเพราะอะไร แถมเมือวานยังมีคนที่ไม่รู้เป็นใคร ไปป่วนที่ร้านเค้าอีก ผมในฐานะพี่ชาย คงจะต้อง support หรือไม่ครับ #เซฟดิว”


ล่าสุดวานนี้ ‘ไผ่ ลิกค์’ ให้สัมภาษณ์หลังออกรายการโหนกระแส ระบุว่า ที่จริงแล้วดิว ไม่ได้อยากเปิดเผยเรื่องที่ถูกฝ่ายชายทำร้ายร่างกาย แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนต้องออกมาปกป้อง เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย อย่างเมื่อวันที่ 7 และ 8 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา มีชาย 2 คน คนไปที่ร้านทำเล็บและถามหาดิว ซึ่งตนรู้แล้วเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่วันแรกที่โพสต์ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ตนก็เป็นห่วง และร้านนั้นก็มีหุ้นกันกับเพื่อนดาราหลายคน ก็ตกใจกันหมด  ส่วนเรื่องอื่น ตนไม่อยากยุ่งตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้เห็นว่าจำเป็นแล้ว


คุณไผ่ ยังบอกอีกว่า ภาพที่นำมาเปิดเผย ตนได้จากดิวนานแล้ว  ที่ดิวส่งมาให้ เนื่องจากดิวกลัวโดนฝ่ายชายลบภาพจากโทรศัพท์มือถือ เลยส่งมาฝากไว้ และตนก็ไม่เคยเอาให้ใคร และวันนี้ดิวก็ไม่ได้อยากจะให้เอาออกมาเผยแพร่สู่สาธารณะ แต่มันถึงเวลาเพราะมีกระแสจากเพจที่ออกมาตั้งคำถามว่าดิว ออกมาเปิดโปงทำไม


ขณะเดียวกันก่อนเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ ตนได้คุยกับดิวแล้ว เตือนดิวแล้วว่าจะมีผลลัพธ์อะไรบ้าง ซึ่งดิวเองก็รับทราบแล้ว


เมื่อถามว่าหากย้อนกลับไปตอนที่ดิวถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจมีการมาปรึกษาหรือไม่ นายไผ่  กล่าวว่า  “ดิวเป็นคนสู้ ตอนเขามีความรัก เขาก็ไม่บอก จะเก็บไว้ จนวันหนึ่งที่หนักมากที่สุดแล้ว ถึงจะค่อยๆมาเล่า และตนก็เข้าไปในวันที่เขาตัดสินใจแล้วว่าต้องการอะไร โดยตนแค่เข้าไปซัพพอร์ตนิดหน่อย ในฐานะพี่ชายคนสนิท  แม้แต่เดิมสถานภาพก่อนหน้านี้เป็นอย่างอื่น ทำให้ที่ผ่านมาบางครั้งตนก็ไม่เข้าไป ทุกวันนี้บางทีก็ไม่กล้าโทรไป ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะก็ต้องเคารพแฟนเขา อันนี้คือสิ่งที่ทำกันตลอด”


ส่วนประเด็นว่าถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ โดนอย่างไรบ้างนั้น คุณไผ่ บอกว่าไม่ขอเล่ารายละเอียด แต่ดิวเคยเล่ารายละเอียดให้ตนฟัง ซึ่งตอนนี้ดิวห่วงเรื่องลูก ไม่อยากให้เรื่องนี้ลูกรับทราบ แต่ตอนนี้มันหนีไม่ได้จริงๆ เพราะโดนตั้งคำถามจากสังคม


ขณะเดียวกันที่ผ่านมา เวลาเกิดเรื่อง ตนไม่ได้ถึงขนาดที่ว่าเข้าไปเซฟใจดิว เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนี้ ให้รู้ว่า ตรงนี้ยังมีคนๆ หนึ่งอยู่ มีครอบครัวอยู่ เพราะวันที่โดนทำร้าย ตนก็ไปรับแม่ของดิวมาหาดิวเอง อะไร ตรงไหนที่สามารถทำได้ก็ทำตรงนั้น


ส่วนประเด็นที่ว่าในวันสุดท้ายที่คุณดิวไม่ไหวแล้ว และเดินออกมา วันนั้นคุณไผ่เป็นคนเข้าไปช่วยเหลือหรือไม่  คุณไผ่ ตอบแต่เพียงว่า “ตนคอยซัพพอร์ต ถ้าเขาร้องอะไรมา ก็ทำให้ตามนั้น ซึ่งจริงๆ เรื่องไม่ควรมาถึงตรงนี้ (การเปิดเรื่องโดนทำร้ายร่างกาย) ถ้ามันจบไปตั้งแต่สิ่งที่ดิวเปิดมา


เมื่อถามว่าพอทราบเรื่องที่เกิดขึ้นตัวคุณไผ่เอง ได้คุยกับเบนซ์ หรือไม่ คุณไผ่บอกว่า ตนไม่มีอะไรจะคุย เพราะมองว่า คนที่ถ้าทำได้ขนาดนี้ ก็ไม่ต้องคุยแล้ว ไม่รู้จะคุยอะไร ที่ผ่านมาได้แต่คอยปราม เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งตอนนั้นก็มีการขู่ อย่างขู่ยิง ขู่อะไรแบบนี้ ถามว่ากลัวไหม ไม่มีใครกลัวหรอก บ้านเมืองมีขื่อมีแป แต่อยากให้หยุด ให้เข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้อง ทุกอย่างมันก็จะจบ


ส่วนการรู้จักกับพี่น้อง 4 บ. ตนรู้จักแค่บางคน แต่ยืนยันคำเดิมว่าตนไม่อยากยุ่ง  แต่ถ้าตรงไหนมันรู้สึกหนักข้อเกินไป ก็ต้องทำ ตอนนี้คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ดี การขอหมายจับพวกเว็บพนันยากมาก วันนี้ทำได้ขนาดนี้ ถือว่าสุดยอด


คุณไผ่ ยังบอกอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การดำเนินการหลังจากนี้ตนได้คุยกับหลายๆ คน แล้ว ทั้งในส่วนของตัวเองที่เป็น ส.ส. ก็จะมาดูว่ามีตรงไหนที่ไม่โอเค เช่นเรื่องที่ตำรวจเข้าไปที่ร้าน ตนคงไปยื่นเรื่องร้องเรียนให้เรียกมาสอบถามว่าเข้าไปทำไม ถ้าจะบอกไม่รู้เป็นร้านดิว ตนถามร้านอื่นก็ไม่เห็นเข้าไป มองว่ามันไม่เมคเซนส์ เพราะร้านอื่นไม่เห็นเข้าไป


ทั้งนี้ ตนได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา จะเข้ามาช่วยดูเพื่อให้เกิดความถูกต้อง ก็ยืนยันไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใคร ถ้าผิดว่าไปผิด ถูกว่าไปตามถูก ให้กระบวนการต่างๆ เดินตรงไปตรงมา


โดยตอนนี้ขอติดตามก่อน หากพบความไม่ชอบมาพากล จะดำเนินการตามช่องทางในฐานะ ส.ส. ทั้งยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการตำรวจ ของสภา เพื่อเรียกเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ รวมถึงอาจจะร้องเรียนไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ


สำหรับเรื่องที่ต้องตรวจสอบเช่นเรื่องที่ตำรวจเข้าไปที่ร้าน ตนคงไปยื่นเรื่องร้องเรียนให้เรียกมาสอบถามว่าเข้าไปทำไม ถ้าจะบอกไม่รู้เป็นร้านดิว ตนถามร้านอื่นก็ไม่เห็นเข้าไป มองว่ามันไม่เมคเซนส์ เพราะร้านอื่นไม่เห็นเข้าไป


เมื่อถามว่าตำรวจที่เข้าไปตรวจค้นร้านของดิว เป็นลูกน้องของ รอง ผกก.แห่งหนึ่งหรือไม่ คุณไผ่ตอบว่า ก็อาจเป็นไปได้ แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุป


คุณไผ่ ยังบอกอีกว่า ตนดูแลเรื่องแบบนี้อยู่แล้วในทุกมิติ และก็ผู้หญิงที่ถูกกระทำเคยมาร้องเรียน ก็ทำมาตลอด ถ้าไม่หยุดก็ต้องฟ้องผู้ใหญ่ เพื่อให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ และเรื่องกฎหมายก็ต้องปรับปรุง เช่นเรื่องการคุ้มครองผู้หญิง หรืออะไรหลายอย่างที่การทำงานมันช้า


คุณอาจสนใจ

Related News