เศรษฐกิจ
ภัยไซเบอร์! สถาบันการเงิน-หน่วยงานรัฐทั่วโลกถูกโจมตี พบแฮกเกอร์ใช้ AI เจาะระบบ
1 ชั่วโมงที่แล้ว
12 views
สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์กับสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ และบริษัทต่างๆ ในหลายประเทศทั่วโลก โดยบางกรณีมีรายงานการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยในการเจาะระบบ
เกาหลีใต้ เว็บไซต์ข่าว Korea JoongAng Daily รายงานว่า แฮกเกอร์ใช้เครื่องมือ AI โจมตีระบบของบริษัทในภาคการเงินอย่างน้อย 7 แห่ง ครอบคลุมบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการสินทรัพย์ และแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ารั่วไหลประมาณ 68,000 รายการ นอกจากนี้ ยังตรวจพบการสแกนระบบผ่านหมายเลข IP ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือมากกว่า 4.4 ล้านครั้ง
อินเดีย ธนาคาร State Bank of India ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ โดยการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลลูกค้ารั่วไหลประมาณ 4,000 รายการ ขณะที่มีรายงานพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องบนดาร์กเว็บเพิ่มเติม
สหรัฐฯ มีรายงานว่าธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น JPMorgan, Bank of America และ Morgan Stanley ตรวจพบความพยายามเข้าถึงหรือแทรกซึมระบบผ่าน AI agents ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของบัญชีลูกค้าและระบบธนาคาร
เบลเยียม หน่วยงานด้านการเงินและภาษีของรัฐบาลเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ จนต้องระงับการให้บริการพอร์ทัลยื่นภาษีออนไลน์ ที่ชื่อว่า มายมินฟิน (MyMinfin) เป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสี่ยงและตรวจสอบความปลอดภัยของระบบ
อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ ทางการเบลเยียมยืนยันว่า ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่า ข้อมูลส่วนบุคคลถูกละเมิดหรือรั่วไหลออกไป ซึ่งตอนนี้ เหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ที่มอลโดวา มีรายงานว่าเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบสารสนเทศของรัฐบาล โดยมีรายงานว่าข้อมูลส่วนบุคคลและหมายเลขประจำตัวประชาชนของประชาชนประมาณ 750,000 ถึง 1 ล้านคนรั่วไหล
ส่วนที่ญี่ปุ่น เหตุการณ์ใหญ่ที่สุดคือ บริษัท GMO ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ได้ถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ หลังแฮกเกอร์ได้ทำการเจาระบบบริการคลาวด์คอมพิวเตอร์ของบริษัท พร้อมเรียกค่าไถ่สูงถึง 8,000 ล้านเยน (ราว 1,600 ล้านบาท) และขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลของบริษัทและลูกค้า หากไม่ยอมจ่ายเงิน
ต่อมา บริษัทประกาศยืนยันว่าจะไม่จ่ายค่าไถ่ เนื่องจากการจ่ายเงินไม่ได้รับประกันว่าแฮกเกอร์จะลบข้อมูลที่ขโมยไป หรือยุติการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด พร้อมประสานงานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบสวน
อย่างไรก็ดี บริษัทประกาศว่าจะให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยจะจ่ายเงินเยียวยาให้กับลูกค้าที่ใช้บริการระบบดังกล่าว รายละ 5,000 เยน และชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการทำธุรกรรมที่ไมได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ บริษัทยังจะมอบรางวัลให้กับผู้ที่ดำเนินการแจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การระบุตัวหรือจับกุมแฮกเกอร์ โดยกำหนดเงินรางวัลรวมสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33 ล้านบาท) พร้อมระบุว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของบริษัทได้รับข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการระบุตัวผู้กระทำผิดและเตรียมส่งต่อให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง