เศรษฐกิจ
ระบบข้าว GAP มาตรฐานข้าวดีเพื่อคนไทย โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
22 ก.พ. 2562
9.6K views
ระบบข้าว GAP มาตรฐานข้าวดีเพื่อคนไทย โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
จากมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้มีการเห็นชอบให้ดำเนินโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บูรณาการเชื่อมโยงตลาดสำหรับรองรับผลผลิตข้าวอินทรีย์ของโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ และ ข้าว GAP ของโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (T1,T2,T3) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายข้าวที่อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนเป็นข้าวอินทรีย์และข้าว GAP มีตลาดรองรับที่แน่นอนและสามารถขายข้าวได้ในราคาที่สูงกว่าข้าวปกติทั่วไป อันจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยเหลือและเพิ่มระดับคุณภาพชีวิตตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง ชาวนาเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งสุขภาพและคุณภาพชีวิต ผู้ประกอบการโรงสีและผลิตข้าวถุงสามารถขายสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาด มีการรับรองคุณภาพอย่างชัดเจน และผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย

กระบวนการผลิตข้าวโดยชาวนาเพื่อให้ได้การรับรองคุณภาพข้าว GAP ที่ตนปลูกนั้นจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและประเมินตามขั้นตอน ดังนี้
1. คัดเลือกเมล็ดพันธุ์คุณภาพ และการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้ข้าวคุณภาพตรงตามสายพันธุ์
2. ควบคุมการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ
3. พื้นที่นาข้าวต้องปลอดจากสารเคมี
4. ควบคุมการใช้สารเคมี โดยมีเจ้าหน้าที่กำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน GAP
5. การขนย้าย จัดเก็บต้องสะอาด สถานที่จัดเก็บมิดชิด ไม่มีสัตว์พาหะนำโรคทุกชนิด
6. มีการจดบันทึกทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกจนถึงการส่งเข้าโรงสีข้าวตามมาตรฐาน GMP/HACCP
ผลผลิตข้าวเปลือกคุณภาพ GAP ของชาวนา จะไม่ถูกปะปนกับข้าวที่ใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตทั่วไป แต่จะต้องเข้าสู่กระบวนการแปรสีสภาพโดยผู้ประกอบการที่มีมาตรฐาน GMP/HACCP ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพและปลอดภัยก่อนถึงมือผู้บริโภคอย่างแท้จริง

กระบวนการต่างๆในมาตรฐานข้าว GAP จะก่อนให้เกิดประโยชน์กับทุกๆฝ่าย ได้แก่ภาคประชาชนจะได้รับประทานข้าวที่มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง ชาวนาได้ข้าวได้ราคา มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่วนผู้ประกอบการนั้นจะสามารถจำหน่ายข้าวได้ง่ายขึ้นเนื่องจากสินค้าได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ปัจจุบันได้เริ่มมีการผลักดันให้ดำเนินตามโครงการ โดยจังหวัดชัยภูมิเป็นจังหวัดต้นแบบที่ได้ดำเนินการโครงการดังกล่าว ซึ่งได้มีหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ (Organic Valley) แห่งแรกคือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่นาอุดมสมบูรณ์ นาธรรมชาติ บ้านหนองหอย หมู่ 4 ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ โดยมีหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเข้าไปส่งเสริมด้านการตลาด การสร้างแบรนด์สินค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่งกลุ่มมีการผลิตข้าว พืชผักอินทรีย์และผ้าย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งตลาดกำลังให้ความสนใจ เกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีระบบการบริหารจัดการที่ดี ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ประกอบกับมีผู้ประกอบการที่มีความพร้อมอยู่ในจังหวัด คือ บริษัทเมดิฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ประกอบการที่มุ่งในการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยสามารถทำการผลิตได้ครบวงจรตั้งแต่ข้าวสารจนเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับอินเตอร์อันจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรในภูมิภาคอื่นต่อไป ซึ่งในปัจจุบันได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในด้านการผลิต และการตลาดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค ชาวนา และผู้ประกอบการดังต่อไปนี้

ด้านการผลิต ปัจจุบันจังหวัดชัยภูมิ มีจำนวนกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ และข้าวGAP ของโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (T1,T2,T3) ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์มีจำนวน 178 กลุ่ม และกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าวGAP จำนวน 55 กลุ่ม ในจังหวัดชัยภูมิ ดังนี้
- กลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในขั้นการประเมินเตรียมความพร้อม (T1) จำนวน 136 กลุ่ม พื้นที่ 26,359 ไร่
- กลุ่มเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการประเมินในช่วงการปรับเปลี่ยน (T2) จำนวน 42 กลุ่ม พื้นที่ 6,210 ไร่
- กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวGAP จำนวน 55 กลุ่ม พื้นที่ 43,165 ไร่
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงเข้าสู่ Modern trade เพื่อส่งต่อข้าวมีคุณภาพและปลอดภัยให้ถึงมือประชาชนต่อไป

ด้านการตลาด ผู้ประกอบการแปรรูปข้าวอินทรีย์และข้าว GAP.ในจังหวัดชัยภูมิที่รับซื้อข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ที่มีมาตรฐาน GMP/HACCP มีจำนวน 2 ราย ได้แก่
- หจก. เลียงเจริญการเกษตร
- หจก. ชัยภูมิรุ่งเรือง อินเตอร์เอ็กซ์ปอร์ท (ชื่อเดิมโรงสีรุ่งเรืองพืชไร่)
ทั้งนี้จังหวัดทำหน้าที่กำกับดูแลการเชื่อมโยงการตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้เกษตรกรมีตลาดรองรับที่แน่นอน โดยได้รับราคาที่สูงกว่าข้าวปกติทั่วไป อันจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนเป็นข้าวอินทรีย์ในระยะยาว และผู้ประกอบการยกระดับโรงสีสู่มาตรฐาน GMP/HACCP มากขึ้น ส่งผลให้มีการนำผลผลิตข้าวอินทรีย์ ไปจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้ให้จังหวัดและประเทศต่อไป ซึ่งได้นำแนวทางดังกล่าวขยายผลไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อพัฒนามาตรฐานคุณภาพข้าวของไทยต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง