เศรษฐกิจ
'กรณ์' จี้รัฐบาลทบทวนโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน ชี้เงื่อนไขค้ำประกัน 7 ปีทำผู้ติดตั้งรายย่อยถอย
1 ชั่วโมงที่แล้ว
23 views
“กรณ์” จี้รัฐบาลทบทวนโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน ชี้เงื่อนไขค้ำประกัน 7 ปีทำผู้ติดตั้งรายย่อยถอย หวั่นเปิดช่องระบบกินหัวคิวเอื้อรายใหญ่–กดรายเล็กซัด“เอกนัฏ” ผุดมาตรการลดต้นทุนทิพย์ แก้น้ำมันแพงผิดที่ผิดทาง
วานนี้ ( 29 ต.ค.69) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวโครงการโซลาร์ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน โดยระบุว่า อยากให้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไขของผู้ประกอบการที่จะมาติดตั้งโซลาร์บนหลังคาของประชาชนทั่วประเทศ เพราะโครงการนี้เดิมทีเป็นโครงการที่ผู้ประกอบการรายเล็กมีความคาดหวังอย่างมาก อาจเป็นโอกาสให้เขาสามารถเข้าถึงโครงการสำคัญของรัฐบาลได้
โดยปกติทั่วไปมีผู้ประกอบการที่รับติดตั้งโซลาร์ให้กับประชาชน ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 1,500 ราย แต่การประกาศรายละเอียดเงื่อนไขทำให้หลายคนตกใจ เสียใจที่จะต้องถอนตัวออกจากการมีส่วนร่วมในโครงการนี้ เงื่อนไขที่ประกาศออกมาประกาศมีเงื่อนงำ มีผลทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงโครงการนี้ได้ พรรคประชาธิปัตย์จึงมีข้อสังเกต 4 ข้อ ดังนี้
1.กลุ่มผู้ประกอบการในทุกสาขา ธุรกิจที่เดือดร้อนที่สุดคือกลุ่ม SMEs โครงการนี้เป็นโครงการที่ใช้เงินเงินกู้ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรม ควรเข้าถึงโครงการ แต่กลับมีเงื่อนไขกับผู้ประกอบการรายย่อย อาจจะเกิดช่องว่างที่ทำให้เก็บค่าหัวคิวระหว่างบริษัทที่เข้าถึงโครงการนี้ได้กับผู้ประกอบการรายเล็กที่จะต้องไปรับงานต่อ
2.ปัญหาเกี่ยวกับการวางเงินมัดจำด้วยหนังสือค้ำประกัน หรือแบงค์การันตี วงเงินสูงถึง 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน ถือเป็นภาระที่สูงเกินไปสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป การที่ผู้ประกอบการรายย่อยจะสามารถขอแบงค์การันตีจากธนาคารได้หมายถึงเขาต้องมีประกันในรูปแบบเงินสดหรือหลักประกันอื่น ๆ รวมกับเวลาที่รอรับเงินมัดจำนี้กลับคืนถือเป็นระยะเวลายาวนานอย่างน้อย 3-6 เดือนหรือมากกว่านั้น เป็นระยะเวลาที่ไม่สามารถทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีส่วนเข้ามารับงานในโครงการนี้ได้
3.ภาระที่รัฐบาลได้กำหนดไว้รับประกันงานเป็นระยะเวลายาวนานต่อเนื่อง 7 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวกว่าปกติในอุตสาหกรรมนี้ที่มีการรับประกัน 2-3 ปี วงเงินค้ำประกันที่ต้องจมอยู่กับโครงการยาวนาน 7 ปี 10,000 บาท บวกกับภาระหน้าที่เพิ่มเติม คือ การซื้อประกันอัคคีภัยให้กับเจ้าของบ้านเป็นระยะเวลายาวนาน 7 ปี เป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการหลังคาเรือนละ 20,000 บาท
4.เป้าหมายรัฐบาลกำหนดไว้ 1 ล้านครัวเรือนซึ่ง มีความเป็นไปได้ยาก เพราะปีที่แล้วทั้งปีมีการติดตั้งโซลาร์ประมาณ 120,000 ครัวเรือน สาเหตุส่วนหนึ่งคือ ความต้องการ แต่สาเหตุสำคัญคือ จำนวนแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งมีจำกัด ไม่เพียงพอที่จะต้องติดตั้งได้ภายใน 1 ปี ไม่นับรวมการเข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีจำนวนจำกัด
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า เรากังวลว่าจะเป็นการตั้งเป้าที่สูงเกิน สิ่งที่เป็นไปได้จริงคือ การนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้กับโครงการอื่นที่ไม่ใช่โครงการที่ประชาชนได้ประโยชน์ เราจะจับตาดูโครงการนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ โครงการนี้เป็นโครงการที่ผู้ประกอบการรายย่อยทุกรายที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ควรจะมีโอกาส เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ใช้เงินภาษีของประชาชน ใช้เงินกู้ ดังนั้นควรกระจายประโยชน์และการมีส่วนร่วมออกไปในวงกว้างมากที่สุด รัฐบาลควรต้องทบทวนเพราะเงื่อนไขที่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ระบบการมีหัวคิวอย่างปฏิเสธไม่ได้ เช่น การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะมีสิทธิ์เป็นผู้รับติดตั้งด้วย แต่ถามว่าเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะรับผิดชอบงานหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้ว เขาก็ต้องวิ่งไปหาผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้าไม่ถึงงานด้วยตนเอง มีการกินหัวคิว ลดรายรายได้ที่ควรจะเป็นรายได้ของผู้ประกอบการรายย่อย สุดท้ายเกณฑ์ที่ออกมาสูงส่งเพื่อคัดกรองผู้ประกอบการ ผู้ที่ปนะกอบการที่ผ่านเกณฑ์คัดกรองก็ไม่ใช่ผู้ที่ติดตั้งอยู่ดี สุดท้ายผู้ที่ติดตั้งก็ไม่ใช่ผู้ที่ผ่านการคัดกรอง แต่รับช่วงงานมาจากรายใหญ่ ระบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเว้นแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่กี่ราย ดังนั้นเราจึงขอให้รัฐบาลทบทวน
แท็กที่เกี่ยวข้อง