เศรษฐกิจ
IMF เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ปี 69 โต 2.1% แต่ยังต่ำสุดในกลุ่ม Asean-5
2 ชั่วโมงที่แล้ว
17 views
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ในหัวข้อ World Economic Outlook ซึ่งเป็นการประมาณการเศรษฐกิจโลก และประเทศสมาชิก รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงสำคัญ โดยระบุถึงประเทศไทยว่า ในปี 2569 นี้ IMF คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย จะขยายตัวได้ 2.1% และดีขึ้นต่อเนื่องเป็น 2.2% ในปี 2570
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยปีนี้ IMF คาดว่าจะอยู่ที่ 2.1% และลดลงเหลือ 1.7% ในปี 2570 โดยมองว่าประเทศไทยได้ผ่านสภาวะเงินฝืดไปแล้ว ปัจจัยสำคัญมาจากมาตรการการคลังฉุกเฉินและการส่งออกเทคโนโลยี พร้อมระบุว่าไทยเป็น 1 ใน 4 ผู้ส่งออกสุทธิฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก
แม้ถูกปรับตัวเลขคาดการณ์ขึ้น แต่ไทยยังเติบโตต่ำสุดในกลุ่ม ASEAN-5 ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 4.4% ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 4.1% โดยมาเลเซียโต 5.2% อินโดนีเซีย 5.1% สิงคโปร์ 5.0% และฟิลิปปินส์ 3.4% นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบกับประเทศอย่างเวียดนามที่อยู่นอก ASEAN-5 ก็เติบโตโตถึง 8.4% โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่รองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งการเติบโตนี้ ช่วยทดแทนจุดอ่อนจากผลกระทบของวิกฤติพลังงานได้เป็นอย่างดี
IMF ยังปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026 ขึ้น 0.1 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3.1% จากคาดการณ์ครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แต่ชะลอตัวจาก 3.5% ในปี 2025 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุนด้าน AI ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว และมาตรการสนับสนุนทางการคลัง แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงในทิศทางขาลง โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำที่ได้รับผลกระทบหนักจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม IMF คาดการณ์ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2027 และสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติเช่นเดียวกับช่วงก่อนเกิดสงครามภายในเดือนตุลาคม 2027 ส่วนในปี 2027 นั้น IMF ยังคงตัวเลขคาดการณ์ไว้ที่ระดับเดิมคือ 3.4%
ในทางกลับกัน เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วคาดว่าจะเติบโต 2.1% ในปี 2026 โดยไต้หวันและเกาหลีใต้ในห่วงโซ่อุปทาน AI มีตัวเลขสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่จีนคาดว่าจะเติบโต 4.5% ลดลง 0.5 จุด เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ ด้านอัตราเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มเร่งตัวสู่ 4.7% ในปี 2026
IMF แนะให้รัฐบาลใช้มาตรการการคลังแบบชั่วคราวและตรงเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระประชาชน พร้อมย้ำว่านโยบายการเงินต้องมุ่งรักษาเสถียรภาพราคาอย่างเคร่งครัด รวมถึงอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังสูง
แท็กที่เกี่ยวข้อง