เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์ เผย GDP ไทยไตรมาส 2/69 โตร้อยละ 1.9 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่ยังโตรั้งท้ายอาเซียน

1 ชั่วโมงที่แล้ว

10 views

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/69 ขยายตัวร้อยละ 1.9 จากตลาดคาด 1.7% แต่ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรกของปี 69 จากการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่เติบโตดี และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/69 ลดลงจากไตรมาสแรกร้อยละ 0.2

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 69 คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.0 -2.5 ค่ากลางที่ร้อยละ 2.2 โดยการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.6 และร้อยละ 9.6 ตามลำดับ มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลลลาร์ สรอ. ขยายตัวร้อยละ 15.1 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปฉลี่ยอยู่ในช่วงร้อยละ 1.5 -2.0 และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลร้อยละ 1.2 ของ GDP

เทียบกับประเทศหลักในอาเซียน ไทยโตรั้งท้าย โดยเวียดนาม ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 8.39 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกเติบโตดี โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI

มาเลเซีย ขยายตัวร้อยละ 6 แข็งแกร่งกว่าการประมาณการเบื้องต้นที่ระดับร้อยละ 5.8 เนื่องจากยอดส่งออกที่เติบโตแข็งแกร่งกว่าคาด อันเป็นผลมาจากกระแสความนิยมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุปสงค์ภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ได้ช่วยชดเชยผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง

สิงคโปร์ ขยายตัวร้อยละ 5.7 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 5.5 แต่ชะลอลงจากไตรมาส 1/2569 ที่เติบโตร้อยละ 6.3 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากภาคการผลิตที่ได้อานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI ระดับโลก

อินโดนีเซีย ขยายตัวที่ระดับร้อยละ 5.29 ซึ่งเติบโตสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีแรงหนุนหลักจากการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ แม้ว่าการบริโภคภาคครัวเรือนจะเริ่มชะลอตัวลงบ้างก็ตาม

ฟิลิปปินส์ ขยายตัวร้อยละ 2.3 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับร้อยละ 2.8 และชะลอตัวลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1 โดยถือเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดในรอบหลายปี ผลกระทบจากความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น ทำให้การบริโภคและการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนเติบโตช้าลง การลงทุนหดตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  สภาพัฒน์ ,ฐาน GDP ไทยต่ำ ,GDP ไทย

คุณอาจสนใจ

Related News