เศรษฐกิจ
ประชุมบอร์ด กสทช.ล่มอีก! 4 กรรมการวอร์กเอาต์ ไม่ยอมรับอำนาจ “นพ.สรณ” นั่งประธาน
1 ชั่วโมงที่แล้ว
17 views
การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วันนี้ต้องล้มลงอีกครั้งหลังทวีความร้อนแรงขึ้นเมื่อกรมการ กสทช.ส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการให้นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ นั่งทำหน้าที่ประธาน โดยพลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง ส่งหนังสือแจ้งความเห็นตรงถึงสำนักงาน กสทช. โดยยืนยันความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกรรมการที่เหลืออีก 6 ท่านตามกฎหมาย แต่ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการประชุมที่มี นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธานอย่างเด็ดขาด เนื่องจากขาดสถานะการเป็นกรรมการมาตั้งแต่ต้น
สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงาน กสทช. พยายามออกหนังสือยืนยันการจัดประชุมโดยระบุว่าประธาน กสทช. ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ และอ้างว่ามติสละสิทธิของคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ใช่เหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20 พลอากาศโท ธนพันธุ์ ได้โต้แย้งว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่มีมติเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิ์ เป็นการใช้อำนาจขององค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมาย และถือเป็นที่สุดตามแนวทางของคณะกรรมการกฤษฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งศาลปกครองกลางก็ได้มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยดังกล่าวไปแล้ว
พลอากาศโท ธนพันธุ์ ระบุว่า ในทางกฎหมายถือว่า นพ.สรณ ไม่มีสถานะเป็นกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่กรณีการพ้นจากตำแหน่งที่จะต้องนำความกราบบังคมทูลฯ ตามที่สำนักงานฯ แอบอ้าง การนำกรณีนี้ไปเปรียบเทียบหรืออ้างอิงพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จึงเป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง และไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติตามบรรทัดฐานเดิมที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
พร้อมกันนี้ ยังเตือนว่า หากบุคคลที่ไม่มีสถานะตามกฎหมายเข้าร่วมประชุม จะทำให้องค์ประชุมและมติของ กสทช. มีข้อบกพร่องทางกฎหมาย สุ่มเสี่ยงที่จะถูกโต้แย้งหรือเพิกถอนในภายหลัง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และประโยชน์สาธารณะของประเทศ การไม่เข้าร่วมประชุมของตนจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงหน้าที่ แต่เป็นการปกป้องประโยชน์ของบ้านเมืองไม่ให้เกิดความเสียหาย
“ขอยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกรรมการที่เหลืออยู่ 6 ท่าน เพื่อให้งานของ กสทช. ดำเนินต่อไปได้ แต่การที่ผู้บริหารสำนักงาน กสทช. และศาสตราจารย์คลินิก สรณ ยังคงดันทุรังจัดประชุม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองสละสิทธิ์ตามกฎหมาย จนเป็นเหตุให้กรรมการที่เหลือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อาจเข้าข่ายมีความผิดฐานร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 และมาตรา 83 รวมถึงเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ด้วย”
แท็กที่เกี่ยวข้อง