เศรษฐกิจ
ชาวบ้านเสียงแตก! ปมเกณฑ์ค่าไฟใหม่ไม่เกิน 200 หน่วย คิดหน่วยละ 3 บาท มองแบ่งชนชั้นประชาชน
5 ชั่วโมงที่แล้ว
89 views
จากกรณีรัฐบาลมีนโยบายปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ มีทั้งเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างที่จังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวไปสำรวจความคิดเห็นประชาชนผู้มีรายได้น้อย ในชุมชนราชนิกูล 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับมาตรการคิดค่าไฟแบบขั้นบันได โดยประชาชนที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย จะคิดอัตราค่าไฟหน่วยละ 3 บาท ส่วนที่ใช้เกิน 200 หน่วยขึ้นไป จะได้อัตราส่วนการลดค่าไฟเป็นลำดับขั้น ถ้าใช้ไฟเกิน 400 หน่วยก็จะถูกคิดค่าไฟหน่วยละ 5 บาท
นางอรวีร์ อายุ 68 ปี ชาวชุมชนราชนิกูล ซึ่งประกอบอาชีพเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ภายในชุมชน และขายอาหารตามสั่ง มีรายได้เฉลี่ย 300-400 บาทต่อวัน เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตนได้เสียค่าไฟประมาณ 700 กว่าบาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงกว่าปกติ จากที่เคยเสียเฉลี่ยเดือนละ 500-600 บาทเท่านั้น โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เป็นประจำ จะมีตู้เย็น , พัดลม 2 ตัว , หม้อหุงข้าว 2 หม้อ และไฟฟ้าส่องสว่างภายในบ้าน ส่วนนโยบายมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าของทางรัฐบาลที่ออกมานั้น ตนคิดว่า เป็นนโยบายที่ดีที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนให้กับประชาชนได้ เพราะถ้าใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย ก็จะถูกคิดในอัตราหน่วยละ 3 บาทเท่านั้น ซึ่งทำให้มีส่วนต่างประมาณ 100 บาท จะได้นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้หลายอย่าง เพราะว่าช่วงนี้สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทุกอย่างแพงหมด สร้างผลกระทบให้กับประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย
เช่นเดียวกับชาวบ้านจังหวัดพิษณุโลก นายไพโรจน์ พ่อค้าขายข้าวกล่อง บอกว่า ที่บ้านของตนเองจ่ายค่าไฟฟ้าประมาณเดือนละ 1,200 บาท ส่วนมากจะอยู่บ้านเฉพาะช่วงเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางวันก็จะมาอยู่ที่ร้าน ค่าไฟในแต่ละเดือนก็หลายพันบาท ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าแนวทางนี้เป็นเรื่องดีที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะว่าช่วงนี้ข้าวของทุกอย่างขึ้นราคาหมด แต่ค่าไฟฟ้าลดก็ช่วยได้มาก
ด้าน ครูอ้อย แม่ค้าขายสับปะรดภูแล บอกว่า ที่บ้านใช้ไฟฟ้าประมาณเดือนละ 1,000 กว่าบาท เธอมองว่าถ้าเป็นโครงการที่ทำแล้วดี อยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยเหลือ พ่อค้าแม่ค้าประชาชนที่เดือดร้อนกับสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ถ้ารัฐบาลมีโครงการเข้ามาช่วยเหลือ ก็จะทำให้บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนได้ และอยากให้เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่อง และเป็นโครงการที่ทำจริงๆ ทำตลอดไป ให้วาระรัฐบาล 4 ปี
ส่วน นางสาวสมพร แม่ค้าขายเบียร์วุ้นและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เธอบอกว่า ที่ร้านมีตู้แช่ 4 ตู้ มีแอร์ 1 เครื่อง เดือนนี้ค่าไฟ 4,00 กว่าบาท รวมถึงค่า FT ด้วย ส่วนเดือนที่แล้วก็ปรับขึ้นจากเดือนก่อนเช่นเดียวกัน และจากกระแสข่าวค่าไฟแบบขั้นบันไดแบบใหม่ ตามที่มีข่าวออกมาว่า คนใช้ไฟน้อยประหยัดลง คนใช้ไฟๆมากกว่า 500 หน่วยต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นนั้น เธอแสดงความคิดว่าในช่วงฤดูร้อนค่าไฟค่า FTมักจะปรับขึ้น มีผลกระทบต่อเธอเหมือนกัน เพราะว่ารายได้และรายจ่าย ไม่สอดคล้องกับค่าไฟที่กระโดดขึ้นมากขนาดนี้ และหากค่าไฟยังคงปรับขึ้นต่อเนื่องทุกปีอย่างนี้ต่อไป มันก็เหนื่อย หาเงินไม่พอใช้ ทำให้ลำบากขึ้น ดังนั้นจึงอยากให้ลดค่าอะไรก็ไม่รู้ที่จะต้องเพิ่มขึ้น หรือจะให้เธอประหยัดค่าไฟ มันก็เป็นไปไม่ได้เพราะว่าจำเป็นต้องใช้ประกอบอาชีพ
ส่วนที่ จ.ตรัง นางปาริยา เจ้าของร้านขายของชำ ที่ตำบลหนองปรือ อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง บอกว่า หลังรัฐบาลมีการปรับอัตราค่าไฟใหม่ จะทำให้ร้านค้าขนาดเล็กแบบพวกตน ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างมาก เพราะมีทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ตู้ไอศกรีม ตู้แช่สินค้า และตู้เอทีเอ็มหน้าบ้าน ที่ผ่านมาแม้จะประหยัดทุกวิถีทาง แต่ค่าไฟก็ยังสูงตกเดือนละประมาณ 2,800-3,000 กว่าบาท หรือประมาณ 600-700 กว่าหน่วย เฉลี่ยหน่วยละ 4.50 บาท
แต่มาวันนี้รัฐบาลประกาศปรับราคาค่าไฟ โดยใช้วิธีการแยกกลุ่ม ทำกระทบคนชั้นกลาง กระทบร้านค้าโดยตรง ต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นอย่างมากกว่า 1 บาทต่อหน่วย ซึ่งทั้งตู้เอทีเอ็ม และตู้แช่สินค้าต่างๆ ไม่สามารถจะประหยัดไฟได้ เพราะต้องเสียบปลั๊กไฟทำความเย็นตลอด 24 ชม. เคยทดลองถอดปลั๊กไฟในเวลากลางคืน แต่เมื่อมาเสียบปลั๊กใหม่ปรากฏว่า ค่าไฟแพงกว่าเดิมประมาณ 500 บาท เพราะเมื่อเปิดใหม่ ตู้จะต้องทำงานหนักความเดิม เพราะต้องทำความเย็นใหม่
“จึงมองการแก้ปัญหาค่าไฟของรัฐบาลในครั้งนี้ว่า เป็นการผลักภาระให้ประชาชน เพราะมีการแยกกลุ่มประชาชน แล้วร้านค้าอย่างพวกตนจะสู้ไหวได้อย่างไร ทั้งค่าไฟ ค่าภาษี ส่วนที่บอกว่าถ้าใช้มาก ก็ให้ประชาชนไปติดโซล่าเซล แต่ขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายก็ย่ำแย่อยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปลงทุนติดตั้ง ปรับขึ้นค่าไฟครั้งนี้แล้ว ก็ไม่รู้ยังจะปรับขึ้นอีกหรือไม่”
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/oVpvFN6f3qU
แท็กที่เกี่ยวข้อง