เศรษฐกิจ
ประธานสภาอุตฯ ห่วงขึ้นค่าไฟแบบขั้นบันได ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรม
3 ชั่วโมงที่แล้ว
36 views
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึง การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเป็นนโยบายเชิงประชานิยม เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง โดย ส.อ.ท.กังวล หากรัฐบาลนำโมเดลค่าไฟแบบขั้นบันไดมาใช้กับภาคอุตสาหกรรมจะกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมหนักที่เป็นต้นน้ำ
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วย (บ้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าน้อย) จะได้ใช้ค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าอัตราเดิมที่ 3.88 บาท ขณะที่กลุ่มที่ใช้ไฟ 201-400 หน่วย ต้องจ่ายในอัตราใหม่ที่ 3.95 บาท (เพิ่มขึ้น 7 สตางค์) และกลุ่มที่ใช้เกิน 400 หน่วยขึ้นไป ที่เป็นบ้านใหญ่มีกำลังซื้อสูง ที่รัฐบาลมองเป็นกลุ่มมีศักยภาพใช้จ่ายและควรส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
“ในมุมของภาคสังคม การช่วยผู้มีรายได้น้อยถือเป็นเรื่องดีและตรงประเด็น เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในภาวะที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัว และยังเป็นการส่งสัญญาณให้เกิดการประหยัดพลังงานในภาคประชาชนด้วย”
อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐบาลไม่ควรนำตรรกะใช้เยอะจ่ายแพงมาใช้กับภาคอุตสาหกรรมได้เหมือนภาคครัวเรือน เพราะภาคธุรกิจและโรงงานมีลักษณะใช้ไฟต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่แม้เป็นรายเล็ก แต่ปริมาณการใช้ไฟมักเกิน 400 หน่วย หากต้องอยู่เกณฑ์เดียวกับบ้านใหญ่ที่ต้องจ่ายค่าไฟแพงจะทำให้ SMEs ได้รับผลกระทบหนักจนอาจอยู่ไม่รอด
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานสูง (Energy Intensive) หากรัฐบาลไม่มีนโยบายอุดหนุนหรือแยกอัตราค่าไฟให้ชัดเจน แต่ไปเพิ่มต้นทุนจะทำให้อุตสาหกรรมสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ หากต้นทุนค่าไฟในประเทศสูงเกินไป จะทำให้ผู้ประกอบการแบกรับภาระไม่ได้ และท้ายที่สุดไทยต้องพึ่งการนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะจากจีนที่มีต้นทุนถูกกว่า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ชาติ
“อุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างเหล็ก ต้องมีอยู่ในประเทศเพื่อความมั่นคง หากพึ่งพาแต่การนำเข้า เมื่อเกิดสงครามหรือความผันผวนของนโยบายเศรษฐกิจโลกจะตกอยู่ในสถานะที่ลำบากมาก รัฐบาลต้องมองโมเดลในต่างประเทศที่เขาให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล่านี้ ไม่ใช่ยิ่งใช้เยอะยิ่งเก็บแพง เพราะนี่คือต้นทางของอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งหมด”
ขณะนี้ภาคเอกชนยังคงรอความชัดเจนจากรัฐบาล เกี่ยวกับแพ็กเกจค่าไฟในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ จึงขอเสนอแนะแนวทางประกอบด้วย
แยกโครงสร้างค่าไฟภาคผลิตออกจากภาคครัวเรือน ไม่ใช้โมเดลขั้นบันไดที่ลงโทษผู้ใช้ไฟปริมาณมาก นโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมหนัก รัฐบาลควรมีเงินอุดหนุน (Subsidize) หรือ มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการเสริมสำหรับโซลาร์รูฟ นอกจากเชิญชวนให้ติดตั้ง รัฐควรมีแพ็กเกจสนับสนุนด้านการลงทุนเพื่อให้ผู้ประกอบการและภาคครัวเรือนขนาดใหญ่เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ,เกรียงไกร เธียรนุกุล ,ขึ้นค่าไฟ