เศรษฐกิจ
นักวิชาการวิเคราะห์เศรษฐกิจ หลังศาลสูงสหรัฐสั่งคว่ำ"ภาษีทรัมป์" แต่ “ทรัมป์” ไม่ยอมแพ้ ชี้ “ไทย” เสี่ยงสูงในการเจรจาต่อรองภาษี
9 ชั่วโมงที่แล้ว
113 views
สงครามการค้าโลกยังไม่จบ แม้ศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสินคว่ำ"ภาษีทรัมป์" แต่ทรัมป์ไม่ยอมแพ้ ประกาศมาตรการภาษีการค้ารอบใหม่สวนทันที เก็บภาษีนำเข้า 10% จากทุกประเทศ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ และ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โพสต์เฟซบุ๊ก หลังศาลสูงสหรัฐตัดสินคว่ำมาตรการภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า สงครามการค้าโลก ยกที่ 2 ยังไม่จบ หลังศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสินว่าที่ทำมา “เกินอำนาจ” “กฎหมายไม่รองรับ” โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงไม่ยอมแพ้ ประกาศมาตรการภาษีการค้ารอบใหม่ สวนทันที ทั้งเก็บภาษี 10% Global Tariffs ภายใต้ Section 122 และ Tariffs เพิ่มเป็นรายอุตสาหกรรม ภายใต้ Section 301 ที่จะเริ่มสอบสวนประเทศต่างๆ แล้วทยอยออกมา ทั้งหมด เพื่อปกป้องสหรัฐจาก Unfair Trading Practices และทดแทนภาษี Reciprocal Tariffs ที่หายไปจากคำตัดสิน
ดร.กอบศักดิ์ ชี้ว่า นอกจากนี้ ประเทศที่เคยยอมมาแล้ว ก็อย่าดีใจ ไม่ต้องคิดฝันที่จะยกเลิกข้อตกลงที่ทำไว้กับสหรัฐ ทั้งหมดก็เพราะว่า ประธานาธิบดีสหรัฐได้จดไว้หมดแล้วว่าใครยอมอะไร “ยิ่งไปกว่านั้น อ้อยเข้าปากพญาอินทรีแล้ว คงยากจะไปดึงกลับมา”
สอดคล้องกับ รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ที่ระบุว่า สถานการณ์การส่งออกไทยไปสู่ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคและไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สำหรับสินค้าไทยที่เคยเสียภาษีในอัตราเฉลี่ย 19% แต่ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีได้เปลี่ยนรูปแบบไปสู่ ภาษีรายเฉพาะสินค้า (Product-specific Tariffs) ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงและรุนแรงกว่าเดิม ตามเครื่องมือทางกฎหมายที่ทรัมป์มีอยู่ และมีโอกาสที่จะเจอภาษีสวมสิทธิ์ เพราะไทยยังเจรจาข้อดีลทางการค้ากับสหรัฐฯไม่จบ ทำให้มันมีประเด็นที่ยังสงสัยในสินค้าส่งออกในประเทศไทย เมื่อเทียบกับดีลการค้าประเทศอื่น ๆ ที่ปิดดีลกับสหรัฐฯไปแล้ว ฉะนั้นก็ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องไปเจรจากับสหรัฐฯอีกว่าจะจบแบบไหน มีความไม่แน่นอนสูงในการจบภาษีกับทรัมป์
สถานะดังกล่าวส่งผลให้ไทยมีความเสี่ยงสูงในการเจรจาต่อรองภาษี เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่าไทยเป็นประเทศที่เจรจาได้ยากและมีท่าทีเอนเอียงไปทางประเทศจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้าหลักของสหรัฐฯ ความคลุมเครือนี้ส่งผลให้สินค้าไทยในกลุ่มที่เคยได้รับสิทธิภาษี 0% จำนวนกว่า 1,000 รายการ ตกอยู่ในความไม่แน่นอนว่ายังจะได้รับสิทธิต่อไปหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับการเจรจา
จากการประเมินเบื้องต้น สินค้ากลุ่มหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ และกำลังถูกจัดเก็บภาษีหรือมีความเสี่ยงที่จะถูกเพิ่มภาษี ประกอบด้วย กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เซมิคอนดักเตอร์ เฟอร์นิเจอร์, เครื่องครัว และยารักษาโรค ทองแดง และชิ้นส่วนโลหะ โดยมูลค่าความเสียหายจากการจัดเก็บภาษีรายเฉพาะสินค้าในล็อตแรก คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 200,000-300,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะสูงขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง