เศรษฐกิจ
IMF คาดเศรษฐกิจไทยปี 69 โตชะลอตัวเหลือ 1.6% แนะเร่งปฏิรูปโครงสร้าง
8 ชั่วโมงที่แล้ว
38 views
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ปี 2569 นี้เศรษฐกิจของไทยในปี 2569 นี้ จะโตชะลอตัวเหลือ 1.6% ท่ามกลางปัญหามากมายที่รุมเร้า พร้อมแนะนำให้เร่งปฏิรูปโครงสร้างและใช้นโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง
IMF ได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า คณะกรรมการบริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เสร็จสิ้นการหารือทวิภาคีตามมาตรา 4 กับประเทศไทย โดยทางการไทยได้ยินยอมให้มีการเผยแพร่รายงานของเจ้าหน้าที่ IMF ที่จัดทำขึ้นสำหรับการหารือในครั้งนี้
เศรษฐกิจไทยถูกคาดการณ์ว่ามีการเติบโตชะลอตัวลงจาก 2.5% ในปี 2567 มาอยู่ที่ 2.1% ในปี 2568 เนื่องจากเผชิญกับปัจจัยลบทั้งจากภายนอกและภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า การเติบโตของสินเชื่อที่จำกัด และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ช้ากว่าที่คาด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังคงกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านอุปทาน เช่น ราคาพลังงานและวัตถุดิบอาหารที่ลดลง รวมถึงสะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนตัวลงบางส่วนด้วย นอกจากนี้ การเติบโตของสินเชื่อยังถูกจำกัดและภาวะการเงินยังคงตึงตัว อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพภายนอกของไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูงและหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในระดับปานกลาง
ทางการไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากความท้าทายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงมาตรการทางการคลังที่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางและเพื่อกระตุ้นการบริโภค การผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม โครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ครัวเรือน การสนับสนุนสภาพคล่องให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงความพยายามครั้งใหม่ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระเบียบวินัยทางการคลัง
สำหรับแนวโน้มในอนาคต คาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอีกเหลือ 1.6 % ในปี 2569 เนื่องจากปัจจัยลบภายนอกยังคงยืดเยื้อและอุปสงค์ภายในประเทศยังคงถูกจำกัด ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูงและเอนเอียงไปในทางลบ โดยความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าที่ยาวนาน ความผันผวนของตลาดการเงินโลก และพัฒนาการทางการเมืองในประเทศ อาจเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตและอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม หากความตึงเครียดทางการค้าคลี่คลายลงอย่างรวดเร็วหรือความไม่แน่นอนในประเทศลดลง ก็อาจช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของการเติบโตได้
คณะกรรมการบริหารตั้งข้อสังเกตว่าเศรษฐกิจไทยแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นภายใต้สภาพแวดล้อมโลกที่ไม่แน่นอน แต่ขณะนี้กำลังเผชิญกับปัจจัยลบที่เพิ่มมากขึ้น ในบริบทของพื้นที่ดำเนินนโยบายที่จำกัด คณะกรรมการฯ ได้ย้ำถึงความสำคัญของการผสมผสานนโยบายอย่างรอบคอบ โดยต่อยอดจากแรงขับเคลื่อนของการปฏิรูปเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวพร้อมกับรักษาเสถียรภาพ ควบคู่ไปกับการเร่งปฏิรูปโครงสร้างเพื่อยกระดับการเติบโตในระยะปานกลางและเอื้อต่อการปรับสมดุลภายนอก
คณะกรรมการฯ เน้นย้ำว่า เมื่อพิจารณาจากพื้นที่ทางการคลังที่แคบลง การสนับสนุนทางการคลังควรเป็นแบบพุ่งเป้า และใช้อย่างประหยัด โดยยึดตามยุทธศาสตร์การปรับลดฐานะการคลังในระยะปานกลางที่น่าเชื่อถือ คณะกรรมการฯ ยินดีต่อความมุ่งมั่นของทางการไทยในเรื่องวินัยทางการคลังตามที่สะท้อนในแผนการคลังระยะปานกลาง และย้ำว่าการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญ นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ เห็นพ้องถึงความจำเป็นในการเพิ่มรายได้เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลังสำหรับรองรับความเสี่ยง และสร้างพื้นที่สำหรับการใช้จ่ายที่ส่งเสริมการเติบโตและการคุ้มครองทางสังคมให้เข้มแข็งขึ้น รวมถึงเห็นพ้องว่าการเสริมสร้างกรอบวินัยการคลังและการบริหารจัดการการเงินสาธารณะและหนี้สิน จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิผลของนโยบาย
คณะกรรมการฯ ยินดีกับจุดยืนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนอุปสงค์ภายในประเทศและลดความเสี่ยงขาลงของอัตราเงินเฟ้อ โดยมองว่ายังมีช่องว่างสำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมโดยพิจารณาตามข้อมูล ควบคู่ไปกับความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านนโยบาย รวมถึงมาตรการจัดการปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง คณะกรรมการฯ ยังย้ำถึงความสำคัญของการประสานนโยบายการเงินและการคลังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และย้ำว่าอัตราแลกเปลี่ยนควรทำหน้าที่เป็นกลไกรับแรงกระแทกหลัก โดยการแทรกแซงค่าเงินควรจำกัดอยู่เพียงเพื่อฟื้นฟูสภาวะตลาดที่ผิดปกติจากปัจจัยที่ไม่ใช่พื้นฐานเท่านั้น
คณะกรรมการฯ ระบุว่าความเสี่ยงเชิงระบบในภาคการเงินยังคงอยู่ในวงจำกัด แต่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามอย่างใกล้ชิดท่ามกลางภาวะการเงินที่ตึงตัวและความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเรียกร้องให้มีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างกฎระเบียบและการกำกับดูแล รวมถึงการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ การส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ และการสนับสนุน SME พร้อมกับรักษาธรรมาภิบาลที่ดีและลดปัญหาจงใจผิดนัดชำระหนี้ รวมถึงเสริมสร้างกรอบการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT framework) อย่างต่อเนื่อง
คณะกรรมการฯ เห็นพ้องกันว่าสภาพแวดล้อมภายนอกที่เลวร้ายลงตอกย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการที่เด็ดขาดเพื่อเร่งการปฏิรูปโครงสร้าง โดยภารกิจสำคัญ ได้แก่ การขยายความร่วมมือทางการค้าและการเงิน การยกระดับผลิตภาพแรงงานผ่านการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การลดขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบ การยกระดับความซับซ้อนของสินค้าส่งออก การสร้างความเข้มแข็งแก่ตาข่ายรองรับทางสังคม การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและธรรมาภิบาล และการขับเคลื่อนวาระด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย
แท็กที่เกี่ยวข้อง