เศรษฐกิจ
ทองไทยดีดขึ้นอีก 500 บาท ขณะที่ทองคำตลาดโลกขยับเข้าใกล้ระดับ 5,000 ดอลล์
4 ชั่วโมงที่แล้ว
75 views
สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดวันนี้ (24 ม.ค. 2569) เมื่อเวลา 09.10 น. ปรับราคาครั้งเดียว ดีดขึ้น 500 บาท โดยทองคำแท่ง ขายออกอยู่ที่ 73,100 บาท รับซื้อ 73,000 บาท ขณะทองรูปพรรณ ขายออก 73,900 บาท รับซื้อ 71,540.04 บาท
ทองคำตลาดโลกปิดบวกในวันศุกร์ (23 ม.ค.) และขยับเข้าใกล้ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังนักลงทุนเพิ่มการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) เพิ่มขึ้น 66.30 ดอลลาร์ หรือ 1.35% ปิดที่ 4,979.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ขณะที่ราคาทองในตลาดสปอตฟื้นตัวขึ้นในวันนี้ จากคำสั่งซื้อเก็งกำไร หลังราคาปรับตัวลงในช่วงแรก ณ เวลา 08.30 น. ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต บวก 46 ดอลลาร์ หรือ 0.94% สู่ระดับ 4,982 ดอลลาร์/ออนซ์
นักวิเคราะห์มองว่า บทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและเครื่องมือกระจายความเสี่ยง กำลังทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญในพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจและการเมืองโลกมีความไม่แน่นอนสูง
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับนาโตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ ความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีที่ยังดำเนินอยู่ ได้ผลักดันความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก และแนวโน้มการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ในวงกว้าง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง
ด้านนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันที่ 27–28 ม.ค. นี้ แต่ยังมีการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2569 ซึ่งในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทองคำมักได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ
ตลาดยังคงจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์หน้า โดยข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักถึง 97.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ในการประชุมวันที่ 27–28 ม.ค.นี้
นอกจากนี้ นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. และ ต.ค. ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.00–3.25% ในช่วงสิ้นปี 2569 จากระดับปัจจุบันที่ 3.50–3.75%
แท็กที่เกี่ยวข้อง