เศรษฐกิจ
นักวิชาการห่วง คลังไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ หลังหนี้สาธารณะพุ่งใกล้เพดาน 70% หวั่นถูกหั่นเครดิตเรตติ้ง
9 ม.ค. 2569
110 views
ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการคลังของประเทศไทยว่า ปัจจุบันเสถียรภาพทางการคลังของไทยอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่ระดับหนี้สาธารณะที่ต่ำจะเคยเป็นจุดแข็งของประเทศเพราะมีหนี้สาธารณะต่ำมาก วันนี้กลายเป็นจุดอ่อนและความเสี่ยงเพราะหนี้สาธารณะของไทยขยับขึ้นมาสูงใกล้เพดาน 70%
สถานการณ์นี้ทำให้ "พื้นที่ทางการคลัง" หรือความสามารถในการรองรับวิกฤตในอนาคตของไทยลดน้อยลงอย่างน่ากังวล โดยมีจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ "ภาระดอกเบี้ยจ่าย" ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 11 ของรายได้รัฐบาล หากขยับขึ้นไปเกินร้อยละ 12 ตามเกณฑ์มาตรฐาน จะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อฐานะการคลัง และเสี่ยงต่อการถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก อย่าง S&P ปรับลดอันดับเครดิตเรตติ้งของประเทศลง
ขณะที่โครงสร้างงบประมาณของไทยปัจจุบัน พบว่ารายได้จากการเก็บภาษีส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับ "รายจ่ายประจำ" เช่น เงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งคิดเป็นถึงร้อยละ 70 ของงบประมาณทั้งหมด ส่วนงบลงทุนแทบทั้งหมดต้องมาจากการกู้เงินเพิ่ม
ข้อเสนอในการแก้ปัญหาที่เห็นผลชัดเจนที่สุด คือการปรับโครงสร้างภาษี โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT ซึ่งการปรับขึ้นเพียงร้อยละ 1 จะสร้างรายได้เพิ่มให้รัฐถึง 8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม นี่คือโจทย์ที่ยากลำบากทางการเมือง รวมถึงความท้าทายของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาในปี 2569 ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กับการรักษาวินัยทางการคลังในระยะยาว เพื่อไม่ให้ต้นทุนการกู้ยืมของทั้งภาครัฐและเอกชนพุ่งสูงขึ้นจนกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
แท็กที่เกี่ยวข้อง