เศรษฐกิจ

'เศรษฐา' แจงให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี-ซื้อคอนโด 75% 'สส.แบงค์' อัดลืมนึกถึงผลกระทบต่อปชช.

โดย passamon_a

24 มิ.ย. 2567

204 views

หลังเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา กรณีนายกฯสั่งให้กระทรวงมหาดไทย เร่งแก้กฎหมายให้ต่างด้าวเช่าที่ดินเพิ่มเป็น 99 ปี และซื้อคอนโดเพิ่มเป็น 75% เมื่อวาน (23 มิ.ย.67) นายกฯให้สัมภาษณ์ชี้แจงแล้ว หลังถูกวิจารณ์ว่าเอื้อนายทุน ยืนยันเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทรวงคลังเสนอมา


โดย นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี กรณีที่สั่งให้กระทรวงมหาดไทยเร่งแก้กฎหมายให้ต่างด้าวเช่าที่ดินเพิ่มเป็น 99 ปี และซื้อคอนโดได้เพิ่มเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ ว่า เป็นข้อเสนอแนะจากกระทรวงการคลังเพื่อเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ได้เป็นการขายขาด และในทุก ๆ ประเทศก็มีลักษณะเช่นนี้อยู่แล้ว


ส่วนเรื่องการถือครองคอนโด ที่ให้ต่างชาติถือครองเพิ่มจากร้อยละ 49 เป็นร้อยละ 75 แต่ยังมีสิทธิ์โหวตได้แค่ร้อยละ 49 เท่ากับคนไทยก็ยังเป็นใหญ่อยู่คือร้อยละ 51


ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้ถูกมองกันว่าเป็นการแก้กฎหมายเอื้อนายทุน นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า กรณีนี้เป็นวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจ คงไม่ได้กระทบอะไร เพราะเรื่องการเช่าระยะยาวเช่นนี้ก็มีอยู่แล้ว


ด้าน นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวมองเป็นเจตนาของภาครัฐ ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอสังหาริมทรัพย์ แต่ควรมีข้อคำนึงใน 5 ประเด็น เพื่อให้กฎหมายมีความรัดกุม โปร่งใส และไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ดังนี้


1. ภาครัฐต้องมีการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด โปร่งใส เพื่อควบคุมไม่ให้คอนโดฯ ที่ควรจะเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว ไม่ให้มีการค้าแบบรายวัน แข่งกับโรงแรม ไม่ใช่ว่าช่วยกันซื้อแล้วมาปล่อยเช่ารายวัน ซึ่งผิดกฎหมาย เหมือนคอนโดฯ หลายแห่ง ที่ทำกันในปัจจุบัน เนื่องจากโรงแรมมีขั้นตอนการขออนุญาต​ยากกว่า ค่าไฟฟ้าแพงกว่าคอนโดฯ เพราะคอนโดฯ แยกมิเตอร์แต่ละห้อง ขณะที่โรงแรมเป็นมิเตอร์รวม เป็นการคิดค่าไฟฟ้าอัตราก้าวหน้า จึงแพงกว่า


2. ขณะนี้คอนโดฯ ที่ให้คนไทยถือหุ้นไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ ก็มีต่างชาติถือหุ้นมากกว่าคนไทย ในคอนโดฯหลายแห่ง โดยผ่าน การเป็นนอมินี เรื่องนี้อยากให้พิจารณาด้วยเช่นกัน


3. ต้องคำนึงถึงทัวร์ต่างชาติที่มาใช้บริการจากคอนโดฯ ที่มีเจ้าของเป็นชาติเดียวกัน สุดท้ายโรงแรมในไทยก็ไม่ได้ประโยชน์จากค่าที่พักของทัวร์ต่างชาติเหล่านี้ เพราะไปใช้บริการพักในคอนโดฯ ของคนชาติเดียวกัน


4. การกำหนดสิทธิ ในการโหวตยังไง 49% ก็ชนะ รายย่อยที่ถือได้เต็มที่ 25% เพราะอีก 26% ของต่างชาติ ต่อให้งดออกเสียงก็ไม่มีความหมาย ควรต้องหาทางด้อยสิทธิ ในการโหวตของต่างชาติ ให้รัดกุม


5. ห้ามขายที่ดินให้ต่างชาติโดยเด็ดขาด ด้วยทุน และอำนาจซื้อที่มากมายเหนือคนไทย


ขณะที่ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "[มุมมองต่อนโยบาย ขายคอนโดต่างชาติ 75% พร้อมข้อเสนอแนะ 5+3 มาตรการ]


อีกครั้งกับความพยายามของรัฐบาล ที่คิดแต่จะช่วยแค่ developer โดยลืมนึกถึงผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป ทั้งโอกาสที่ราคาอสังหาจะดีดตัวสูงขึ้น จนคนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง และ home ownership ของคนไทย ที่จะโตช้าลง


ผมคิดว่ารัฐบาลยังมทางเลือกอื่น ที่สามารถทำได้ เพื่อช่วยตลาดภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่แตะประเด็นนี้ โดยเบื้องต้นผมขอเสนอ "5 มาตรการทางเลือก" อสังหา ให้รัฐบาลนำไปพิจารณาร่วมกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ครับ


(1) เร่งแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงสินเชื่ออสังหา เพราะธนาคารไม่ปล่อยกู้ และลดการทำธุรกรรมขอสินเชื่อเงินกู้หลายธนาคาร ด้วย open banking

(2) การออกมาตรการสนับสนุนการเช่าซื้อ ให้กลุ่มบ้านหลังแรก first home buyer หรือคนที่เข้ามาทำงานแต่ไม่มีที่อยู่อาศัยในจังหวัดนั้น ๆ

(3) ปรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยยกเลิก เรตภาษีการทำเกษตรกรรมในกลางเมือง เพื่อลดภาษี เพื่อให้เร่งคลายที่ดินออกมา

(4) ภาษีทำภาษีรวมแปลง เพื่อหยุดการซอยแปลงเลี่ยงภาษี

(5) การเปิดข้อมูลราคาซื้อขายที่ดิน online เพื่อลดต้นทุนการซื้อที่ดิน และลดการโก่งราคาโดยนายหน้า พร้อมทั้งปรับปรุงการทำธุรกรรมของการโอนที่ดิน และเพิ่มระบบโฉนด online เพื่อลดระยะเวลา ต้นทุน และความยุ่งยาก


อย่างไรก็ดี ถ้าจะปลดล็อคกฎหมาย 49% เป็น 75% ครม.ต้องเสนอแก้ไข พรบ.อาคารชุด มาตรา 19 ทวิ ซึ่งต้องผ่านสภา และด้วยกระบวนการนิติบัญญัติที่ล่าช้า อย่างน้อย ๆ เรายังมีเวลาอีกร่วม 1ปีให้ถกเถียงกันครับ


แต่ถ้ารัฐบาลจะทำ 75% ผมก็ขอเสนอ "3 มาตรการ on top" เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน


(1) อย่ากราดยิง บังคับใช้ทั้งประเทศ แต่ต้องปลดล็อคได้ เฉพาะบางพื้นที่ บางจังหวัด บางโครงการ หรือจำกัดเฉพาะอสังหาที่ผลิตออกมาในตลาดแล้ว และใช้เป็นแค่ short term policy ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น (ซึ่งผมเชื่อว่าเป้าหมายของรัฐบาล คือ #ขายคอนโด ในพื้นที่ กทม. ภูเก็ต และพัทยา ที่ developer ทำออกมามีราคาราคาแพง และ oversupply จนต้องไปเร่ขายต่างชาติเป็นหลัก)

(2) กำหนด คุณสมบัติผู้ซื้อ ว่าต้องมีอาชีพแบบไหน ทำงานในไทยมากี่ปี หรือมี net worth ขั้นต่ำเท่าไร และต้องเป็นอสังหาที่มูลค่าเกิน … ล้านบาท

(3) การทำ affordable units คอนโดราคาถูก ตร.ม.ต่ำกว่าราคาตลาดซัก 20-30% เพื่อแลกกับการขายต่างชาติ ในราคาสูง ๆ แทน โดยห้องราคาพิเศษกำหนดไว้ให้คนไทยผู้รายได้น้อยแทน จำกัดสิทธิหลังละ 1 คน และอาจจะให้สิทธิคนที่ทำงานในพื้นที่นั้น ๆ ไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไป เพื่อจะได้ลงหลักปักฐานครับ"


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/d_eVeYomZ8E

คุณอาจสนใจ

Related News