เศรษฐกิจ

มีทุกวัน! มิจฉาชีพหลอกเป็น 'สรรพากร' ให้โหลดแอปดูดเงินเกลี้ยงบัญชี - พ่อค้าไข่สุดช้ำ ซ้ำโดนแฮกเฟซบุ๊ก

โดย thichaphat_d

29 พ.ย. 2565

831 views

เรียกได้ว่า ออกข่าวทุกวัน เตือนกันทุกวัน แต่ก็ยังมีคนหลงกล โดนแก๊งมิจฉาชีพ หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง โดยช่วงนี้ มิจฉาชีพมักจะปลอมเป็น 'สรรพากร' ซึ่งวานนี้ เท่าที่เป็นข่าว ก็มีถึง 3 เหตุการณ์ ด้วยกัน


ระยอง

ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง รับแจ้งจาก น.ส.ระวีวรรณ์ เอี่ยมวิริยะนาวิน อายุ 40 ปี ว่า ช่วงสายของวานนี้ ได้มีโทรศัพท์เข้ามา แจ้งว่าโทรจากกรมสรรพากร บอกเกี่ยวกับเรื่องจะทำการยกเลิกเสียภาษีจากโครงการคนละครึ่ง


โดยปลายสายให้แอดไลน์และมีการส่งลิงก์ เข้ามาในไลน์ให้เรากดติดตั้งแอปตัวหนึ่ง ตนก็ทำตาม เพราะไม่คิดว่าแอปดังกล่าวจะสามารถเชื่อมโยงเข้าแอปธนาคารในโทรศัพท์ และทำรายการโอนเงินออกเองได้แบบนี้


หลังติดตั้งแอปเสร็จ ผ่านไปเพียง 10 นาที หน้าจอโทรศัพท์ก็ขึ้นสีฟ้า ตรงกลางมีตราสัญลักษณ์ของกรมสรรพากร กลางจอมีวงกลมเขียนข้อความว่า "รอการตรวสอบ ชื่อ-นามสกุล กรุณาอย่าเพิ่งใช้งานโทรศัพท์" โดยหน้าจอล็อกค้างไว้แบบนั้น ไม่สามารถกดไปหน้าอื่นๆ หรือปิดเครื่องได้


ตนเองจึงเดินทางไปร้านซ่อมมือถือ ให้แก้ให้ หลังร้านซ่อมมือถือแก้ให้หน้าจอหายเป็นสีฟ้า และเข้าใช้งานโทรศัพท์ได้ปกติ จึงเกิดความเอะใจ ว่าเป็นมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ จึงรีบเข้าแอปธนาคาร ไปเช็คยอดเงิน ปรากฏว่า ยอดเงินจำนวน 12,360 บาท หายเกลี่ยงบัญชีและมีสลิปโอนเงินทิ้งไว้เป็นหลักฐาน


ข้อมูลจากในสลิปแจ้งว่า บัญชีปลายทางที่รับโอนเงินเป็นพร้อมเพย์เลขลงท้าย  xxx-xxx- 4354 ชื่อบัญชี อภินัตตา แก้วเมือง เงินถูกโอนออกเวลา 11.07 น. พอทราบว่าตนเองโดน แอปดูดเงินเข้าแล้ว จึงรีบเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.นิคมพัฒนา เพื่อให้ตำรวจติดตามชื่อบัญชีที่รับโอนเงินมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

-------------

นครศรีธรรมราช

นางหนูน้อย อายุ 58 ปี แม่ครัววัดไส้หร้า อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำหลักฐานสลิปการโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมเผยเตือนภัยว่า ก่อนหน้านี้มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ขอติดต่อนางหนูน้อย ซึ่งเป็นชื่อของตน พร้อมบอกให้ยกเลิกรับสแกนคนละครึ่งที่ผูกไว้กับบัญชีธนาคารกรุงไทย และให้ดำเนินการตามขั้นตอน หากไม่ยกเลิกจะต้องเสียภาษีย้อนหลังจำนวนมาก


ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ประกอบกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีข้อมูลของตน และวันนั้นตนขายหมูอยู่ เป็นช่วงชุลมุน และตนก็ทำไม่ถูก จึงให้หลานชายคุยแทน     


หลานก็กดตามขั้นตอนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์บอก ก่อนวางสาย คอลเซ็นเตอร์บอกว่าทำรายการเสร็จแล้วเรียบร้อย ตนไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มแล้ว สุดท้ายพอตนจะโอนค่าแชร์ กลายเป็นว่าเงินหายจากบัญชีเกือบหมด พบถูกโอนเข้าบัญชีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หมดทุกธนาคาร สูญเงินเกือบ 3 หมื่นบาท โชคดีที่วันนั้นโอนจ่ายค่าหมูไปแล้ว


ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะส่งลิงก์มาให้ทางไลน์ อ้างว่าต้องกดเพื่อยืนยัน หลังจากเราหลงเชื่อทำรายการเรียบร้อย คอลเซ็นเตอร์จะกดยกเลิกลิงก์ดังกล่าว เพื่อไม่ให้เปิดดูอีกได้ ตนจึงถ่ายรูปหน้าจอเก็บหลักฐานทั้งหมด

-------------

บุรีรัมย์

นายณัฐพล อายุ 31 ปี เจ้าของร้านคลังไข่ ตลาดเทศบาลนางรอง เล่าว่า เมื่อวันก่อนได้รับโทรศัพท์ ปลายสายเป็นหมายเลขมือถือ ถามคำแรกว่า “สวัสดีครับร้านคลั่งไข่หรือเปล่าครับ ยังดำเนินการอยู่หรือเปล่า คุณเสียภาษีหรือยัง” ตนตอบว่าเสียแล้ว


จากนั้นปลายสายซึ่งเป็นผู้ชาย ถามถึงสารทุกข์สุขดิบ เหมือนเจ้าหน้าที่คุยทั่วไปที่เคยได้ยินที่ผ่านมา ต่อมาได้ถามตนว่า พี่ได้ทำโครงการสวัสดิการแห่งรัฐอีกหรือไม่ ตนตอบว่าไม่แล้ว เพราะกลัวเรื่องภาษี


สาเหตุที่ตนคุยด้วย เพราะคนที่โทรมาประจำแบบนี้เป็นประจำคือสรรพกร ธนาคารและพาณิชย์จังหวัดเท่านั้น ไม่คิดแม้นิดเดียวว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะเคยรับสายแก๊งนั้นเป็นประจำด่ากลับทุกครั้ง


โดยอ้างว่ามาจากสรรพากร ตอนแรกตนหัวเราะ 'แก๊งคอลเซ็นเตอร์' เพราะดูข่าวว่าแก๊งนี้มาทุกรูปแบบ แต่ก็ฟังต่อ เกรงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของสรรพกรจริง เพราะเคยโทรมาเตือนเรื่องภาษีเป็นประจำ


จากนั้นได้คุยถึงเรื่องการยกเลิกโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ตนว่าจะยกเลิก ปลายสายบอกว่าดีเลยครับ ผมจะทำเรื่องยกให้ได้ทันที ก่อนจะแนะนำให้แอดไลน์กัน โดยไลน์ที่แอดมาเป็นชื่อของสรรพากร มีตราสัญลักษณ์ชัดเจน


จากนั้นเขาได้ส่งแอปมาให้ดาวน์โหลด ตนก็โหลดตามคำแนะนำ จนลืมไปว่าเคย 'เห็นข่าวมาแล้ว' กระทั่งเขาให้กรอกรหัสของตนเองที่ใช้กับแอปโทรศัพท์เข้าไป หลังจากนั้นหน้าจอโทรศัพท์ของตนเป็นสีน้ำเงินเข้ม แล้วมีข้อความว่า “อยู่ระหว่างการตรวจสอบชื่อนามสกุลห้ามใช้โทรศัพท์”


รู้เลยว่าโทรศัพท์เราโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าไปคุมระบบของโทรศัพท์เรา ทั้งยังเอาภาพพื้นหลังเป็นสีทึบ เพื่อไม่ให้เรามองเห็นว่าแก๊งนี้ทำอะไรบ้าง จึงพยายามจะปิดเครื่องตามคำแนะนำตามข่าว ก็ปิดไม่ได้ ทางเดียวคือต้องถอดแบตเตอรี่โทรศัพท์ แต่ถอดแบตเตอรี่เองเหมือนโทรศัพท์รุ่นเก่าไม่ได้


จากนั้นจึงโทรศัพท์ไปธนาคารให้อายัดบัญชี ได้รับคำตอบว่าทำไม่ทันแล้ว สุดท้ายบัญชีธนาคารทุกบัญชีที่มีแอปอยู่ในโทรศัพท์เหลือ 0 บาท โชคดีที่ได้โอนเงินค่าไข่ไปให้ฟาร์มก่อนหน้านี้ 350,000 บาท คนร้ายได้เงินไปประมาณ 14,000 บาทเท่านั้น


นายณัฐพล ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากคนร้ายจะโอนเงินไปจนเกลี้ยงบัญชีทั้งหมดแล้ว ยังเอารูปโป๊ รูปลามกหลายภาพ เอาไปลงในเฟชบุ๊กของตน เพื่อต้องการให้เฟชบุ๊กล็อกการใช้ ทำให้ตนไม่สามารถแจ้งเตือนร้านค้าอื่นได้อีกด้วย


ตอนนี้เท่าที่ทราบ มีร้านค้าที่เคยร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ โดนไปแล้วนับ 10 ร้านค้า จึงอยากจะให้รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาคนที่เก่งกว่าแก๊งนี้มาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะข้อมูลที่แก๊งนี้ได้รับ 'แม่นยิ่งกว่าเมียที่บ้าน'

---------------


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DATidN8sgU0


คุณอาจสนใจ

Related News