เศรษฐกิจ

ทำใจ! กกพ.ชี้ ไทยจะไม่เห็นค่าไฟฟ้าต่ำกว่า 4 บ./หน่วย หลังเชื้อเพลิงพุ่ง-ก๊าซอ่าวไทยหมด

โดย petchpawee_k

13 ก.ย. 2565

160 views

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยหลังจากนี้จะไม่เห็นอัตราค่าไฟต่ำกว่า 4 หน่วยอีกแล้วเนื่องจากราคาพลังงาน เพราะสัดส่วนการผลิตเชื้อเพลิงเปลี่ยนไปโดยไทยต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว LNG เพิ่มขึ้นสัดส่วนร้อยละ 20-30 จากเดิมร้อยละ 18 ในปี 2563 ขณะที่ราคาก๊าซฯที่สูงขึ้น ทำให้การขายก๊าซฯ LNG ในตลาดจรลดลงด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ไทยทำสัญญาซื้อขายก๊าซฯในตลาดจร จึงได้รับผลกระทบตามไปด้วย


ขณะที่การผลิตก๊าซในอ่าวไทย ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านสู่ผู้ประมูลระบบสัมปทานรายใหม่ รวมถึงมีปัญหาจากปริมาณก๊าซในเมียนมาลดลงซึ่งกระทบมาถึงค่าไฟของประเทศไทย


ส่วนอัตราค่าไฟฟ้าในสิ้นปีจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการบริหารก๊าซในอ่าวไทยจากการเข้าในพื้นที่ของ ปตท สผ ว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซได้มากน้อยแค่ไหนรวมถึงราคา LMG ในตลาดโลกก็จะมีส่วนสำคัญต่อภาพรวมการผลิตไฟฟ้าในประเทศ


นายคมกฤชกล่าวว่า ปัจจุบันค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 ปรับขึ้น 68.66 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมค่าไฟไทยทำให้ค่าไฟเฉลี่ยต้องจ่ายอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย หากสถานการณ์ราคาพลังงานยังผันผวน แนวโน้มค่าไฟคงต้องปรับตัวสูงขึ้นอีก แต่จะมากน้อยเพียงใดอยู่ที่ปริมาณก๊าซในอ่าวไทย


โดยเฉพาะแหล่งเอราวัณต้องเร่งผลิตเพิ่มมาสู่ระดับปกติ ส่วนการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระค่าเชื้อเพลิงแทนประชาชนคงทำได้ยาก เพราะปัจจุบันรับภาระเกือบ 1 แสนล้านบาท


ที่ผ่านมาไทยใช้ก๊าซในอ่าวไทยในการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งมีต้นทุนการผลิตอยู่ราว 2-3 บาทต่อหน่วย ขณะที่ก๊าซ LNG มีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 10 บาทต่อหน่วย และน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลอยู่ที่ 6 บาทต่อหน่วย แต่ปัจจุบันปริมาณก๊าซฯในอ่าวไทยไม่เพียงพอ และแม้จะหันมาใช้น้ำมันดีเซลเพื่อผลิตไฟฟ้าก็ยังลดต้นทุนการผลิตได้มาก เนื่องราคาน้ำมันยังผันผวน


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/noiuAxIt2A8

คุณอาจสนใจ