เศรษฐกิจ

ลำปางสับปะรดล้น เหตุส่งออกไม่ได้ คนปลูกโอดราคาตก สวนทางปุ๋ยแพง

โดย thichaphat_d

21 เม.ย. 2565

109 views

วานนี้ (20 เม.ย. 65) นางสาวรตนพร กิติกาศ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นางณิชรัศม์ แลวงค์นิล หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง และเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกสับปะรด และช่วงเวลาที่จะผลผลิตพร้อมออกจำหน่ายจำหนวนมาก ใน 3 เดือนถัดจากนี้คือ ระหว่าง พ.ค.-มิ.ย.-ก.ค. ณ สหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดจังหวัดลำปาง เพื่อเตรียมวางแผนในการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งแบบขายผลสดและเข้าโรงงาน แก้ปัญหาสับปะรดล้นตลาด


โดยนางศริพร ช่างปณีตัง ผู้จัดการสหกรณ์ ได้ให้ข้อมูลว่า ในเดือนหน้าคือ พ.ค.และ มิ.ย.-ก.ค. รวม 3 เดือน สับปะรดจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งมีผู้ปลูกกว่าหนึ่งพันราย จะมีผลผลิตที่ส่งจำหน่ายเข้าโรงงานประมาณ 15,000 ตัน


แต่ปีนี้เนื่องจากมีฝนตก ทำให้ปริมาณอาจจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากสับปะรดจะมีความสมบูรณ์ คือจะมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20-30 % คือรวมแล้วปริมาณบวก-ลบ 30,000 ตัน หากรวมบริโภคสดก็จะประมาณบวก-ลบ 35,000 ตัน


ซึ่งในปีนี้ทั่วประเทศเจอปัญหาเกี่ยวกับการจำหน่ายไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง เกิดสงครามยูเครน-รัสเซีย ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อสับปะรดเนื้อขาวมากที่สุด หยุดการรับซื้อ ทำให้สับปะรดเนื้อขาวมีจำนวนมาก


ซึ่งขณะนี้ทางโรงงานจึงใช้วิธีขายสับปะรดเนื้อขาว เพิ่มสับปะรดเนื้อเหลืองให้ เพื่อจำหน่ายไปยังทางยุโรป แต่ทุกสวนเมื่อตัดมา แม้จะเลือกเป็นสับปะรดเนื้อเหลือง แต่ก็ยังมีสับปะรดขาว ซึ่งก็ยังคงมีมากที่จะจำหน่ายไม่ได้


ประกอบกับโรงงานคาดการณ์ว่า ในเดือนหน้าสับปะรดจะออกมาก ทำให้ขณะนี้ชะลอการรับซื้อ ผลผลิตที่มีก็พยายามหาโกดังเก็บ เพื่อจะรอซื้อสับปะรดในราคาที่ถูกลงในเดือนหน้าด้วย และ ปัญหาที่จะต้องเจออีกอย่างหนึ่งคือในปีนี้จะเห็นว่า ทุกภาคที่ปลูกสับปะรดมีฝนตกทำให้สับปะรดได้ผลผลิตจำนวนมากทั่วประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ในเดือนหน้า โรงงานจะรับซื้อสับปะรดต่างถิ่นน้อยลงหรือหากจะรับซื้อเกษตรกรก็สู้ไม่ไหวเพราะมีต้นทุนการขนส่งที่สูงไม่คุ้มทุน


ทางเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง พร้อมด้วย สภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง จึงได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อเร่งนำไปวางแผน ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการในการแก้ปัญหาสับปะรดที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนหน้านี้ เพื่อให้เกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด


ด้านเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด เผยว่าขณะนี้ต้นทุนการปลูกสับปะรด โดยเฉพาะปุ๋ยมีราคาที่สูงขึ้นมาก จากเดิมเคยซื้อกระสอบละ 400 กว่า เพิ่มขึ้นเป็น 600 กว่า และ 700 กว่า บางชนิดสูงถึงพันกว่าบาท และเมื่อลงทุนไปแล้วจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ใน 1-2 ปี ข้างหน้า


ปัจจุบันเน้นจำหน่ายผลผลิตที่มีคุณภาพ คัดเกรดและจำหน่ายเองทำให้ขายได้ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่ง 1 ลูก บางครั้งมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัมกว่าๆ ตนเองก็ขายเพียง 20 บาท ก็ถือว่าอยู่ได้ หากเดือนหน้ามีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และราคาตก หากจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 5 บาท เกษตรกรอยู่ไม่ได้แน่นอน



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LtVmqZpq9CE

คุณอาจสนใจ