เศรษฐกิจ

เปิดข้อดี-ข้อเสีย ไทยเข้าร่วม CPTPP หลายฝ่ายหวั่นผูกขาดด้านเมล็ดพันธุ์

21 มิ.ย. 2563

2.9K views

การเข้าร่วมกลุ่มข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้า เพื่อหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก หรือ CPTPP มีข้อกังวลในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการผูกขาดทางการเกษตร ข่าว 3 มิติ จึงได้พูดคุยถึงข้อดี ข้อเสีย จากทั้งกลุ่มที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ในการเข้าร่วม 
นี่เป็นคำอธิบายจากบริษัทให้คำปรึกษาด้านนโยบายสาธารณด้านเศรษฐกิจ ที่ศึกษาผลกระทบของนโยบายความร่วมมือต่างๆ ถึงความเป็นไปได้ของประเทศไทยในการเข้าร่วมข้อตกลงความเข้าใจและความคืบหน้าเพื่อหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก หรือ CPTPP ภายหลังข้อตกลงฉบับนี้ กลายเป็นที่สนใจของภาคสังคม ว่าประเทศไทยจะตกขบวนเศรษฐกิจระหว่างประเทศหรือไม่
ขณะที่หากเกิดการลงนามในข้อตกลง CPTPP ก็จะทำให้เกิดการแก้ไขทางข้อกฎหมายหลายฉบับเกิดขึ้น ทั้งด้านการเกษตร สาธารณสุข สิทธิบัตร รวมไปถึงการค้าและการลงทุน
ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือ BIOTHAI หนึ่งในองค์กรอิสระ ที่เห็นต่างในข้อตกลงนี้ ได้แสดงความกังวลถึงผลกระทบหลักหากเกิดความร่วมมือขึ้น ในด้านการเกษตร จากอนุสัญญา UPOV 1991 ที่เป็นมาตรฐานการคุ้มครองพันธุ์พืช ภายใต้ข้อตกลง CPTPP ที่อาจทำให้เกิดการผูกขาดทางเมล็ดพันธุ์จนมีราคาสูง เกษตรกรส่วนใหญ่ที่เป็นรายย่อยได้รับผลกระทบ และความคลุมเครือในข้อกำหนดที่ 15(1) และ (2) ที่เป็นข้อยกเว้นทางกฎหมายออกโดยภาครัฐ 
อย่างไรก็ตามหากเกิดข้อตกลง CPTPP ขึ้น ทางกรมวิชาการเกษตรยืนยันว่า สำหรับพันธุ์พืชที่มีอยู่เดิมจะไม่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงนี้ โดยพันธุ์พืชใหม่จะต้องไม่มีการนำมาจำหน่าย ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ขณะที่พันธุ์ในต่างประเทศจะต้องไม่เกิน 4 ปี หรือ 6 ปี และต้องเป็นพันธุ์ที่แตกต่างจากพันธุ์เดิม 
CPTPP คือ ความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ หรือ FTA ชนิดหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยในการเจรจาลดอัตราภาษีการนำเข้า และ เปิดตลาดห่วงโซ่อุปทานในความร่วมมือระดับภาคพื้นแปซิฟิค 
ปัจจุบันมีประเทศในภาคีจำนวน 11 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น แคนาดา เม็กซิโก เปรู ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บูรไน และ เวียดนาม โดยสำหรับความร่วมมือต่างๆ ประเทศไทยสามารถกำหนดเงื่อนไข หรือคัดค้านข้อตกลงให้เหมาะสมกับนโยบายของประเทศได้ 
ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนที่ 3 ในการรวบรวมความคิดเห็นและผลการศึกษาเท่านั้น จาก 12 ขั้นตอน 

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ