อาชญากรรม

ให้ประกันตัว หนุ่ม นศ.เมาซิ่งบีเอ็ม ชนไรเดอร์ดับคาที่ ญาติโวยไร้สำนึก แม่ยกมือไหว้ขอโทษแทน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

16 views

ตร.แจ้งข้อหาหนัก คุมตัวหนุ่ม นศ. มหาลัยดัง พิมพ์ลายนิ้วมือส่งศาลฝากขัง หลังเมาซิ่งบีเอ็ม เสยท้าย จยย.ไรเดอร์ตายคาที่ ผลตรวจแอลกอฮอล์ 93 mg% ศาลให้ประกันตัวตีราคา 1.2 แสนบาท ญาติคนตายโวยสมควรพูดไหม “รถหนูก็พัง” ลั่น! มีจิตใต้สำนึกบ้างไหม ไม่มีแม้คำขอโทษ ด้านญาติหนุ่ม นศ.มอบเงิน 1 แสน เยียวยาค่าทำศพ

จากกรณีรถเก๋งหรูบีเอ็มดับบิว เมาแล้วขับ พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ จนพังเสียหายยับเยิน เป็นเหตุไรเดอร์เสียชีวิต ทราบชื่อคือนายอลงกรณ์ บางกระ หรือโอม อายุ 27 ปี เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.26 น. วันที่ 30 เม.ย.69  บริเวณหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ทั้งนี้มีคลิปวงจรปิดจับภาพนาที รถเก๋งบีเอ็มขับผ่านหน้ากล้องวงจรปิดด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของไรเดอร์เข้าอย่างจัง โดยที่ไม่ได้เบรก

โดยผู้ก่อเหตุคือ นายภูรินท์ อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง อยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก และมีกลุ่มเพื่อนชายหญิงที่นั่งมากับรถ ขณะที่กลุ่มเพื่อนผู้ตายโวยวายนั้น หญิงที่นั่งในรถบีเอ็มพูดว่า “พี่จะโวยวายกันทำไมรถหนูก็พัง” ซึ่งคำพูดดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจที่ซ้ำเติมความรู้สึกให้กับทางฝั่งครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก ที่กำลังโศกเศร้าเสียใจอยู่ในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้มีคลิปเหตุการณ์ในคืนวันเกิดเหตุ ที่ทางครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิต ต่อว่าผู้ก่อเหตุ ว่าควรพูดมั้ยคำนั้น “ทำไมถึงไม่ขอโทษ อีโก้สูงนัก พยานตั้งกี่คนที่เห็นเหตุการณ์ ไม่น่าเรียนตั้งแต่แรก“ ในคลิปจะเห็นนักศึกษาผู้ชายซึ่งเป็นคนขับยืนกดโทรศัพท์และพยายามโทรศัพท์ ส่วนผู้หญิงที่นั่งมาในรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูด้วย ยืนถ่ายคลิป

นอกจากนี้มีคลิปที่พ่อแม่ของนายภูรินท์ (คนขับ BMW) เดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยมีตำรวจทำการตรวจสอบรถ แม่ของนายภูรินท์ ยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวและกลุ่มเพื่อนของนายอลงกรณ์ ส่วนภรรยาผู้ตายร้องไห้แทบขาดใจ จากนั้นแม่ของนายภูรินท์ เดินไปสวมกอดขอโทษภรรยาผู้ตาย จากนั้นตำรวจได้นำตัวนายภูรินท์ ไปที่ สภ.คลองหลวง ดำเนินการสอบปากคำ

ด้าน พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รอง ผกก.สอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้นัดหมายพยานแวดล้อมใกล้จุดเกิดเหตุและญาติของผู้เสียชีวิตมาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์คนขับรถเก๋งบีเอ็ม ในคืนวันเกิดเหตุ พบสูงถึง 93 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (เพื่อนผู้ตายบอกตำรวจนำตัวไปเป่าแอลกอฮอล์ที่ สภ.คลองหลวง หลังเกิดเหตุ 3 ชั่วโมง ไม่ได้เป่าในที่เกิดเหตุ)

จากนั้นญาติได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท ประกันตัวนายภูรินท์ ในชั้นสอบสวน ซึ่งตำรวจก็ให้ประกันตัว เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยเบื้องต้นญาติของผู้ก่อเหตุได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 100,000 บาท

วานนี้ (1 พ.ค.) ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้เรียกนายภูรินท์ คนขับรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู มารับทราบข้อกล่าวหา “ขับรถโดยประมาท และขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย“ จากนั้นได้นำตัวนายภูรินท์ ไปพิมพ์ลายนิ้วมือและนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ซึ่งนายภูรินท์ ไม่เปิดปากพูดหรือชี้แจงอะไร โดยเจ้าตัวใส่หมวกแก๊ปสีดำ ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า

ต่อมาญาติของนายภูรินท์ ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง ศาลจังหวัดธัญบุรี พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา และทำสัญญาประกันโดยตีราคาประกัน 120,000 บาท โดยศาลกำหนดให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 27 กรกฎาคม นี้

ขณะที่ช่วงบ่ายวานนี้ (1 พ.ค.) น.ส.กิติมา บางกระ อายุ 30 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต ได้นิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยพ่อของนายอลงกรณ์ (ผู้ตาย) ซึ่งยังอยู่ในอาการเสียใจถึงกับเป็นลม ญาติต้องช่วยกันพยุง ขณะที่พี่สาวได้บอกกล่าวดวงวิญญาณของน้องชายให้ไปที่วัดฯ

ต่อมาเวลา 18.30 น. พี่สาวของผู้เสียชีวิตและพ่อแม่เดินทางไปสวดพระอภิธรรมศพ ที่วัดสวนกล้วย อ.หนองแค จ.สระบุรี พี่สาวเผยว่า น้องชายเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว ส่งเงินให้พ่อแม่และเลี้ยงดูลูกชายของตนเอง โดยมักจะออกวิ่งรับงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ รถจักรยานยนต์ คันที่เกิดเหตุเพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึง 1 เดือน และยังไม่ถึงกำหนดชำระค่างวดแรกด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2563 น้องชายเคยประสบอุบัติเหตุถูกรถชนจนบาดเจ็บที่ขาและต้องพักรักษาตัวอยู่เป็นเวลานาน เมื่ออาการดีขึ้นก็กลับมาวิ่งไรเดอร์อีกครั้ง เพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัวจนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดขึ้น

น.ส.กิติมา ยังกล่าวอีกว่า เรื่องคดียังไม่ขอพูด ขอจัดการงานศพให้เสร็จก่อน แต่เรื่องกฎหมายก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ เบื้องต้นยังไม่ได้คุยอย่างเป็นทางการกับคนก่อเหตุ มีเพียงพ่อแม่ของนายภูรินท์ ที่มางานศพและขอโทษแทนลูกชาย

เมื่อถามว่าอยากให้คนขับมาขอโทษหรือไหว้ศพด้วยตนเองหรือไม่ หรือคาใจอะไรหรือไม่ พี่สาวผู้ตายบอกเรื่องนี้ก็พูดยาก แต่ถ้าดูวงจรปิดคนขับรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูขับเร็วมาก อยากให้เขาระมัดระวังจะได้ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ส่วนกระแสที่บอกว่านักศึกษาคนใส่เสื้อสีขาวในคืนเกิดเหตุอาจไม่ใช่คนขับตัวจริงนั้น เรื่องนี้ไม่ขอพูดเพราะตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ตอนนี้สภาพจิตใจของคนในครอบครัวยังโศกเศร้าเสียใจ

ส่วนบรรยากาศงานศพ ญาติได้นำรองเท้าผ้าใบ หมวกกันน็อกและเสื้อแขนยาวไรเดอร์วางไว้หน้าหีบศพ ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่นายอลงกรณ์ ใส่ทำงานเป็นประจำ นอกจากนี้บริเวณด้านข้างหีบศพมีพวงหรีดของนายภูรินท์ ซึ่งพ่อแม่ของนายภูรินท์ นำมาแสดงความเสียใจและขอโทษแทนลูกชาย

โดย น.ส.สุภาวี มุขแก้ว อายุ 28 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เผยว่า ตอนนี้ขอดำเนินการเรื่องงานศพก่อน และจะนัดคุยกับผู้ก่อเหตุภายหลังพร้อมประกัน พร้อมเล่าว่าในคืนเกิดเหตุหลังทราบเรื่อง ตนเดินทางไปที่เกิดเหตุทันที เห็นสภาพสามีนอนแน่นิ่งกลางถนน ตนเองถึงกับเข่าทรุด ทำใจไม่ได้ ซึ่งสามีเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ ตัวซีดหมดแล้ว

ส่วนรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู คันก่อเหตุ สภาพหน้ารถพังเสียหาย ตนเองเห็นกลุ่มนักศึกษาทุกคนยืนอยู่นอกรถ ไม่แน่ใจในรถนั่งมาทั้งหมดกี่คน ไม่มีใครสนใจว่าสามีของตนจะเป็นอย่างไรและไม่เดินมาดู มัวแต่ยืนกดโทรศัพท์และคุยแต่โทรศัพท์ ขณะนั้นตนเองก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนขับรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู มาทราบภายหลังว่าคนขับคือนายภูรินทร์ นักศึกษามหาวิทยาลัยดัง

ยอมรับทีแรกก็คาใจว่าใครคือคนขับรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ตัวจริงกันแน่ แต่นายภูรินทร์ แสดงตัวว่าตนเองคือคนขับ นอกจากนี้ตนเองอย่างสงสัยกล้องหน้ารถ ของรถรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ซึ่งคนขับบอกไม่มีกล้อง จึงไม่ทราบว่ารถคันนี้มีกล้องจริงหรือไม่  

หลังเกิดเหตุกลุ่มนักศึกษาที่นั่งอยู่ในรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ไม่เคยมาสอบถามอะไรเลย ตนนั่งอยู่ในรถตำรวจกับนายภูรินท์ เพื่อเดินทางไปโรงพัก ตนเองนั่งร้องไห้เขาไม่เคยปลอบ ไม่หันมามองสักนิด ได้แต่พูดว่า “กลัว” ตนเองก็ไม่เข้าใจว่ากลัวอะไรทั้งที่เราเป็นคนสูญเสีย

"ถ้าเป็นครอบครัวคุณบ้างจะรู้สึกอย่างไร ตอนไปถึง สภ.คลองหลวง คนขับก็ไม่มาขอโทษ เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิด ถ้าเมาก็ควรอยู่บ้าน ไม่ควรมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น คืนเกิดเหตุน้องผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู พูดว่ารถหนูก็พังเหมือนกัน รถเขาพังซ่อมได้แต่สามีของตนเอาคืนมาไม่ได้แล้ว อยากให้เขามีจิตใต้สำนึกมากกว่านี้"

ภรรยาของผู้เสียชีวิตยังบอกอีกว่า ต่อให้ถูกดำเนินคดีไปจนติดคุกก็ยังมีโอกาสได้ออกมาใช้ชีวิต แต่สามีของตนเรียกคืนมาไม่ได้แล้ว คืนวันที่ 30 เม.ย. พ่อแม่ของนายภูรินท์ ได้มาร่วมงานศพพร้อมกับญาติ ๆ แม่ของนายภูรินท์ มาขอโทษ และแสดงความเสียใจด้วยการมอบพวงหรีด 1 พวง และเงินเยียวยาค่าทำศพเบื้องต้น 100,000 บาท ตนเองจึงบอกไปว่าไม่ต้องมาขอโทษหรอก เพราะคนที่ชนไม่ใช่คุณแม่ แม่ของนายภูรินท์ เงียบและร้องไห้ จากนั้นได้กอดตนและเดินทางกลับไป "เงิน 1 แสน มันแลกกับชีวิตคนไม่ได้ หากคนขับมีจิตใต้สำนึกควรมางานศพตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องให้พ่อแม่เขามาดูหรอก ควรมาขอโทษเอง อยากให้โทษถึงที่สุด เงิน 10 ล้านก็ยังแลกไม่ได้"

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดที่พักรับงานของกลุ่มไรเดอร์ พบว่ากลุ่มเพื่อนที่ได้นำบุหรี่ กาแฟ และเครื่องดื่มที่ผู้ตายมักรับประทานทุกเช้า ไปวางเพื่อเป็นการไว้อาลัย

ทีมข่าวได้คุยกับนายณัฎฐกิตติ์ คำพร อายุ 23 ปี เพื่อนของไรเดอร์ที่เสียชีวิต ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังกันมา และเห็นเหตุการณ์ขณะที่รถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยู พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนายอลงกรณ์ เล่าว่า พวกไปจอดรอวิ่งงานอยู่แถวร้านก้ำกึ่ง ก่อนเกิดเหตุ ตนเอง, นายอลงกรณ์ ผู้ตาย และรุ่นอีกคนหนึ่ง กำลังขี่รถมารับงานอีกฝั่งนึง โดยนายอลงกรณ์ ขี่อยู่คันแรก ตนขับขี่ตามหลังเป็นคันที่ 2

จังหวะที่ตนหันไปมองรุ่นน้องที่ขี่รถจักรยานยนต์ ตามหลังมาคันที่ 3 ตนเห็นรถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูขับมาด้วยความเร็ว ก่อนจะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนายอลงกรณ์ ซึ่งอยู่เลนขวาเตรียมยูเทิร์น จนร่างลอยกระเด็น จากนั้นตนและรุ่นน้อง จอดรถลงไปดูนายอลงกรณ์ และหันไปด่าคนขับรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ด้วยอารมณ์โมโหว่า “ทำไมขับรถอย่างนี้ ขับรถยังไงของมึง”

โดยคนบนรถรีบลงจากรถ ไม่มีแม้คำขอโทษ พวกตน ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนก็โวยวาย ผู้หญิงที่นั่งมาบนรถพูดว่า "จะโวยวายทำไมรถหนูก็พัง" ตนจึงด่ากลับไปว่า "พูดมาได้ไงพี่ผมนอนอยู่ รถคุณพังซ่อมได้อยู่แล้ว พี่ผมซ่อมไม่ได้" ยืนยันผู้ชายเสื้อสีขาวเป็นคนขับแน่นอนไม่ผิดตัว เพราะตนเห็นเขาเดินลงจากประตูฝั่งคนขับ ซึ่งบนรถมี 5-6 คน

นายณัฎฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุพวกเขาไม่สำนึกอะไรเลย นิ่งมัวแต่คุยโทรศัพท์ ยอมรับตนเองโมโหมากแต่พยายามใจเย็น ตอนนั้นเป็นห่วงพี่โอมมาก ชีพจรอ่อน กู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุช่วยปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ หลังเกิดเหตุตนเองไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สภ.คลองหลวง ยันเช้า แต่ก็ไม่ได้คุยกับคนขับรถ BMW เพราะโมโหไม่อยากคุยอะไรด้วย

“ผมกังวลจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคนก่อเหตุเป็นลูกคนรวย นามสกุลดัง อยากให้ดำเนินคดีถึงที่สุด จริง ๆ ไม่อยากให้ได้รับประกันตัว กลัวเขาไม่สำนึก อยากให้คนขับและกลุ่มเพื่อนไปกราบศพ และอยากให้มหาวิทยาลัยดำเนินการเด็ดขาด พี่โอมเป็นคนขยันมากต้องมาสูญเสียเพราะคนเมา“


https://youtu.be/BfM0Onllk2k

คุณอาจสนใจ

Related News