อาชญากรรม

เปิดปากคำ เด็กสาววัย 14 กอดปลอบแฟนหลังฆ่าแม่ มือมีดวัย 16 เผยเรียนรู้วิธีต่อสู้จากยูทูบ

โดย thichaphat_d

9 เม.ย. 2565

1.5K views

จากกรณีที่เกิดเหตุสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่มีลูกสาวอายุ 14 ปี ร่วมกับแฟนหนุ่มอายุ 16 ปี ร่วมกันวางแผนลงมือฆ่ามารดาแท้ๆ ของตัวเอง เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ภายในห้องพักโครงการเอื้ออาทร ขจรวิทย์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ


เหตุการณ์นี้ ภาพวงจรปิดบริเวณปากทางเข้าโครงการเกิดเหตุ พบภาพช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ชายอายุ 16 ปี เดินเข้ามาภายในหมู่บ้านเพียงลำพัง จากนั้นเข้าไปนั่งรออยู่ที่บริเวณสนามฟุตซอล ก่อนจะเดินไปที่ห้องของแฟนสาวอายุ 14 ปี แล้วก่อเหตุสลด ใช้มีดแทงแม่ของแฟนสาวจนเสียชีวิต  และแทงนายกิตติ อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายได้รับบาดเจ็บ


ช่วงสายวานนี้ (8 เม.ย. 65) พ.ต.ท. อุทิศ พาราษฎร สารวัตรสอบสวน สภ.บางพลี เจ้าของคดี ได้เบิกตัวลูกสาวมาสอบปากคำ ร่วมกับสหวิชาชีพ อัยการ นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อทำสำนวนฝากขังศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดสมุทรปราการ ผลัดแรก


พบว่า ตัวลูกสาวมีสีหน้าที่เรียบเฉยไม่มีความเครียดแต่อย่างใด โดยหลังจากสอบคำให้การของลูกสาวเสร็จ ก็ได้นำตัวชายวัย 16 ปี มาสอบคำให้การด้วยเช่นกัน ก่อนนำตัวฝากขังศาลเยาวชนฯ


ขณะที่เจ้าหน้าที่ยุติธรรม จังหวัดสมุทรปราการ เดินทางมาพบผู้เสียหายที่ สภ.บางพลี เพื่อแจ้งสิทธิและเงี่อนไขการเยียวยา เพื่อรับเงินค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายในคดีอาญา


จากการสอบปากคำเบื้องต้น พบมูลเหตุจูงใจมาจากปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว และเป็นปมในใจตั้งแต่เด็ก ส่วนพี่ชายชอบลงโทษรุนแรงโดยไม่มีเหตุผล ล่าสุดยึดโทรศัพท์มือถือ จนเด็กหญิง 14 ปี ได้รู้จักกับเด็กวัย 16 ปี ที่เป็นรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกัน โดยทั้งคู่มีพื้นฐานครอบครัวแบบเดียวกัน ก็รู้สึกว่าสามารถปกป้องตัวเองได้ จนมาถูกกีดกันความรัก ไม่ให้คบหากัน เด็กหญิงจึงเล่าปัญหาและบอกต้องการก่อเหตุ ตอนแรกผู้ชายไม่เห็นด้วย จนมารู้ว่าถูกห้ามไม่ให้คบกัน จึงตัดสินใจร่วมก่อเหตุ  โดยศึกษาวิธีการต่อสู้จากยูทูบ


เด็กหญิงวัย 14 ปี เปิดเผย ความในใจหลังเกิดเรื่อง ยอมรับเป็นคนวางแผนให้แฟนหนุ่มมาฆ่าแม่จริง โดยเพิ่งวางแผนเมื่อวานนี้ ได้โทรนัดหมายกับแฟนเพื่อลงมือฆ่า แฟนจึงเดินทางมาที่ห้อง พร้อมระบุว่า ตนเองมีปมโกรธแค้นแม่สะสมตั้งแต่เด็ก บางครั้งพูดเหมือนตนเองไม่ใช่ลูก นึกอยากจะพูดอะไรก็พูด เวลาตนเองต้องการกำลังใจไม่เคยได้ สิ่งที่ได้กลับมาคือคำว่าสมควรแล้ว


ตั้งแต่ลืมตามา ตนไม่เคยเจอพ่อสักครั้ง อยู่กับแม่และพี่ชายมาตลอด ที่ก่อเหตุเพราะมีอาการจิตตก ยอมรับว่าขนาดนั้นขาดสติ ตนเองวางแผนกับแฟนหนุ่มล่วงหน้า 1 วัน แม่ยึดโทรศัพท์ปาทิ้ง แต่ตนเองใช้โทรศัพท์อีกเครื่องโทรหาแฟนหนุ่มเพื่อวางแผน ว่าจะลงมือก่อเหตุวันไหน หลังเกิดเหตุคิดได้ว่าไม่ได้นึกถึงผลที่ตามมา รู้สึกผิดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเขา (แม่) ก็ไปแล้ว


ทำไปเพราะเกลียดและแค้นแม่ แม่ไม่เคยรักหนูแล้วให้หนูเกิดมาทำไมถูก ด่าทุกวันจนหนูจิตตกและเก็บกด ถูกแม่กดดันมาตั้งแต่เล็ก นักข่าวถามว่า รู้สึกยังไงหลังเกิดเรื่อง เด็กหญิงวัย 14 ตอบแบบเย็นชานิ่ง ๆ “หนูไม่รู้สึกยังไง เพราะมันเกิดจากความเเค้นสะสม” ถามว่าเสียใจไหม ส่ายหน้านิ่งๆ ตนเองขาดความอบอุ่น ถูกพี่ชายทำโทษบ่อย


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเยาวชนวัย 16 ปี ให้การว่า ร่วมกับแฟนสาววางแผนก่อนก่อเหตุจริง เผย แฟนให้รออยู่ด้านนอกจนมืด เพื่อรอเวลาให้พี่ชายและแม่ของตนหลับก่อน แล้วเข้ามาให้แทงพี่ชายก่อน ส่วนแม่คือเป้าหมายต่อไป เป้าหมายคือต้องเอาให้ถึงแก่ชีวิตทั้งคู่


ซึ่งมือมีดพอเข้าไปถึงห้องเจอพี่หลับอยู่ จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปล็อคคอแม่แล้วจ้วงแทงคอ ก่อนที่พี่ชายจะตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ จึงล็อคคอพี่ชายแล้วจ้วงแทงที่คอและหลังหลายแห่ง จนได้รับบาดเจ็บ


ระหว่างที่เยาวชนวัย 16 ปี นั่งอยู่บนรถควบคุมผู้ต้องหา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวฝากขังศาลเยาวชน นักข่าวถามว่ามีอะไรจะพูดมั้ย เจ้าตัวตอบว่า “สิ่งที่ลงมือไปอยากจะขอโทษผู้เสียหาย และขอโทษพ่อแม่ของตนเอง สิ่งที่ทำไปอาจเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และเป็นเพราะตัวเอง โกรธตัวเองและคนอื่นมากเกินไปจนเสียสติ ฝากบอกผู้เสียหายว่าผมขอโทษ”


โดยนายกิตติ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี พี่ชายของเด็กหญิงวัย 14 ปี  เปิดใจวินาทีสยองขวัญว่า ตอนนั้นตนเองกำลังนอนหลับในห้อง แล้วได้ยินเสียงร้องโวยวาย และมีเสียงคล้ายคนต่อสู้กัน จึงจะเปิดประตูห้องแต่เปิดไม่ได้ เนื่องจากมีคนล็อกประตูด้านนอก


จนกระทั่งตนเองยื้อยุดกระชากประตูจนเปิดได้ และภาพแรกที่เห็นคือคนร้ายกำลังใช้มีดจ้วงแทงแม่อยู่หลายครั้งจนล้มลง และแม่ก็พยายามต่อสู้ ตนเองพยายามเข้าไปช่วยแม่ จึงถูกคนร้ายจ้วงแทงจนได้รับบาดเจ็บ เคราะห์ดีตอนที่ตนเองถูกมีดคนร้ายแทงด้ามมีดหักแล้ว จึงเข้าไม่ลึก และไม่ถูกจุดสำคัญ


ตอนนี้ยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนั้นไม่ห่วงอะไรแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง แต่ห่วงแม่ที่สุด เจ็บปวดใจที่สุดที่คนก่อเหตุคือน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง จากนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองว่าจะทำยังไงต่อ เงินก็ไม่มี ภาพมันติดตาผมหลังจากนี้ผมจะอยู่กับใคร


“ครอบครัวเรา มีกันอยู่แค่สามคน แม่ผมและน้อง ตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ผ่านมา เราใช้ชีวิตกันยากลำบาก หาเช้ากินค่ำ ด้วยความยากจน น้องสาวคือความหวังของครอบครัว ที่แม่และผมหวังว่าจะเติบโตไปมีการศึกษาที่ดี มีอนาคตที่ไกล และกลับมาเลี้ยงดูแม่ ถึงแม้ว่าตนเองอยากเรียนให้สูง แต่ต้องจำใจจำยอมที่จะไม่เรียน ตนเองออกจากโรงเรียนตั้งแต่ ป.3 มาเลี้ยงน้อง เพื่อให้แม่ทำงาน”


“พอโตมา ตนเองก็ไปทำงานหาเงินส่งน้องสาวเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระแม่ ยอมออกจากเรียนเพื่อหางานทำ ยอมไปเป็นแค่ รภป. เพื่อหาเงินช่วยแม่ส่งน้องเรียน ด้วยความหวังว่าน้องสาวจะมีอนาคต แม่จึงต้องคอยเคี่ยวเข็ญน้อง ผมรักน้องมาก ไม่คิดว่าสิ่งที่ผมและแม่ทำเพื่อน้องสาวคนนี้ จะได้ตอบแทนจากน้อง ด้วยปลายมีดที่จ้วงแทงใส่ตนไม่ยั้ง”


หลังจากนี้ ตนก็ปล่อยให้น้องสาวถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายไป ส่วนตนเองก็อยากกลับไปอยู่ห้องนั้นอีก เพราะอยู่กับแม่กับน้องมาตลอด แต่เมื่อน้องพ้นโทษออกมาจะกลับมาอยู่กับตนเองได้ไหมนั้น ตนเองตอบไม่ได้ เพราะตอนนี้ตนเองก็สับสนกับเรื่องที่มันเกิดขึ้น ส่วนศพของแม่ก็จะรับไปบำเพ็ญกุศลที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่


ขณะที่หลานสาวของผู้เสียชีวิต บอกว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนนิสัยดีมาก การที่ดุว่าลูกๆ ก็เพราะรักและห่วงลูก เหตุการณ์ดังกล่าวพอทราบเรื่องก็ช็อกเหมือนกัน และยิ่งมาทราบว่าผู้ก่อเหตุนั้นคือลูกสาวแท้ ๆ ยิ่งรับไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่ชื่อยังไม่อยากได้ยิน


ด้านพ่อของเยาวชนวัย 16 ปี ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาพบลูกชายที่ สภ.บางพลี ก่อนส่งตัวฝากขังศาลเยาวชนฯ เปิดเผยว่าตนเองไม่เคยรู้ว่าทั้ง 2 คน คบหากัน จนกระทั่งเมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมา ลูกชายขอให้ตนเองไปรับฝ่ายหญิงมาอยู่ด้วย โดยอ้างว่าขออนุญาตครอบครัวฝ่ายหญิงแล้ว ตนเองก็เห็นว่าลูกรักฝ่ายหญิง และปกติเป็นคนตามใจลูกอยู่แล้ว ก็เลยเดินทางไปรับฝ่ายหญิงที่ห้องพักช่วงบ่ายของวันที่ 5 เมษายน


โดยวันนั้นไม่เจอครอบครัวฝ่ายหญิง จากนั้นประมาณ 3 ทุ่ม ปรากฎว่าแม่และพี่ชายฝ่ายหญิงมาตาม โดยนัดหมายพูดคุยกันที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งแม่ฝ่ายหญิงยืนยัน ไม่ยอมให้ลูกสาวไปอยู่กับลูกชายตนเอง และจะดำเนินคดีลูกชายข้อหาพรากผู้เยาว์ แต่ตนเองขอไว้ โดยบอกว่าจะยอมให้ลูกชายเลิกคบ ซึ่งตอนนั้นสังเกตอาการเด็กทั้งคู่ ดูซึมอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นคิดก่อเหตุแบบนี้


โดยหลังเกิดเหตุ ได้พูดคุยกับลูกชายทางโทรศัพท์ ซึ่งตนเองก็ปลอบไปว่า “ไม่เป็นไร พลาดไปแล้ว” แต่ยังไม่ได้พูดคุยกันถึงสาเหตุที่แท้จริง ส่วนตัวยังเชื่อว่าลูกทำไปเพราะรักฝ่ายหญิง และที่ลูกชายบอกว่าฝ่ายหญิงเป็นคนวางแผนนั้น มองว่ามันต้องสมรู้ร่วมคิดกันทั้งสองฝ่าย ส่วนที่ลูกชายอ้างว่ามีอาการทางจิตนั้น พ่อยืนยันว่า ลูกชายเคยรักษาอาการสมาธิสั้น แต่ไม่ใช่เด็กที่มีอารมณ์รุนแรง และไม่ได้ติดเกม


พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผู้กำกับการ สภ.บางพลี เผยว่า สาเหตุน่าจะมาจากความไม่เข้าใจของเด็กที่มีต่อผู้ปกครอง มูลเหตุเรื่องนี้เกิดมาจากว่า เด็กสองคนเป็นแฟนกัน โดยเด็กผู้หญิงเรียนอยู่ชั้น ม.2 ส่วนเด็กผู้ชายเรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนในเขตอำเภอบางพลี เนื่องจากสถานการณ์โควิดจากเด็กที่เคยเรียนดี พอมาเรียนออนไลน์


เวลาส่วนมากก็ใช้โทรคุยกันทำให้การเรียนไม่ดีจนผลการเรียนตก เด็กผู้หญิงสอบตกไป 5 วิชา ผู้ปกครองก็ได้ดุด่าว่ากล่าว ตามประสาผู้ปกครอง เด็กผู้หญิงก็ไม่เข้าใจ ทำให้รู้สึกเหมือนถูกกดดัน ก็เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ก็นัดเด็กผู้ชายมารับออกจากบ้านก็คือเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไปอยู่บ้านของเด็กผู้ชาย


พอออกไปแล้วคุณแม่ก็ได้ออกตามหา และโทรตามให้กลับบ้าน ให้เด็กผู้หญิงมาคุยกันที่บ้าน พอถูกกดดันหนัก ๆ เด็กผู้ชายจึงได้พาเด็กผู้หญิงกลับมาส่ง พอมาส่งผู้ปกครองของทางเด็กผู้หญิงได้ยึดโทรศัพท์ และดุด่าว่ากล่าว ทำนองว่ายังเป็นเด็กกันอยู่ อย่าคบกันจนทำให้เสียการเรียน ก็ยึดโทรศัพท์ไว้ ให้ตั้งใจเรียน


ปรากฏว่าเด็กผู้หญิงก็ไม่เข้าใจ พอเด็กผู้ชายกลับไปแล้ว เด็กผู้หญิงก็ได้ไปหาโทรศัพท์จนได้โทรศัพท์เครื่องเก่าของตนเอง แล้วก็สร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ แล้วแชทไปคุยกับเด็กผู้ชาย ซึ่งข้อความในแชทเป็นข้อความที่ค่อนข้างรุนแรง มีการนัดแนะมาเจอกัน ซึ่งตนขอไม่กล่าวของไว้ในสำนวนคดี


สรุปแล้วคือมีการนัดแนะมาเจอกัน ทางเด็กผู้หญิงเป็นคนวางแผนทั้งหมด ให้ทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้ ทำอย่างนั้น แล้วพอถึงเวลา เด็กผู้หญิงก็ทำเป็นออกมาทิ้งขยะ เปิดประตูให้เด็กผู้ชายเข้ามาในห้อง แล้วก็ในช่วงจังหวะที่ผู้ปกครองของเด็กผู้หญิง เผลอใช้มีดเข้ามาก่อเหตุ ปาดคอ แทงไปจำนวนหลายแผล


พอพี่ชายตื่นขึ้นมาจะเข้าไปช่วย เด็กผู้หญิงก็ยังพยายามดันประตูไม่เข้ามา แต่สู้แรงไม่ได้ พอดันเข้ามาได้ เด็กผู้ชายได้เข้าไปแทงพี่ชายของเด็กผู้หญิง จนได้รับบาดเจ็บ พอสายตรวจไปถึงที่เกิดเหตุก็ได้ควบคุมตัวไว้ จากการสอบถามเบื้องต้นสาเหตุน่าจะเกิดจากความไม่เข้าใจ น้อยเนื้อต่ำใจ และก็ไม่เข้าใจความเป็นห่วงของผู้ปกครอง จึงทำให้การเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ขึ้น


จากที่ดูเด็กไม่ได้มีอาการจิตตก ซึมเศร้า หรืออาการอะไร เพราะเท่าที่คุยกับทางผู้ปกครองของเด็กผู้ชาย น้องเป็นคนค่อนข้างเรียนเก่ง ส่วนเด็กผู้หญิง ปกติก็เรียนดี แต่เนื่องจากว่าอาจจะเป็นการแบ่งเวลาไม่เป็น มัวแต่มานั่งแชทคุยกันเพราะปัญหาช่วงโควิดทำให้ไปมาหาสู่กันลำบาก และก็ช่วงเรียนออนไลน์อีก ก็ไม่ค่อยได้เรียนมั่วแต่มาคุยกัน จนทำให้ผลการเรียนตก


รับชมทางยูทูบที่ :https://youtu.be/anHECpJEBGA

คุณอาจสนใจ